ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะส่งเสริมให้คนพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกได้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และได้มีส่วนร่วมในสังคมเพิ่มขึ้น ในปี 2524 องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นปีคนพิการสากล และในปี 2526 และทศวรรษคนพิการแห่งองค์การสหประชาชาติระหว่างปี 2526-2535 ในช่วงเวลานี้ทางองค์การสหประชาชาติได้สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ให้มีการดำเนินการวางนโยบายสำหรับคนพิการ จากการประชุมสามัญครั้งที่ 48 ของเอสแคป ในปี 2535 ได้ประกาศให้ปี 2536-2545 เป็นทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก โดยให้แต่ละประเทศสมาชิกดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2541 รัฐบาลไทยและ JICA ได้มีการปรึกษาหารือกันเรื่องการจัดตั้ง ศพอ สำหรับคนพิการระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ แม้ว่า ศพอ. จะจัดตั้งอยู่ในประเทศไทยแต่ก็เป็นการเสริมประโยชน์ให้กับคนพิการทั้งภูมิภาค
ปี 2543 รัฐบาลไทยได้ดำเนินการขอรับความช่วยเหลือและความร่วมมือจากรัฐบาลญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคม เพื่อจัดตั้ง ศพอ. ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ส่งคณะทำงานเข้ามาทำการศึกษาและเตรียมการการจัดโครงการ ศพอ.
คนพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีจำนวนประมาณ 2 ใน 3 ของคนพิการทั่วโลกที่คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ 600 ล้านคน เมื่อพูดถึงจำนวนและความสำคัญของคนพิการในภูมิภาคนี้แล้ว ได้มีเพิ่มความตระหนักที่จะสนับสนุนคนพิการให้ได้รับการเติมเต็มช่องว่างทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่างคนที่พิการและคนที่ไม่พิการ
| ประเทศ | จำนวนคนพิการ | เปอร์เซ็นต์ | ปี | ที่มาของข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| กัมพูชา | 169,058 | - | 2542 | The report on Cambodia Socio-Economic Survey 2542. NIS (National Institute of Statistics), MOP(Ministry of Planning) |
| ลาว | - | 7 - 8% | 2540 | The National Statistics Office, 2540 |
| สหภาพพม่า | 81,000 | 1.76% | 2543 | 2000 Survey by the Ministry of Social Welfare, Relief, and Resettlement |
| เวียดนาม | 6,161,518 | - | 2542 | MOLISA: Ministry of Labour, War Invalids and Social Affairs |
| จำนวนคนพิการในเมือง/ชนบท | ||||
| ประเทศ | เมือง | ชนบท | ปี | ที่มาของข้อมูล |
| กัมพูชา | 15.7% | 84.3% | 2544 | Country Profile: Study on persons with disabilities 2544 |
| ลาว | - | - | ||
| สหภาพพม่า | - | - | ||
| เวียดนาม | 87.27% | 12.73% | 2544 | MOLISA |
จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าคนพิการส่วนมากอาศัยอยู่ในแถบชนบทแต่สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง ดังนั้นคนพิการที่อาศัยอยู่ในแถบชนบท นอกจากจะมีฐานะยากจนแล้ว ยังมีความต้องการที่จะได้รับการสนับสนุนความต้องการพื้นฐานด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาคนพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กลุ่มบุคคลที่ด้อยโอกาสที่สุดได้แก่ กลุ่มสตรีพิการ นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนเด็กพิการน้อยกว่า 5% ในภูมิภาคที่มีโอกาสได้รับการศึกษา จึงจัดได้ว่าคนพิการเป็นกลุ่มคนที่เผชิญอุปสรรคในการมีส่วนร่วมในสังคมและการพัฒนามากที่สุด
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการส่งเสริมศักยภาพคนพิการและการสร้างสังคมที่ปราศจากอุปสรรคนั้น คณะทำงานก่อตั้ง ศพอ. ได้ตกลงร่วมกันที่จะดำเนินการกิจกรรมของ ศพอ. ดังต่อไปนี้ หนึ่งคือส่งเสริมการเข้ามามีส่วนร่วมของคนพิการในทุกกระบวนการของ ศพอ. ทั้งการบริหาร การจัดการฝึกอบรมต่างๆ และการติดตามประเมินผลโครงการ สองมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อให้ได้รับข้อเสนอแนะและแนวทางในการวางแผนการดำเนินงานของ ศพอ. ซึ่งจะส่งให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ ศพอ. สามกลุ่มเป้าหมายของศูนย์จะต้องรวมคนพิการในประเทศกำลังพัฒนาทั้งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งจะต้องดำเนินการภายในห้าปีของการก่อตั้ง ศพอ. เป็นที่คาดหวังว่าศูนย์จะสามารถสร้างศักยภาพให้กับองค์การและคนพิการทั้งภูมิภาคได้ในอนาคต
ศพอ. ในอนาคตจะต้องออกเป็นองค์กรมหาชน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจะทำให้เกิดความยึดหยุ่นในบริหารจัดการศูนย์ ในขณะนี้ ศพอ. ได้รับงบประมาณจำนวนหนึ่งจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กิจกรรมส่วนใหญ่จะจัดขึ้นภายใน ศพอ. แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องมีการร่วมมือกับองค์กรคนพิการในภูมิภาค จากเหตุนี้คณะทำงานที่เข้ามาศึกษาการจัดตั้ง ศพอ. จึงเห็นว่าประเทศไทยมีความเหมาะสมทั้งภูมิศาสตร์และทรัพยากรว่ามีความพร้อมที่จะเป็นที่จัดตั้ง ศพอ.
คนพิการเป็นเป้าหมายหลักของ ศพอ. ซึ่งเป็นที่เข้าใจของทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายญี่ปุ่น ทั้งนี้องค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นหน่วยงานที่ประสานความร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมของโครงการ เป็นสร้างความมั่นใจว่ากลุ่มเป้าหมายจะได้รับประโยชน์สูงสุด
ประเด็นสำคัญอีกประการคือการที่ ศพอ. จะต้องให้ความเสมอภาคกับคนพิการในทุกประเทศเป้าหมายรวมถึงคนพิการในประเทศไทย ทั้งนี้ ศพอ. จะขอความร่วมมือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศดำเนินงานกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและภูมิภาค นอกจากนี้ ศพอ. จะขอความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านคนพิการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากการสำรวจของคณะทำงานที่ส่งออกไป 107 องค์กรคนพิการ ประกอบด้วย 42 กองทุน 20 สมาคม 18 ศูนย์ 7 โรงเรียน 1 โรงพยาบาล 12 องค์กรคนพิการ 3 หน่วยงานอิสระระหว่างประเทศ และ 14 สภา และได้รับตอบรับมาจาก 34 องค์กร ซึ่ง 70% ขององค์กรเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจโครงการและความตั้งใจที่จะร่วมมือกับกิจกรรมของ ศพอ. บางองค์กรยินดีที่จะส่งทรัพยากรมนุษย์และสิ่งอำนวยความสะดวก
ข้อมูลจะถูกเผยแพร่ในลักษณะอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้จะมีการตีพิมพ์เป็นอักษรเบรล์ล และเป็นแผ่นซีดีให้กับองค์กรที่ให้ความสนใจต่อข้อมูลของ ศพอ.
ศพอ. จะจัดแผนการจัดการฝึกอบรมสำหรับคนพิการทุกประเภทความพิการ
การมอบทักษะที่เหมาะสมให้กับคนพิการเป็นวัตถุประสงค์หลักในการจัดโปรแกรมการฝึกอบรมของ ศพอ. ทั้งนี้การฝึกอบรมเรื่องการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการและ CBR จะดำเนินการอย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ ศพอ. จะจัดอบรมสำหรับองค์กรคนพิการเพื่อที่จะสามารถนำความรู้และประสบการณ์กลับไปประยุกต์ใช้ในประเทศของตนต่อไป
ในด้านของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนั้น จะมีการจัดโปรแกรมการฝึกอบรมทักษะการเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับคนพิการทุกประเภท
ความคาดหวังของศพอ. คือการขจัดอุปสรรคในการเข้ามามีส่วนร่วมและการได้รับความเท่าเทียมกัน อุปสรรคเหล่านี้รวมถึง สิ่งอำนวยความสะดวก ข้อมูลสารสนเทศ กฎหมาย การศึกษา อาชีพ และทางด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการถูกกีดกันและความไม่เข้าใจคนพิการ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการสนับสนุนของทั้งภาครัฐและเอกชน
โครงการนี้ยังเป็นที่คาดหวังในการสร้างศักยภาพสำหรับคนพิการผ่านการฝึกอบรม เช่น IL และ CBR รวมถึงการเข้าถึงข้อมูล
ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจาก ศพอ. มีความคาดหวังที่จะเป็นผู้นำในการเสริมสร้างศักยภาพคนพิการและการพัฒนาสังคมที่ปราศจากอุปสรรคในประเทศของเขา อีกความคาดหวังคือการพัฒนาเอกสารการฝึกอบรมเป็นภาษาท้องถิ่น
การติดตามผลภายในเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ JICA และเจ้าหน้าที่ ศพฮ. ซึ่งการติดตามผลจะจัดทำตามแผนการปฏิบัติการและการบริหารจัดการพัฒนา ศพอ. และรายงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการจากกรอบการทำงาน จะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานต้นสังกัด
การประเมินผลจะจัดทำในปีที่ 2 และ 3 ทางของการดำเนินงานโครงการ ซึ่งจะถูกจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ JICA และ เจ้าหน้าที่ ศพอ. นอกจากนี้จะต้องมีการจัดทำการประเมินผลขั้นสุดท้าย 6 เดือนก่อนการสิ้นสุดโครงการ ตัวชี้วัดในการประเมินผลจะใช้ ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ผลกระทบ ความสัมพันธ์ และความมั่นคง และการประเมินผลจะถูกออกแบบให้สะท้อนผลงานของโครงการ ศพอ.