skip navigation

2. สถานการณ์คนพิการในปัจจุบัน

2.1 คำนิยามและการจำแนกประเภท

ปัจจุบันยังไม่มีการให้คำนิยามของคำว่า คนพิการ หรือการจำแนกประเภทต่างๆ ของคนพิการในประเทศภูฐาน จากข้อมูลของกองทุนเงินบำนาญและเงินสำรองเลี้ยงชีพ “ความพิการถาวร” หมายถึง สภาพความพิการซึ่งทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพใดๆ ได้ ซึ่งแต่เดิมสามารถทำได้มาก่อน โดยไม่คำนึงว่าความพิการนั้นจะเกิดจากการทำงานหรือสาเหตุอื่นใด ทำให้ไม่สามารถเข้าทำงานหรือกิจกรรมอื่นๆ ได้อีกหลังจากนั้น ความพิการดังต่อไปนี้ถือเป็นความพิการถาวร

  • อาการตาบอดสนิททั้งสองข้าง
  • การเสียแขนขาทั้งสองข้าง ตั้งแต่บริเวณข้อเท้าหรือข้อมือ หรือสูงกว่านั้น
  • เป็นอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง
  • การบาดเจ็บทางสมอง ที่มีผลให้เกิดอาการพิการทางสติปัญญาโดยไม่มีทางรักษา

2.2 นโยบายรัฐบาลและแผนการดำเนินงานแห่งชาติเพื่อคนพิการ

ปัจจุบันราชอาณาจักภูฐานยังไม่มีนโยบายหรือแผนการดำเนินงานแห่งชาติในการที่จะให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการ อย่างไรก็ตามภูฐานได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาคณะกรรมการคนพิการ ESCAP ว่าด้วยการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และความเสมอภาคของคนพิการ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ลงนามต่อคณะกรรมการต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อสตรีเพศ (CEDAW) ในปี 2524 และลงนามสนธิสัญญาคุ้มครองสิทธิเด็กในปี 2533

ภูฐานได้รับอิสรภาพจากอินเดียเมื่อปี พ.ศ. 2492 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีรัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ ในปี 2544 พระมหากษัตริย์ได้ทรงมอบหมายให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้น และในเดือน พฤศจิกายน 2547 ได้เสนอร่างนี้ให้แก่คณะรัฐมนตรี และขณะนี้กำลังรอการอนุมัติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้การยอมรับสิทธิของคนพิการ ทุกๆ 5 ปีรัฐบาลจะมีการประกาศแผนพัฒนาแห่งชาติ 5 ปี และกระทรวงต่างๆ ต้องรับแนวทางไปปฏิบัติ ในแผนพัฒนาฉบับที่ 8 (2541 – 2545) และร่างแผนพัฒนาฉบับที่ 9 (2545 – 2550) นั้นได้มีการรวมเอามาตรการรวมคนพิการเข้าสู่สังคมทั่วไปเอาไว้ด้วย

2.3 ระบบโครงสร้างของรัฐบาล

ที่มา: Royal Civil Service Commission Secretariat
Statistical Yearbook of Bhutan 2003, National Statistical Bureau

กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานการศึกษา

ภายใต้กรมการศึกษาในโรงเรียน หน่วยการศึกษาพิเศษและการดูแลและพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน (ECCD) ได้มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ดังนี้:

  • ให้ความร่วมมือและประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและตัวแทนจากองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญเพื่อการพัฒนาศักยภาพในการจัดการศึกษาพิเศษ
  • วางนโยบาย/แนวทาง ECCD
  • เป็นผู้สนับสนุนหน่วยงาน ECCD
  • พัฒนาบุคลากรเพื่อให้มีความสามารถในการสนับสนุนหน่วยงาน ECCD
  • ให้การสนับสนุนแก่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเอกชนต่างๆ

รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการได้จัดพิมพ์คู่มือสำหรับครูในหัวข้อ "ความต้องการพิเศษในห้องเรียน" ในปี 2544 โดยมีเป้าหมายในการให้ความรู้กับครูผู้สอน เกี่ยวกับการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น และได้มีระบบให้การสนับสนุนที่เป็นรายบุคคลสำหรับเด็กและเยาวชนพิการที่ต้องรับการศึกษาแบบพิเศษ

นอกจากนี้แล้ว รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการยังทำหน้าที่ดูแลสถาบันแห่งชาติเพื่อคนพิการ ฝ่ายการศึกษาวิชาเทคนิคและการสอนทักษะอาชีพ และโรงเรียนในระดับมัธยมอีกหลายแห่ง ซึ่งรองรับความต้องการของเด็กพิการ

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ก่อตั้งกลุ่มโครงการเพื่อการพื้นฟูในปี 2540 วิสัยทัศน์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนคือการช่วยให้คนพิการพึ่งพาตนเองได้ตามความสามารถของตนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

กองทุนพัฒนาสำหรับเยาวชน

หน้าที่ของกองทุนพัฒนาสำหรับเยาวชน (YDF) คือการสนับสนุนด้านเงินทุนอย่างยั่งยืน เพื่อให้เยาวชนของภูฐานได้ตระหนักว่าเป็นประชากรผู้ทำผลผลิตของโลก วัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาสำหรับเยาวชนคือ

  • เพื่อก่อตั้งสนับสนุนกลไกของกองทุนในภูฐาน เพื่อให้การพัฒนาด้านเยาวชนและกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพต่างๆ ดำเนินไปได้ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
  • เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนโครงการต่างๆ ของเยาวชน ทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตร เช่นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สุขภาพและอนามัย เพศศึกษา เกษตรกรรม และการกีฬา
  • เพื่อเป็นกองทุนแห่งชาติที่ร่วมมือกับผู้บริจาคจากต่างประเทศ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาสำหรับเยาวชนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่ด้อยโอกาส เช่น พิการ หรือต้องหยุดเรียน เยาวชนผู้กระทำผิดกฎหมาย เยาวชนที่ไม่มีงานทำ หรือเยาวชนในพื้นที่ชนบทห่างไกล
  • เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ในกลุ่มเยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของบทบาทของตนในอนาคตในฐานะผู้ใหญ่ของประเทศต่อไป

ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากกองทุนนี้ได้แก่ หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรในท้องถิ่น โรงเรียน ศูนย์เยาวชน ศูนย์พื้นฟูเยาวชน องค์กรชุมชนและองค์กรส่วนภูมิภาคต่างๆ รวมไปถึงสมาพันธ์กีฬา กองทุนได้จัดกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • กิจกรรมต่างๆ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม
    • 1.คุณค่าในตัวเยาวชน
    • 2.การอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรม
    • 3.ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์และการกีฬา
  • สนับสนุนด้านการแนะนำเกี่ยวกับอาชีพและเป็นหน่วยแนะแนวและศูนย์ฝึกอบรมสำหรับผู้ฝึกอบรม
  • ให้การสนับสนุนเด็ก วัยรุ่น ที่มีปัญหาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดการอบรม อุปกรณ์ และ/หรือ การฟื้นฟูศักยภาพ
  • ให้ทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนด้อยโอกาสที่มีฐานะยากจน
  • ให้การสนับสนุนแก่เยาวชน ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมระดับประเทศ
  • กิจกรรมที่จำเป็นแก่เยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย และเยาวชนที่ต้องหยุดเรียนก่อนกำหนด
  • กิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเพศศึกษาสำหรับเยาวชน
  • การพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มโอกาสในการจ้างงานแก่เยาวชน

กระทรวงแรงงานและทรัพยากรมนุษย์กรมการจัดหางาน

เป้าหมายหลักของแผนกจัดหางานคือการสนับสนุนการจ้างงาน กิจกรรมที่สนับสนุนการจ้างงานโดยเน้นถึงให้บริการจัดหางานที่มีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนหรือผู้ประสานงานระหว่างความต้องการแรงงานจากบริษัทต่างๆ และขณะเดียวกันก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานให้แก่ผู้หางานด้วย สิ่งเหล่านี้ต้องการบริการจัดหางานที่มีประสิทธิภาพโดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากผู้ต้องการหางาน และตำแหน่งงานที่ได้ลงทะเบียนไว้ ทางกรมจะให้บริการแนะแนวทางการประกอบอาชีพ ให้คำปรึกษาในการจ้างงาน และสนับสนุนบริการแบบช่วยเหลือตนเองให้กับผู้หางาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ได้รับการจ้างงาน โดยการสนับสนุนให้มีการติดต่อโดยตรง ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ หรือผ่านระบบคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ ทางกรมยังมีหน้าที่จัดโครงการพิเศษ และโครงการที่ออกแบบเพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น โครงการจ้างงานเยาวชน หรือโครงการที่จัดให้คนพิการสามารถทำงานได้ในสถานที่ทำงานทั่วไป ศูนย์จัดหางานได้พยายามที่จะขยายบริการไปสู่กลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะคนพิการที่กำลังหางาน และบุคคลที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพส่วนตัว สำหรับบุคคลที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพส่วนตัวนั้นทางศูนย์จะได้แนะนำหน่วยงานที่เหมาะสมให้ต่อไป

ในด้านของคนพิการนั้น กรมการจัดหางานมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมพิเศษ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการจัดหางานให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงผู้ที่ออกโรงเรียนก่อนกำหนด เยาวชนว่างงาน และคนพิการ

2.4 ความร่วมมือระหว่างภูมิภาค

คณะผู้แทนจากภูฐานได้เข้าร่วมการสัมมนาในหลายๆ หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับคนพิการซึ่งจัดให้มีขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชีย คณะผู้แทนจากภูฐานได้เข้าร่วมสัมมนาการเสริมสร้างความสามารถศักยภาพคนพิการในแถบเอเชียและแปซิฟิกในหัวข้อ "สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันโดยปราศจากอุปสรรค และคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการ" ในเมืองกาฏมานดุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 13 – 17 กุมภาพันธ์ 2547 ผู้เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ประกอบไปด้วยผู้แทนจาก 27 ประเทศในเขตเอเชียและแปซิฟิก

องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ได้ให้การสนับสนุนสัมมนาครั้งนี้ ซึ่งจัดโดยองค์กรคนพิการสากล ในในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และได้รับการสนับสนุนจากองค์กรคนพิการสากล ประเทศเนปาล จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมการสัมมนาจากประเทศในเอเชียและแปซิฟิกมีโอกาสเสริมสร้างศักยภาพของตนเอง และองค์กรในการส่งเสริมและบรรลุเป้าหมายด้านความเสมอภาคในสังคม และการมีส่วนร่วมของบุคคลคนพิการโดยการเน้นการมีส่วนร่วมของคนพิการในฐานะผู้ริเริ่ม และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมในความพยายามที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไป

2.5 ข้อมูลเชิงสถิติ

ในการดำเนินงานของโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน การเก็บข้อมูลคนพิการได้มีการดำเนินการโดยการใช้แบบสอบถามเพื่อจำแนกประเภทของความพิการของคนพิการในเมือง Khaling และ Mewang มีการจัดการฝึกอบรมสำหรับผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์ พนักงานด้านสุขภาพทั่วไป และเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด เพื่อให้สามารถจำแนกประเภทคนพิการได้ จากนั้นจึงมีการออกสำรวจตามบ้านในพื้นที่โครงการนำร่องสองแห่ง (Khaling และ Mewang) สัดส่วนคนพิการที่พบจากการสำรวจพื้นที่ทั้งสองแห่งนั้นมีประมาณ 3.5% (240 คน)

คนพิการด้านการพูดและการได้ยิน และคนพิการทางสายตา เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนสูง ผลจากการสำรวจครั้งนี้จะเป็นเครื่องช่วยชี้ทิศทางการดำเนินงานของโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนในระยะต่อไป

ประเภทของความพิการในพื้นที่ Khaling & Mewang Geogs

ที่มา: Royal Civil Service Commission Secretariat
Statistical Yearbook of Bhutan 2003, National Statistical Bureau

คนพิการจำแนกตามอายุ

เจ้าหน้าที่ของ BHU ได้ทำการรวบรวมข้อมูลคนพิการทั่วประเทศ ข้อมูลที่ได้นี้ยืนยันข้อมูลที่ได้จากการสำรวจของโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนใน Khaling และ Mewang Geogs นอกจากนี้ ข้อมูลนี้ยังเป็นการยืนยันอีกว่าความพิการด้านการพูดและการได้ยิน และพิการทางสายตาเป็นคนพิการกลุ่มใหญ่ที่สุด การสำรวจโดยจำแนกตามอายุนั้นได้ตัวเลขคล้ายกับการทำสำรวจก่อนหน้านี้ การสำรวจครั้งนี้ถือเป็นเพียงปัจจัยบ่งชี้เท่านั้น และจะต้องมีการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการวางแผนพัฒนาประเทศ 5 ปี ฉบับต่อไป

2.6 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันราชอาณาจักรภูฐานยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเจาะจงสำหรับการป้องกันสิทธิเสรีภาพของคนพิการ อย่างไรก็ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน วันที่ 26 มีนาคม 2548 ได้ระบุถึงการคุ้มครองคนพิการไว้ในมาตราที่ 9 - หลักการนโยบายของรัฐ ส่วนที่ 22 ได้ระบุว่า

"รัฐต้องให้หลักประกันในกรณีเจ็บป่วยและพิการ หรือการขาดแคลนปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต อันเนื่องมาจากเหตุผลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบุคคล".

ร่างรัฐธรรมนูญยังได้ระบุเนื้อหาทั่วไปเกี่ยวกับหลักการว่าด้วยสังคมที่ปราศจากการข่มเหง และการกีดกันแบ่งแยก และความรุนแรง ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังที่ระบุในมาตรา 9 - หลักการนโยบายของรัฐ ส่วนที่ 3 ดังนี้

"รัฐต้องสร้างสังคมที่ปราศจากการกดขี่ข่มเหง การแบ่งแยก และการใช้ความรุนแรง โดยจะยึดตามหลักกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรี และให้สิทธิขั้นพื้นฐานในอิสรภาพของประชาชน".

หลักการนโยบายของรัฐยังมีการระบุในส่วนที่ 6 เพิ่มเติมว่า

"ต้องใช้กฎหมายทำให้เกิดความยุติธรรมในสังคม โดยทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจหรือความพิการใดๆก็ตาม."

2.7 สวัสดิการสังคม

ปัจจุบันภูฐานยังไม่มีสวัสดิการพิเศษใดๆ ให้แก่คนพิการ อย่างไรก็ตาม คนพิการมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานเบี้ยบำนาญแห่งชาติและกองทุนเงินทดแทนภายหน้า

สำนักงานเบี้ยบำนาญแห่งชาติและกองทุนเงินทดแทนภายหน้า
เงินทดแทนสำหรับคนพิการถาวร

สมาชิกซึ่งกลายเป็นคนพิการอย่างถาวร ก่อนการเกษียณอายุจะมีสิทธิได้รับสวัสดิการเทียบเท่ากับ 30% ของ ACSSI โดยมีเงื่อนไขว่าสมาชิกต้องส่งเงินสะสมกองทุนมาแล้วอย่างน้อย 36 เดือน และมีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนที่จะกลายเป็นคนพิการ จำนวนเงินสวัสดิการจะถูกหักลดเงินชดเชยรายเดือนใดๆ ก็ตามที่คนพิการได้รับตลอดระยะเวลาที่มีความพิการ

สวัสดิการสำหรับคนพิการถาวรจะจ่ายตั้งแต่วันที่พิการ ตลอดระยะเวลาที่ได้รับความพิการ จนถึงครบกำหนดเกษียณอายุราชการ หรือหายเป็นทั่วไป หรือการเสียชีวิตของสมาชิก และได้มาติดต่อแจ้งถึงเรื่องการพิการ จนกระทั่งถึงวันที่ออกจากการทำงาน หรือการคืนสภาพเดิมหรือความตายของสมาชิก เมื่อครบกำหนดเกษียณอายุราชการแล้ว สมาชิกจะได้รับผลประโยชน์จากเบี้ยบำนาญที่ครบกำหนดจ่ายเมื่อเกษียณอายุ หรือเงินบำนาญขั้นต่ำ ขึ้นอยู่ว่าจำนวนใดสูงกว่า

2.8 บริการด้านการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และเครื่องมืออำนวยความสะดวก

การฟื้นฟูสมรรถภาพ

โครงการสุขภาพจิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ได้ถูกบรรจุเข้าไว้ในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 8 ไว้ ดังต่อไปนี้

แผนงานแห่งชาติ เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน

แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 8 การฟื้นฟูสมรรถภาพถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการด้านสุขภาพในประเทศภูฐาน มีการดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนพิการจากอุบัติเหตุ หรือจากสาเหตุอื่นใดได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางกายภาพและทักษะอาชีพ และการรวมเข้าด้วยกัน รวมไปถึงการได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากชุมชนของตนเอง และสถาบันสวัสดิการสังคม

การฟื้นฟูสมรรถภาพโดยอิงชุมชนและโครงการฟื้นฟูสภาพจิตใจเป็นการให้การช่วยเหลือแก่คนพิการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างทั่วไป โครงการฟื้นฟูทางจิตใจเป็นอีกส่วนสำคัญที่ได้รวมอยู่ในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 9 เพื่อให้ใช้ได้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยจัดการฝึกการอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเหมาะสมต่อไป

โครงการการพัฒนาทักษะระยะสั้นอย่างไม่เป็นทางการ เช่น การพัฒนาทักษะชุมชน ทักษะการก่อสร้างและซ่อมบำรุงอาคาร และโครงการเพื่อการพัฒนาทักษะพิเศษอื่นๆ วางเป้าหมายไปที่ ผู้ที่ต้องหยุดเรียนและเยาวชนที่ว่างงาน กำลังได้รับการพัฒนาและรวมอยู่ในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 9 โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับประสบการณ์โดยตรง และนำไปประกอบอาชีพอิสระได้ โดยเริ่มเป็นธุรกิจขนาดเล็กและอุตสาหกรรมในครัวเรือน โครงการพัฒนาทักษะในชุมชน จะจัดการฝึกอบรมและทักษะอาชีพที่ตรงกับความต้องการของชุมชน ด้านศิลปะและงานฝีมือ โครงการคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 1,250 คน ส่วนโครงการพัฒนาพิเศษอื่นๆ วางเป้าหมายที่แรงงานประมาณ 3,750 คน โดยจะครอบคลุมไปถึงคนพิการและเยาวชนที่อยู่ภายใต้สถานพินิจด้วย

เครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก

เครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการมาจากการนำเข้าจากต่างประเทศและการรับบริจาค แขน - ขาเทียม ไม้ค้ำยัน ไม้เท้า และรองเท้ามีการผลิตภายในประเทศ อย่างไรก็ตามประมาณ 80% ของอุปกรณ์ช่วยเหลือต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจาก บังคลาเทศ อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมไปถึงรถเข็น ไม้เท้าสี่ขาหัดเดิน รถเข็น ตัวอักษรเบลล์ อุปกรณ์ช่วยในการมองเห็น อุปกรณ์ทางการศึกษาและอุปกรณ์ช่วยฟัง การนำเข้าอุปกรณ์ช่วยเหลือโดยการซื้อหรือรับบริจาคทั้งหมดจะได้รับการยกเว้นภาษีอากรจากกรมศุลกากร

อุปกรณ์ช่วยเหลือจะถูกจัดสรร (โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย) ตามที่ได้รับการร้องขอจากโรงพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพ นอกจากนี้แล้ว ยังไม่มีนโยบายใดๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับคนพิการ

2.9 การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน

การฟื้นฟูโดยอิงชุมชนซึ่งได้รวมอยู่ในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 8 ระบุว่า

"ในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 8 ได้มีการบรรจุโครงการใหม่ 2 โครงการคือ การฟื้นฟูโดยอิงชุมชนและการดูแลสุขภาพจิต โดยมีจุดมุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่ยังไม่เคยได้รับบริการใดๆ รวมไปถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการ"

โครงการการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยอิงชุมชนได้รับการสนับสนุนจากกรมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เป็นลักษณะโครงการนำร่องใน Khaling และใช้โครงสร้างระบบการดูแลสุขภาพพื้นฐานเป็นช่องทางให้บริการ โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการใช้แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 8 องค์การอนามัยโลกได้จัดเตรียมการสนับสนุนทางเทคนิคและการสนับสนุนทางการเงินเบื้องต้นไว้สำหรับใช้ในโครงการ

จากประสบการณ์ที่ได้มาจาก โครงการนำร่อง Khaling กิจกรรมของโครงการฟื้นฟูโดยอิงชุมชนได้ขยายไปสู่เขต Mewang ในปี พ.ศ.2543 เป้าหมายของโครงการนำร่องจะอยู่ที่การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่บางส่วน การค้นหาคนพิการและการเริ่มให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพ

วิสัยทัศน์ของโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนคือ "คนพิการทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ สามารถพึ่งตนเองได้ตามกำลัง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศตามขีดความสามารถของตน." ในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 9 โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนจะหาหนทางแก้ไขปัญหาความต้องการของคนพิการ เป็นที่คาดว่าจะประสบผลสำเร็จและบรรลุตามเป้าหมายดังต่อไปนี้

  • การยอมรับเกี่ยวกับการป้องกันความพิการและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งจะรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน ใน 20 Dzongkhags
  • การจัดหาบริการทางด้านการแพทย์ และการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการทุกประเภท
  • การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กพิการภายในโรงเรียนทั่วไป
  • การส่งเสริมกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับผู้ใหญ่ที่พิการ
  • การตื่นตัวของชุมชน และการยอมรับให้คนพิการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม

วัตถุประสงค์ของโครงการ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน คือ

  • เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับชุมชน เกี่ยวกับการป้องกันความพิการและการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพ เป็นส่วนหนึ่งของบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน ในพื้นที่ส่วนที่เหลือในเขต Dzongkhags โดยอิงจากคู่มือขององค์การอนามัยโลก "การฝึกอบรมชุมชนสำหรับคนพิการ"
  • รับผิดชอบในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการฟื้นฟูโดยอิงชุมชนในทุกระดับ
  • เพื่อพัฒนา / ก่อตั้งศูนย์ทรัพยากรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ
  • เพื่อลดผลกระทบทั้งหมดของความพิการ โดย (1) ลดจำนวนคนพิการโดยการป้องกัน การส่งเสริมสุขภาพและให้ความรู้ (2) ลดผลกระทบของความพิการที่มีอยู่ โดยการเฝ้าระวังตรวจสอบ การช่วยเหลือและการฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • เพื่อสนับสนุนและประสานงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการป้องกันและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ

จากประสบการณ์ที่ได้รับโครงการนำร่อง การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน แสดงให้เห็นได้ว่า การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนเป็นโครงการที่สำคัญของภูฐาน มีการดำเนินงานผ่านบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน จะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดที่สามารถสนองกับความต้องการของคนพิการที่อาศัยอยู่พื้นที่ชนบทห่างไกลทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม โครงการนำร่องก็แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่าเป้าหมายของโครงการโดยอิงชุมชน จะไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้โดยการแทรกแซงเฉพาะในส่วนของการดูแลสุขภาพเท่านั้น ดังนั้นในการดำเนินการโครงการนำร่อง จึงได้มีความพยายามก่อตั้ง คณะกรรมการติดต่อประสานงานเพื่อคนพิการแห่งชาติ (NCCD) ขึ้นมา

2.10 ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ

จากข้อมูลของสถาบันการดำรงชีวิตอิสระ ทางเลือกที่ได้รับความนิยมนอกเหนือไปจากการก่อตั้งบ้านพักอาศัยและสถาบันเพื่อการฟื้นฟูก็คือ การให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนรวมถึงโครงการสร้างรายได้แก่คนพิการภายในชุมชน ดังนั้น ภูฐานจึงยังไม่มีองค์กรใดดำเนินการเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มีสถาบันเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ 2 แห่ง ซึ่งให้บริการกายภาพบำบัด สำหรับคนพิการทางกายภาพ ตั้งอยู่ที่ Thimphu General Hospital และโรงเรียนสอนคนตาบอด โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนได้รับการก่อตั้งโดยกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพ และ การพัฒนาเพื่อครอบครัว และกลุ่มชุมชนที่ให้การสนับสนุนสำหรับคนพิการ

2.11 ความตระหนักรู้ของสาธารณชน

ในส่วนของแผนดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนการสร้างความตระหนักรู้ให้กับฝ่ายต่างๆ ได้เริ่มดำเนินการในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 9 ซึ่งจะครอบคลุมถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้

หัวข้อ

  • สาเหตุ
  • การป้องกัน
  • การจัดการเกี่ยวกับคนพิการ
  • การเปลี่ยนทัศนคติที่เป็นลบ
  • แก้ไขความเชื่อผิดๆ และความเชื่อทางไสยศาสตร์
  • ความสามารถและศักยภาพของคนพิการ

กลุ่มเป้าหมายของการสร้างความตระหนักรู้

  • คนพิการและสมาชิกในครอบครัว
  • ผู้นำของชุมชนอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
  • ผู้มีอำนาจทางการศึกษา
  • ผู้จ้างงาน ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
  • แพทย์แผนโบราณ
  • หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดt

วิธีการสร้างความตระหนักรู้

  • การมีส่วนร่วมในกิจกรรมพิเศษ เช่น วันคนพิการโลก
  • โครงการให้การศึกษากับผู้ปกครองภายในบ้านหรือในโอกาสอื่นๆ
  • การอภิปรายเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย
  • การใช้คนพิการในฐานะผู้สนับสนุนและกรณีศึกษา
  • การใช้ศิลปะพื้นบ้าน โปสเตอร์ สื่อทางภาพและเสียง
  • การประชุมสนับสนุน การประชุมเครือข่าย การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ระหว่างหน่วยงานต่างๆ

เป้าหมายและปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของแผนงาน 5 ปี ฉบับที่ 9 มีดังต่อไปนี้

  • ลดเหตุซึ่งนำไปสู่ความพิการ
  • เพิ่มปริมาณการใช้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • เปลี่ยนอคติเกี่ยวกับคนพิการ
  • ขยายโอกาสด้านต่างๆ สำหรับคนพิการ
  • ยกระดับการมีส่วนร่วมในชุมชนของคนพิการ

ปัจจัยชี้วัด

  • จำนวนผู้รับบริการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • จำนวนของเด็กพิการในโรงเรียน
  • จำนวนของคนพิการในแรงงาน
  • จำนวนคนพิการซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มหรือคณะกรรมการ
  • จำนวนคนพิการซึ่งใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน เปรียบกับสถิติก่อนหน้านี้

2.12 กีฬา

การมีส่วนร่วมของคนพิการในกิจกรรมกีฬาในปัจจุบันอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของมูลนิธิการพัฒนาเยาวชน (YDF) โดยทำหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้บริจาคนานาประเทศ เพื่อให้การสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะรวมถึงเยาวชนผู้ด้อยโอกาส เช่น พิการ ไม่ได้เรียนหนังสือ ผู้ที่ทำผิดกฎหมาย เยาวชนว่างงาน รวมไปถึงเยาวชนในพื้นที่ชนบทห่างไกล

ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ได้แก่หน่วยงานของรัฐบาล กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนประจำท้องถิ่น โรงเรียน ศูนย์เยาวชน องค์กรชุมชนและองค์กรท้องถิ่น และสมาพันธ์การกีฬา

จุดมุ่งหมาย 7 ประการ ภายใต้กรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวา (BMF)

2.13 องค์กรพึ่งตนเองของคนพิการ ครอบครัว และสมาคมผู้ปกครองที่เกี่ยวข้อง

ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานหรือการก่อตั้งองค์กรพึ่งตนเอง หรือองค์กรครอบครัว และสมาคมผู้ปกครองอย่างเป็นทางการในภูฐาน อย่างไรก็ตาม โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนของกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหน้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของคนพิการ

2.14 สตรีและความพิการ

ปัจจุบันยังไม่มี องค์กรของรัฐ หรือองค์กรของเอกชนในภูฐานที่ดำเนินงานเกี่ยวกับกลุ่มสตรีพิการโดยเฉพาะ

รัฐบาลได้ให้การยอมรับสิทธิสตรี และร่วมลงนามต่อคณะกรรมการต่อต้านการแบ่งแยกและกีดกันสตรี (CEDAW) เมื่อปี 2524 ส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา ฉบับที่ 9 ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาแก่สตรี โดยจะจัดให้มีบริการการแนะแนวและให้คำปรึกษาภายในโรงเรียนกับนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนหญิง และเด็กผู้หญิงที่ผิดทั่วไปจะถูกทำให้เข้มแข็งขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะในโรงเรียน จะมีการก่อตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับประชากรได้ครึ่งหนึ่งเมื่อสิ้นสุดแผนฉบับนี้ รวมถึงจะมีการกำหนดเงื่อนไขการจ้างงานที่เหมาะสมสำหรับสตรี เพื่อให้สามารถแสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และทำหน้าที่เลี้ยงดูบุตรได้พร้อมๆ กัน

สหพันธ์สตรีแห่งชาติภูฐาน (NWAB) ถูกตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524 ด้วยวัตถุประสงค์ "เพื่อกระตุ้นให้สตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ และกิจกรรมต่างๆ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ" และ "ยกระดับฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจแก่สตรี โดยเฉพาะสตรีชนบท"NWAB มีฐานะเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ในปี พ.ศ. 2536 มีสมาชิกทั่วประเทศทั้งหมด 400 คน และปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคมในหลายพื้นที่ โดยให้การฝึกอบรมงานฝีมือแก่สตรี และให้ความช่วยเหลือแก่สตรีเพื่อให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจของตนเองได้

ทั้งชายและสตรีภูฐานต่างมีกิจกรรมนอกฤดูเก็บเกี่ยว โดยที่สตรีมักทำงานด้านการทอผ้าและค้าขายเล็กๆ น้อย ๆ การทอผ้าเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคกลางและภาคตะวันออก การสานตะกร้าและรองเท้า งานยกกระเป๋า และงานช่างไม้ คือส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างรายได้นอกภาคเกษตรสำหรับชายภูฐาน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดทางภาคตะวันออกมีความชำนาญด้านการผลิตตะกร้าไม้ไผ่คุณภาพดี และภาชนะอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่นักท่องเที่ยว ครอบครัวจำนวนมากทำการผลิตกระดาษแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนกันอย่างแพร่หลาย การชุมชนเกษตรกรของภูฐานโดยทั่วไปยังคงใช้ระบบการแลกเปลี่ยนแรงงานแทนการว่าจ้าง ทั้งชายและหญิงจะถูกนับเป็นแรงงานหนึ่งคนเท่ากัน ผู้ชายและผู้หญิงสามารถทำงานก่อสร้างบนถนนได้เช่นกัน แต่ค่าแรงรายวันของแรงงานชายจะได้สูงกว่าค่าแรงรายวันของผู้หญิง

2.15 การป้องกันและค้นหาความพิการตั้งแต่แรกเริ่ม และการให้การศึกษาแก่คนพิการ

การป้องกันและค้นหาความพิการตั้งแต่แรกเริ่ม

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้การสนับสนุนหลายโครงการกับภูฐานตลอดทั้งปี ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้ดำเนินโครงการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ตามรายละเอียดดังนี้

โครงการ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน

แม้ว่าบริการด้านสุขภาพจะได้รวมโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยอิงชุมชนเมื่อช่วงต้น ปี พ.ศ. 2540 แต่ก่อนหน้านั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ก่อตั้งโรงเรียนสำหรับคนพิการทางสายตา Zangley Muenselling ใน Khaling, อยู่ทางตะวันออกของภูฐาน กระทรวงสาธารณสุขได้ระบุว่ามีโรงพยาบาล 1 แห่ง ที่ดำเนินงานเป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ และมีการทุ่มเททรัพยากรเพื่อการพัฒนาศูนย์แห่งนี้ต่อไป

โครงการสุขภาพจิต

โครงการสุขภาพจิตได้เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2540 พร้อมกับการเริ่มต้นของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 8 องค์การอนามัยโลกและหน่วยงานพัฒนาสากล ประเทศเดนมาร์ค (DANIDA) ต่างมีบทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนด้านการเงินและการช่วยเหลือทางเทคนิคต่างๆ โครงการนี้ได้รับการผนวกอยู่ในบริการสุขภาพทั่วไป โครงการสำรวจเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้เริ่มดำเนินการเมื่อ ปี พ.ศ. 2545 และกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน โดยการเพิ่มขีดความสามารถให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีบทบาทสำคัญ

โครงการดูแลตาและสุขภาพในช่องปากขั้นพื้นฐาน

โครงการเพื่อป้องกันความพิการทางสายตา ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2530 ค่ายสุขภาพสายตาถูกจัดขึ้นภายในโรงเรียนและชุมชน เพื่อรักษาปัญหาทางสายตา กิจกรรมระดับชุมชนนี้ได้รับการสนับสนุนโดยหน่วยงานระดับจังหวัด และร้านแว่นตาแห่งหนึ่งให้การสนับสนุนโดยจัดหาเลนส์แว่นตาในราคาพิเศษ

ปัญหาสุขอนามัยในช่องปากสามารถพบได้โดยทั่วไป ดังนั้นจึงมีการริเริ่มโครงการสุขภาพในช่องปากขึ้นในปี พ.ศ. 2541 โครงการนี้จะมีการตรวจเยี่ยมโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำการตรวจรักษาโรคฟันให้แก่นักเรียนในโรงเรียนนอกเหนือไปจากการไปรับบริการทันตกรรมจากโรงพยาบาล

โครงการอาสาสมัครสุขภาพในชุมชน (VHW)

ตามหลักการจัดหาบริการสุขภาพเบื้องต้น การขยายการบริการด้านสาธารณสุขไปยังพื้นที่ชนบทห่างไกล และการยกระดับความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรมเพื่อสุขภาพมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โครงการอาสาสมัครสุขภาพในชุมชน (VHW) จึงได้เริ่มขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2521 โครงการ VHW ถือเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างชุมชนและรัฐบาลในการพัฒนาและส่งเสริมสุขอนามัยขั้นพื้นฐานให้ดีขึ้น มีการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดต่อ วางแผนครอบครัว การโภชนาการ การควบคุมโรคท้องร่วง การป้องกันโรคติดต่อทางเพศ รวมไปถึงเอชไอวี/เอดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชุมชนที่เดินทางไปรับบริการสุขภาพไม่สะดวก ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 1,327 คนปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการระบบบริการสุขภาพภาคทั่วไป

การให้ศึกษาแก่คนพิการ

รัฐบาลตระหนักดีว่า ความพิการสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนและหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการเจ็บป่วยในวัยเด็ก ปัจจัยทางพันธุกรรม การขาดสารอาหาร และอุบัติเหตุ การดูแลป้องกันความพิการทางร่างกายและจิตใจ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ จึงเป็นอีกส่วนสำคัญของการให้บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน

ภายใต้แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 8 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ทั่วไปซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์แห่งชาติด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สนับสนุนให้ประชากรมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศ

ดังนั้น การพัฒนาประสิทธิภาพระบบการจัดการศึกษา เพื่อให้ระบบการศึกษามีความเหมาะสมและมีความคุ้มทุนมากยิ่งขึ้น จึงได้รับความสำคัญในแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 8 ดังต่อไปนี้

  • สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่คนพิการและผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • จัดทำโครงการทางการศึกษาแก่คนพิการ และให้การอบรมทักษะที่จำเป็น เพื่อช่วยให้คนพิการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติ

ส่วนหนึ่งของแผนงานที่รวมอยู่ในแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 8 เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับคนพิการ จึงได้มีการริเริ่มนโยบายดังต่อไปนี้

โครงการการศึกษาถูกจัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการพิเศษของคนพิการ เมื่อเร็วๆ นี้จึงมีการปรับปรุงโรงเรียนสำหรับคนตาบอด สังกัดสถาบันการศึกษาแห่งชาติสำหรับคนพิการ โครงการฟื้นฟูโดยอิงชุมชนของกระทรวงสาธารณสุข วิทยาลัยเทคนิคและสถาบันอาชีวศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกันจัดทำนโยบายเพื่อตอบสนองความต้องการทางการศึกษาของคนพิการในรูปแบบต่างๆ ทุกครั้งที่สามารถทำได้ โครงการจะมีการดำเนินงานโดยอิงชุมชน และใช้ประโยชน์จากสาธารณูปโภคที่มีอยู่เดิม นอกเหนือไปจากการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ยังจะมีการฝึกอบรมทักษะพิเศษ เพื่อให้คนพิการมีศักยภาพเพียงพอที่จะได้รับการจ้างงาน ครูอาจารย์ผู้รับผิดชอบต่อการศึกษาของคนพิการจะต้องผ่านโครงการเพื่อเรียนรู้ทักษะและความชำนาญพิเศษเพื่อให้สามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างสมบูรณ์

ภายใต้แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 9

มาตรการอื่นๆ ภายใต้แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 9 ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อผู้ยากไร้ รวมไปถึงนโยบายของรัฐที่จะจัดหาบริการสำหรับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ได้รวมไปถึงการจัดหาสาธารณูปโภคสำหรับโรงเรียนประจำ หรือการก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ภายในระยะทาง 3 กิโลเมตรจากชุมชน หรือใช้เวลาในการเดินไม่เกิน 1 ชั่วโมง

การให้บริการที่มีคุณภาพมีความสำคัญสูงสุด บริการทั้งหมดจะรวมถึงการบริการน้ำดื่มสะอาดแบบเคลื่อนที่ได้ และสาธารณูปโภคเพื่อสุขอนามัย โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาของแผนพัฒนาฉบับที่ 9 นี้ การประสานงานระหว่างหน่วยงานสุขภาพและโภชนาการจะได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ รวมไปถึงการขยายบริการด้านการคุมกำเนิดและวางแผนครอบครัว มีการวางระบบควบคุมและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ โดยการสนับสนุนด้านการศึกษาและให้ความรู้ความเข้าใจ มีการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนบางแห่งในพื้นที่ Dzongkhags จะได้รับการสนับสนุนด้านอุปกรณ์และทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้สามารถรองรับเด็กพิการในพื้นที่เข้าศึกษาได้

เด็กและเยาวชนคนพิการ

สถาบันแห่งชาติเพื่อคนพิการ (NID) ซึ่งเป็นเพียงหน่วยงานเดียวที่จัดการศึกษาและการอบรมให้เด็กคนพิการทางสายตา กำลังได้รับการปรับปรุงให้สามารถรองรับเด็กที่พิการด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการรวมเด็กพิการเข้าในชั้นเรียนตามทั่วไป แทนที่จะนำตัวพวกเขาออกไปจากครอบครัวและชุมชน คณะทำงานได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อเริ่มดำเนินงานโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน มีเป้าหมายเพื่อการดูแลด้านสุขภาพ การศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อให้เด็กคนพิการเติบโตเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าในสังคม

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดในกระทรวงศึกษาธิการที่ทำหน้าที่พัฒนานโยบายและวางแผนเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ โดยเป็นที่เข้าใจว่า การจัดการศึกษาพิเศษเป็นภารกิจร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ แม้ว่าจะมีความร่วมมืออยู่ในระดับจำกัดก็ตาม

โรงพยาบาล Jigme Dorji Wangchuck National Referral Hospital ได้จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการขึ้นระดับหนึ่ง เป้าหมายคือการเปิดโอกาสทางการศึกษาต่อเนื่องให้กับเด็กพิการในลักษณะของผู้ป่วยใน และกระทรวงศึกษาธิการกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาแผนกรอบการทำงานสำหรับการศึกษาพิเศษ

คณะเดินทางไปสร้างความร่วมมือของ APCD ที่ประเทศภูฐานเมื่อปี 2547 ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียน 3 แห่ง โรงเรียนมัธยมต้น Chagangkha ได้รวมหลักสูตรสำหรับเด็กพิการเข้าไว้ด้วย ผู้อำนวยการของโรงเรียนได้ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษจากประเทศแคนาดา ซึ่งอยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์กรพัฒนาสากล ประเทศแคนาดา และหน่วยงานพัฒนาสากล ประเทศเดนมาร์ค โรงเรียนมัธยมกลาง Khasadrapchu และโรงเรียนมัธยมต้น Woochu ก็ได้รวมการศึกษาพิเศษเข้าในหลักสูตรเช่นกัน จากข้อมูลของคณะทำงาน APCD กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดูแลหน่วยการศึกษาสำหรับคนหูหนวก โดยมีการจัดตั้งคณะวิจัยเพื่อบุกเบิกด้านการศึกษาสำหรับคนหูหนวกในประเทศภูฐาน ครู / นักวิจัยภายใต้หน่วยการศึกษาสำหรับคนหูหนวกกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาภาษามือประจำชาติภูฐาน โดยได้มีการรวบรวมคำศัพท์กว่า 1,000 คำแล้ว

วิสัยทัศน์กระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับเด็กพิการ ตาม "วิสัยทัศน์ 2020"โดยมีแผนการจัดการศึกษาดังต่อไปนี้

เด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคน รวมไปถึงเด็กที่มีความบกพร่องทางกายภาพ ทางจิต หรือความบกพร่องด้านอื่นๆ จะต้องสามารถเข้าถึงและได้รับสวัสดิการด้านการศึกษา ซึ่งจะรวมไปถึงการเข้าถึงหลักสูตร การมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกหลักสูตร และการเข้าถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรม ศิลปะ และกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ โครงการจะได้รับการสนับสนุนโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรม มีการวางแผนการสอนที่เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนรู้ที่ต่างกันออกไป เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะจัดให้มีการฝึกอบรมสำหรับครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกระทรวง

เด็กพิการและผู้ที่มีความต้องการพิเศษจะสามารถเข้าถึงโรงเรียนในท้องถิ่นของตน สามารถเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนประจำท้องถิ่นโดยได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับเด็กทั่วไปทั่วไป การจัดการศึกษาที่ดีไม่ควรจะแยกเด็กออกจากครอบครัวและชุมชน และควรสนับสนุนให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างต็มที่ เด็กพิการที่ต้องเดินทางไปศึกษาในโรงเรียนประจำจะต้องได้รับการดูแลให้ได้รับการศึกษาร่วมกับเด็กอื่นๆ และมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด และสถาบันอุดมศึกษาจะต้องเปิดโอกาสสำหรับเยาวชนคนพิการอย่างเท่าเทียมกันอีกด้วย

2.16 การฝึกอาชีพและการจ้างงาน

ศูนย์ฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ Draktsho

จากข้อมูลของกองทุนพัฒนาเยาวชนแห่งภูฐาน กระทรวงศึกษาธิการกำลังพยายามตอบสนองความต้องการของคนพิการที่ได้ลงทะเบียนเรียนในสถานศึกษาแล้ว ความต้องการทางการศึกษา ส่วนความต้องการของคนพิการที่ออกจากระบบโรงเรียนไปแล้วจะได้รับการตอบสนองผ่านทางศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยอิงชุมชนศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการ Draktsho (DVTCD) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาสำหรับชุมชน Thimphu จะให้บริการทางการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งก็จะเป็นการให้การสนับสนุนแก่เยาวชนคนพิการที่ไม่ได้เรียนหนังสือในเขต Thimphu โดยองค์กรพัฒนาเยาวชนจะให้การสนับสนุนในระยะโครงการนำร่อง

DVTCD คือศูนย์บริการที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานชีวิตของเยาวชนคนพิการ โดยการเสริมสร้างศักยภาพและการนำคนพิการเข้าสู่สังคมทั่วไป ศูนย์มุ่งเน้นที่การเตรียมความพร้อมด้านทักษะอาชีพ เพื่อเพิ่มโอกาสการทำงานให้กับคนพิการ สร้างแรงบันดาลใจ และสนับสนุนการพึ่งตนเอง ทำให้คนพิการสามารถดำรงชิวิตได้อย่างอิสระ มีความเชื่อมั่น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมต่อไป

จุดมุ่งหมายของศูนย์ไม่เพียงแต่จะเพิ่มทักษะและความรู้เท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญคือการสร้างทัศนคติที่เป็นบวกต่อการมีชีวิตอยู่และการใช้ชีวิต และโดยแท้จริงแล้ว ภารกิจที่ท้าทายที่สุดสำหรับทางศูนย์คือการพยายามลบความเชื่อผิดๆ ว่าตนเป็นผู้ด้อยโอกาส เป็นคนไร้ค่าสำหรับครอบครัวและสังคม ที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของคนพิการ

ศูนย์กำลังดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้

  • ศิลปะประจำชาติและการวาดภาพ
  • การตัดเย็บเสื้อผ้า
  • การประดิษฐ์ดอกไม้ (จากกระดาษและผ้า)
  • การประดิษฐ์ตุ๊กตาและของเล่น (ศิลปะพื้นบ้าน)
  • การร้องเพลงและการเล่นดนตรี
  • การประดิษฐ์ของที่ระลึก (ศิลปะพื้นบ้าน)
  • การทำบัตรอวยพรในโอกาสต่างๆ
  • การศึกษานอกโรงเรียน
  • กิจกรรมสันทนาและการกีฬา

ทางศูนย์ได้ให้บริการกับเยาวชนจำนวน 13 คน อายุระหว่าง 8 – 25 ปี ซึ่งมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนและไม่สามารถหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการฝึกอบรมหรือค่าใช้บริการได้ ดังนั้นทางศูนย์จึงไม่เก็บค่าธรรมเนียมใดๆ เลย

ศูนย์มีรายได้เล็กน้อยจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของนักเรียน ซึ่งจะถูกนำมาเป็นใช้จ่ายเป็นค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายประจำวันของศูนย์ ในขณะที่เงินบางส่วนจะแบ่งเป็นค่าตอบแทนให้แก่เยาวชนไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับเยาวชน และเพื่อให้เข้าใจในคุณค่าของการทำงาน นอกจากรายได้ส่วนนี้และการสนับสนุนจาก YDF แล้ว ทางศูนย์ไม่มีรายได้อื่นใดอีก

รายละเอียดของโครงการ

สำนักงานของ DVTCD ตั้งอยู่ในอาคารเช่า และหากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก YDF ก็จะไม่สามารถชำระค่าเช่าได้ เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงนี้แล้ว ด้วยความช่วยเหลือจาก YDF เทศบาลเมือง Thimphu ได้มีมติเห็นชอบในหลักการในการจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างศูนย์ ดังนั้นโครงการได้เสนอให้มีการจัดหาที่ดินและเริ่มก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ ห้องธุรการ ห้องเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า การประดิษฐ์ดอกไม้ การประดิษฐ์ตุ๊กตา ห้องดนตรีและศิลปะ และห้องสมุด

ปัจจุบันนี้ DVTCD มีการดำเนินงานภายใต้คำแนะนำของผู้ปกครองซึ่งทำหน้าที่เป็นอาสาสมัคร และไม่มีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมแม้แต่คนเดียว ยกเว้นผู้สอนวิชาการตัดเย็บ เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ ทางศูนย์จึงไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปเข้ารับการฝึกอบรมใดๆ ได้เลย ดังนั้นจึงมีการเสนอว่าในการดำเนินงานของโครงการนี้ จะมีการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมดูแลการจัดกิจกรรมต่างๆ ทำการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลเด็กที่มีความพิการในรูปแบบต่างๆ พัฒนาแผนงานพัฒนาบุคลากร และให้การสนับสนุนการก่อตั้งศูนย์ที่สามารถหางบประมาณสนับสนุนตนเองได้

เป้าหมายระยะยาว

เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนคนพิการมีความพร้อมต่อการใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยความมั่นใจและมีความสุข โดยการจัดให้มีโอกาสในการอบรมทักษะอาชีพ และการศึกษานอกระบบโรงเรียน

เพื่อสร้างให้ DVTCD เป็นศูนย์ที่มีประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนคนพิการในพื้นที่ Thimphu และค่อยๆ ขยายการดำเนินงานไปยังส่วนอื่นของประเทศ โดยการดำเนินการผ่านศูนย์สาขา

เป้าหมายปัจจุบัน

  • เพื่อพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ DVTCD ในการให้ความช่วยเหลือเด็กพิการในศูนย์
  • เพื่อส่งเสริม รวบรวม และรวมกลุ่มการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ปกครองและ DVTCD.
  • เพื่อกระตุ้นและประสานงานการสนับสนุนจากอาสาสมัคร ในเรื่องโครงการพัฒนาทักษะต่างๆ ของ CVTCD
  • เพื่อจัดหาโครงการกีฬาพื้นฐานสำหรับเด็ก
  • เพื่อจัดหาการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับเด็ก
  • หลังจากได้รับการฝึกทักษะอาชีพและการฝึกอบรมในโครงการเป็นเวลา 1 ปี เด็กควรมีความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับที่สูงขึ้นในทักษะดังต่อไปนี้
  • การทำบัตรอวยพร
  • การประดิษฐ์ดอกไม้นานาชนิดจากกระดาษและผ้า
  • ประดิษฐ์ของที่ระลึกและงานหัตถกรรมท้องถิ่น
  • การเล่นดนตรีท้องถิ่น ร้องเพลง และกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ
  • เรียนรู้ที่จะนำเศษสิ่งของกลับมาใช้ใหม่

2.17 การเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นและการขนส่งสาธารณะ

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลด้านการเข้าถึงสภาพแวดล้อมและการขนส่งมวลชนสำหรับคนพิการ

2.18 การเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสาร

NIDได้จัดให้มีการเรียนการสอนอักษรเบรลล์เพื่อที่เด็กที่ชำนาญในอักษรเบรลล์สามารถเข้ามีส่วนร่วมใน โรงเรียนตามทั่วไปได้จนถึงจบการศึกษาขั้นประถมได้

เด็กพิการทั้งหมดที่มีความต้องการพิเศษ รวมไปคนพิการทางร่างกาย และจิตใจ และความบกพร่องอื่นๆ ควรมีสิทธิ์เข้าถึงและได้รับสวัสดิการด้านการศึกษา ซึ่งประกอบไปด้วยการเข้าถึงหลักสูตรอย่างเต็มที่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกหลักสูตร และเข้าถึงวัฒนธรรม ศิลปะ สันทนาการและกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจอื่นๆ

โรงเรียนจำนวนหนึ่งใน Dzongkhag จะได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กพิการสามารถเข้ารับการศึกษาภายในท้องถิ่นของตนเองได้ ทั้งนี้จะมีการกำหนดจากจำนวนประชากร และอาจมีการเชื่อมโยงเข้าสู่แหล่งทรัพยากรอื่นๆ ด้วย สถาบันเพื่อคนพิการแห่งชาติจะได้รับการพัฒนาเป็นศูนย์กลางทรัพยากรสำหรับสนับสนุนเด็กที่พิการทางสายตา และจะมีการก่อตั้งหน่วยผลิตสื่ออักษรเบรลล์ที่ NIE Paro ให้หลักสูตรทั้งหมดและสื่อการเรียนการสอนมีการจัดทำเป็นอักษรเบรลล์สำหรับเด็กเหล่านี้ ศูนย์กลางการสนับสนุนสำหรับคนหูหนวกจะได้รับการจัดตั้งไว้ในโรงเรียนแห่งใดแห่งหนึ่งหนึ่งเพื่อสนับสนุนเด็กที่มีปัญหาทางการได้ยิน หน่วยการศึกษาพิเศษจะถูกจัดตั้งขึ้นภายในกรมการศึกษาพิเศษ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

2.19การบรรเทาความยากจน โดยการเสริมสร้างศักยภาพ สวัสดิการสังคมและการมีคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน

กองทุนพัฒนาเมืองหลวงแห่งสหประชาชาติ (UNCDF) ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ องค์กรพัฒนาทางการเงินแห่งภูฐาน (BDFC) ในการให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้ยืมในพื้นที่ชนบทตั้งแต่ พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา UNCDF ได้ให้ความช่วยเหลือในเงินกู้ยืมในชนบทซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ BDFC เป็นการขยายโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรรายเล็กในเขต Trashigang โดยเป็นแหล่งเงินทุนกู้ยืมสำหรับการลงทุนในส่วนประกอบที่สำคัญ การลงทุนเพาะปลูก และการพัฒนาที่ดิน

ในปี พ.ศ. 2542 โครงการด้านการเงินขนาดเล็กได้เริ่มขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเสริมสร้างศักยภาพของ BDFC ในด้านการเงิน และระดับรายได้ครัวเรือนในพื้นที่ชนบท โดยสามารถเข้าถึงแหล่งบริการด้านเงินทุนต่างๆ ได้ โครงการได้จัดให้มีบริการด้านแหล่งเงินทุน การพัฒนาขีดความสามารถและคำแนะนำด้านเทคนิคต่างๆ ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานพัฒนาสากล ประเทศเดนมาร์ค (SNV) และ RaboBank ผลงานที่โดดเด่นของ BDFC ในโครงการนี้ได้ส่งผลให้โครงการนี้สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนต่อไปและมีประสิทธิภาพ และค่อยๆ ปรับใช้มาตรฐานด้านกองทุนการเงินขนาดเล็กซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ องค์กรได้มีการกระจายการทำงานออกจากศูนย์กลาง และปรับปรุงกระบวนการส่งมอบเงินกู้ยืม โดยมีผลทำให้ลดค่าดำเนินการสำหรับลูกค้าได้เป็นอย่างมาก โดยไม่ต้องเสียเวลาในการรอคอย ค่าเดินทาง และการพลาดโอกาสในการทำธุรกิจ โครงการนี้ยังได้ช่วยเหลือ BDFC ในการสร้างระบบแผนธุรกิจแบบใหม่ เพื่อพัฒนาระบบการจัดการสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่นการทำศูนย์ธนาคารเคลื่อนที่และการกู้ยืมแบบกลุ่ม/p>

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) วางแผนการกู้ยืมสำหรับประเทศภูฐานในปี พ.ศ. 2548 – 2549 เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 13.4 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมุ่งเน้นไปที่ความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาภาคเอกชนตามแผนและโครงการพัฒนาของประเทศ

โครงการกู้ยืมประกอบไปด้วยการกู้ยืม 4 แบบ ได้แก่ เงินกู้ยืมฉุกเฉิน การสร้างระบบการคมนาคม พื้นที่ชนบท การสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับชุมชนเมือง และอาจรวมถึงเงินสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การให้กู้ยืมทั้ง 4 ประเภทนี้ได้จัดว่าเป็นการแก้ปัญหาความยากจน และอยู่บนพื้นฐานการกระตุ้นการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ สามในสี่ของโครงการนี้ได้รวมถึงการพัฒนาภาคเอกชนรวมอยู่ด้วย

"โครงการของ ABD มีวัตถุประสงค์ที่จะลดปัญหาความยากจนในท้องถิ่น โดยการจัดให้มีไฟฟ้าใช้ การขยายเครือข่ายถนน และการพัฒนาทักษะเบื้องต้นต่างๆ"ริชาร์ด โวค์ ผู้อำนวยการของ ADB ประจำภาคพื้นเอเชียใต้กล่าว

"เมื่อพิจารณาจากจำนวนแรงงานที่เพิ่มมากขึ้น ภาครัฐจึงได้เริ่มให้ความสำคัญต่อการพัฒนาภาคเอกชนและปฏิรูประบบการเงิน"

จากข้อมูลของ ADB การเพิ่มจำนวนของเยาวชนและผู้จบการศึกษาของภูฐาน การขยายตัวของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) คาดว่าจะเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญ ดังนั้น ABD ได้ให้ความช่วยเหลือกับรัฐบาลในการเตรียมการประเมินการเติบโต ค้นหาปัญหาหลักในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวางแผนการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

การอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาความยากจนในภูฐาน ADB จะให้ความช่วยเหลือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การพัฒนาพื้นที่ชนบท การค้าภายในประเทศและภูมิภาค โดยการพัฒนาทางหลวงสายตะวันออก – ตะวันตก และทางหลวงสายเหนือ – ใต้ ที่ติดต่อกับทางชายแดนประเทศอินเดีย การจัดให้มีการเชื่อมต่อกับทางจังหวัดที่ห่างไกลและยากจน ADB ยังได้วางแผนการเพื่อส่งเสริมทางเศรษฐศาสตร์ของท้องถิ่นโดยการจัดให้มีถนนเชื่อมจากพื้นที่การเกษตรไปยังตลาด สะพานและการศูนย์กลางการค้า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผู้ส่งออกสินค้าเกษตรกรรม อุตสาหกรรมขนาดย่อม อุตสาหกรรมในครัวเรือน และช่องทางการตลาด

ความช่วยเหลือและการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศภูฐานของ UNDP สามารถแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้

การกำหนดโครงสร้างรายงานแผนการพัฒนา เพื่อเผยแพร่นโยบายและแผนการการพัฒนา

UNDP ได้สนับสนุนและช่วยเหลือให้กับแผนกวางแผน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติภูฐาน ในการจัดเตรียมเอกสารรายละเอียดการพัฒนาต่างๆ อาทิเช่น รายงานแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลแห่งชาติ รายงานการวิเคราะห์สาเหตุความยากจน และรายงานความคืบหน้าของแผนพัฒนาสำหรับสหัสวรรษใหม่

จัดตั้งระบบเฝ้าระวังปัญหาความยากจนแห่งชาติ

เช่นเดียวกับประเทศที่กำลังพัฒนาอื่นๆ ภูฐานยังขาดการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติอย่างทั่วถึงและน่าเชื่อถือ UNDP ได้ให้ความช่วยเหลือกับรัฐบาลในการจัดตั้งระบบเฝ้าระวังปัญหาความยากจนแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยดรรชนีชี้วัดความยากจนและเส้นระดับความยากจน พร้อมทั้งกลไกเฝ้าระวังแนวโน้มความยากจนในอนาคต

โครงการบรรเทาความยากจน

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน และกระตุ้นการพัฒนาภาคเอกชนในพื้นที่ยากจนในชนบท UNDP ร่วมกับ องค์การพัฒนาแห่งเนเธอแลนด์ (SNV) และ FAO ได้สนับสนุนการพัฒนาบริษัทในท้องถิ่น และสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัทขนาดเล็ก ทาง UNDP ได้แนะนำให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยวางเป้าหมายหลักไปที่สตรีในชนบท ไปจนถึงผู้มีฐานะยากจนในภาคตะวันออก เพื่อเป็นการเชื่อมโยงตลาดและข้อมูลข่าวสารระหว่างช่างฝีมือในชนบทและผู้บริโภค


Logo of Japan International Cooperation Agency (JICA)
Logo of Ministry of Social Development and Human Security



  © 2003, APCD Project.All rights reserved.
last updated: