skip navigation

3.สถานการณ์ปัจจุบันของคนพิการ

3.1 คำนิยามและการจำแนกประเภท

มาตรา 2 ของร่างพระราชบัญญัติ "สิทธิคนพิการ" which is being developed by the Legislation Working Group defines "คนพิการ",ว่า "คนที่สูญเสียอวัยวะหรือความสามารถ หรือมีความบกพร่องทางจิตใจร้ายแรง เช่น การสูญเสียแขนขา เป็นอัมพาต มีความบกพร่องทางการมองเห็น/การได้ยิน ความพิการทางจิตใจ เป็นต้น ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อความสามารถของบุคคลดังกล่าวในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม" บุคคลดังกล่าวข้างต้นนี้ต้องมีเอกสารประจำตัวคนพิการที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข

กัมพูชายังไม่มีการจำแนกประเภทความพิการอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งมีการ "สำรวจนำร่องด้านเศรษฐกิจ-สังคมและพฤติกรรม เกี่ยวกับคนพิการในกัมพูชา" ในช่วงเดือนมีนาคม - มิถุนายน 2543 และในการสำรวจครั้งนี้ ก็มีแบ่งความพิการออกเป็น 8 ประเภทอย่างไม่เป็นทางการ ดังนี้

  • ปัญหาในการมองเห็น หรือความบกพร่องในการมองเห็น
  • ปัญหาในการได้ยิน หรือความบกพร่องในการได้ยิน
  • ปัญหาในการพูด หรือความบกพร่องในการพูด
  • ปัญหาในการเคลื่อนไหว หรือความบกพร่องในการเคลื่อนไหว
  • ปัญหาทางอารมณ์
  • ความบกพร่องทางพฤติกรรมหรือจิตใจ
  • ปัญหาด้านการเรียนรู้หรือความบกพร่องทางสติปัญญา
  • โรคลมบ้าหมู

ขณะนี้กัมพูชายังไม่มีคำจำกัดความของคำว่าความพิการอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม มีความพยายามที่จะแก้ไขคำจำกัดความของความพิการ ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO)

3.2 นโยบายรัฐบาลและแผนการดำเนินงานแห่งชาติเกี่ยวกับคนพิการ

เพื่อที่จะปรับปรุงบริการฟื้นฟูและสวัสดิการแก่คนพิการ รัฐบาลกัมพูชาจึงได้กำหนดเป้าหมายระยะยาว และดำเนินยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อป้องกันสาเหตุของความพิการ และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการ โดยใช้วิธีการมีความร่วมและการกระจายอำนาจ โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อ สร้างความมั่นใจว่าจะมีคนพิการจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ได้รับบริการที่เหมาะสม และการสนับสนุนเพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี นโยบายเกี่ยวกับคนพิการ ประกอบด้วย

แผนพัฒนาแห่งชาติ

  • แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับแรก
    [ปีที่ใช้: 2539-2543]
แผนระบุว่า
  1. รัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมการป้องกันความพิการและการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการ การฟื้นฟูต้องดำเนินไปโดยวิธีการที่เน้นการมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจเพื่อให้เข้าถึงคนพิการอย่างแท้จริง
  2. เป้าหมายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ คือ คนพิการจำนวนมากที่สุดได้รับบริการที่เหมาะสม และความสนับสนุนที่จะช่วยให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีส่วนร่วมในกิจกรรมของคนทั่วไปมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  3. มาตรการวิเคราะห์สถานการณ์ของคนพิการเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีความต้องการที่มากเกินไป
  4. ความตระหนักรู้ของสาธารณชนและโครงการให้การศึกษาที่จะช่วยป้องกันความพิการ โดยการเพิ่มความรู้เกี่ยวกับความพิการ และการจัดโครงการฝึกอาชีพ และการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผล
  • แผนการปฏิบัติของกัมพูชา
    [ปีที่ใช้: ไม่มีข้อมูล]

เป้าหมายหลักของแผนการปฏิบัตินี้ คือ เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการและภาคการฟื้นฟู และแนะแนวการลงทุนในสาขานี้ แผนสนับสนุนให้องค์กรคิดออกนอกกรอบให้กว้างกว่าสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ความช่วยเหลือตรงตามความต้องการเฉพาะของคนพิการแต่ละประเภท วัตถุประสงค์ของแผนนี้ ได้แก่

  1. เพื่อประสานการบริการและโครงการอย่างเป็นระบบ
  2. จัดลำดับความสำคัญของงานในสาขาความพิการและการฟื้นฟู
  3. ให้บริการแก่คนพิการในภูมิภาคอย่างทั่วถึง
  4. ระบุช่องว่างในการบริการ
  5. ปรับปรุงและ/หรือจัดตั้งบริการสำหรับคนพิการแต่ละประเภทซึ่งไม่ได้รับบริการอย่างเท่าเทียม
  6. วางแผนการให้ความช่วยเหลือในอนาคต
  7. หลีกเลี่ยงการให้บริการซ้ำซ้อน
  8. พัฒนาการจัดสรรงบประมาณในระดับชาติ
  9. ระบุการใช้ทรัพยากรมนุษย์และการเงินอย่างเหมาะสม รวมทั้งช่องว่างในทรัพยากรมนุษย์
  10. จัดตั้งระบบการติดตามและประเมินผลที่ครอบคลุม
  11. ประเมินผลของโครงการและการบริการ
  12. สร้างความมั่นใจในความยั่งยืนทางเทคนิคและการเงินของโครงการ/บริการ

3.3 องค์กรที่ได้รับมอบหมาย

องค์กรที่ได้รับมอบหมายซึ่งทำงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกับคนพิการ มีดังนี้

กระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (Ministry of Social Affairs, Labor, Vocational Training and Youth Rehabilitation: MOLSAVY)
 
ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการและเด็กพิการโดยตรง
•ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ
• จัดการฝึกอาชีพและทักษะความชำนาญ
 
กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชนและกีฬา (Ministry of Education, Youth and Sport: MOEYS)
•สำนักการศึกษาพิเศษ (Special Education Office)
• แนะนำการศึกษาแบบเรียนร่วมสำหรับเด็กพิการ บนพื้นฐานของหลักการการศึกษาถ้วนหน้า
 
กระทรวงกิจการสตรีและทหารผ่านศึก (Ministry of women’s and Veterans’ Affairs: MWVA)
รับผิดชอบการให้เบี้ยบำนาญและเงินสงเคราะห์สำหรับทหารผ่านศึกที่พิการ
 
กระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Health)
รับผิดชอบการให้บริการและการฟื้นฟูสุขภาพ
 
กระทรวงพัฒนาชนบท (Ministry of Rural Development)
รับผิดชอบการพัฒนาชนบท
 
สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (Disability Action Council: DAC)

ทั้งนี้มีหลายกลุ่มย่อยครอบคลุมทุกระดับของประเด็นด้านคนพิการ เพื่อประสานกับองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเพื่อประสานและร่วมมือกับกระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY)

มีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้น ประกอบด้วยตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ คนพิการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะทำงานเฉพาะกิจซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรึกษามีความรับผิดชอบในการให้โอกาสแก่กลุ่มที่สนใจและมีศักยภาพให้เข้าร่วมในการพัฒนายุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการและประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับคนพิการ สมาชิกของคณะทำงานเฉพาะกิจนี้จะมีการประชุมกันเป็นประจำ เพื่อ 1) ทบทวนความก้าวหน้าของแต่ละกลุ่มของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ และ 2) อภิปรายเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นและให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

มีการดำเนินการไปแล้ว 6 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ
  2. การประเมินสถานการณ์ปัจจุบันผ่านการแจกแบบสอบถามทั่วไป แบบสอบถามเกี่ยวกับการอบรมและการออกเยี่ยมพื้นที่
  3. การร่างหลักการนำทาง
  4. การวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้ และการระบุประเด็นปัญหาหลักที่พบ
  5. การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นปัญหาหลัก
  6. การจัดทำข้อเสนอแนะและแผนปฏิบัติเพื่อจัดการกับประเด็นปัญหาหลักแต่ละข้อ

ข้อเสนอแนะจากคณะทำงานเฉพาะกิจถูกนำมาใช้เพื่อแนะแนวทางให้องค์กรเอกชนและ MOLSAVY ดำเนินความพยายามเพื่อประสาน ปรับปรุงและขยายโครงการและกิจกรรมเพื่อคนพิการต่อไป มีแผนปฏิบัติจำนวนหนึ่งเกิดขึ้นจากข้อเสนอแนะที่ได้จากคณะทำงานเฉพาะกิจ

หลังจากที่คณะทำงานเฉพาะกิจดำเนินภารกิจของตนเสร็จลุล่วงแล้ว ก็มีการตั้ง สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (DAC) ขึ้นเป็นหน่วยประสานงานใหม่เพื่อติดตามและประเมินผลจากการนำข้อเสนอแนะและแผนการปฏิบัติไปใช้

แผนผัง 1: ผังโครงสร้างของรัฐบาลกลาง (ระดับชาติ)

รูป 4
Images:Organization Chart of Central (National Level) Description

ที่มา:The Phnom Penh Post, November 12-25,1999

แผนผัง 2: ผังโครงสร้างองค์กร (ระดับท้องถิ่น)

รูป 5
Images:Orgainzational Chart (Local Level) Description
ที่มา: 1. MOSALVY, Report on Work Results of the Year 2000 and Future Objectives, 2001
  2. MOH, Health Situation Analysis 1998 and Future Direction for Health Development 1999-2003, 1999
  3. MOEYS, Education in Cambodia, 1999
  4. National Task Force, Situation of the Disabled in Cambodia, 1996

ในปี 2540 สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (DAC) ก่อตั้งขึ้นเป็นหน่วยประสานงานแห่งชาติกึ่งองค์กรในกำกับของรัฐ โดยประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY) และตัวแทนจากองค์กรเอกชนและบุคคลที่อุทิศตนให้กับการทำงานเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนพิการ และการให้บริการและจัดโครงการสำหรับพวกเขา ทั้งนี้ DAC ยังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักของชาติในการประสานการดำเนินงานเกี่ยวกับคนพิการด้วย

แผนผัง 3: โครงสร้างของ DAC

รูป 6

Image:DAC structure
Description ที่มา:MOSALVY, Prakas No. 308 Cambodia: 1999 W.G. : คณะทำงาน

3.4 ความร่วมมือระหว่างภูมิภาค

กัมพูชาเข้าร่วมในกิจกรรมระหว่างภูมิภาคต่างๆ ที่จัดขึ้นโดย UN ESCAP, Rehabilitation International และ Disabled People’s International อย่างกระตือรือร้น

นอกจากนี้ความร่วมมือในระดับชาติ ระหว่างรัฐบาลกับองค์กรเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการก็เป็นไปในระดับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

3.5 ข้อมูลเชิงสถิติ

มีการเก็บข้อมูลจำนวนคนพิการโดยการสำรวจของกรมฟื้นฟูสมรรถภาพ MSALVA และองค์กรเอกชน มีทะเบียนบริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการมากมายแต่ยังไม่มีทะเบียนที่เสร็จสมบูรณ์

กรมฟื้นฟูสมรรถภาพและองค์กรเอกชนหลายองค์กรได้ดำเนินความพยายามเพื่อที่จะพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลคนพิการ ศูนย์ทรัพยากรแห่งชาติ ถูกก่อตั้งขึ้นภายในศูนย์คนพิการแห่งชาติ (National Center of Disabled Pep: NCDP) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สนใจประเด็นเกี่ยวกับคนพิการ

การสำรวจสำมะโนประชากร

การสำรวจสำมะโนประชากรแห่งชาติครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในปี 2541 ซึ่งครอบคลุมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคมของประชากร อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งนี้ ไม่มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการแต่อย่างใด

การสำรวจ

กระทรวงการวางแผน สถาบันสถิติแห่งชาติ ดำเนิน "การสำรวจทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชา" ในปี 2542

การจดทะเบียน

ปัจจุบันยังไม่มีระบบการจดทะเบียนคนพิการในกัมพูชา

3.6 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันกัมพูชายังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการแต่อย่างใด แต่ก็มีการกล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับคนพิการในกฎหมายอื่นที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ "สิทธิของคนพิการ" ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้คนพิการมีส่วนร่วมในกิจกรรม/โครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งมีทั้งด้านสุขภาพอนามัย การเข้าถึง การศึกษา การฝึกอาชีพ และการจ้างงาน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็ฯการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของคนพิการและการห้ามการทำร้ายและการทอดทิ้งคนพิการ รวมทั้งการเลือกปฏิบัติต่อพวกเขาด้วย

แม้จะยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการโดยตรง แต่กัมพูชาก็ออกระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการให้สวัสดิการทางสังคมแก่คนพิการ พระราชบัญญัติฉบับแรกอนุญาตให้คนพิการได้รับบริการฟื้นฟูทางการแพทย์และอาชีพ การฝึกอบรมและการจ้างงาน และฉบับที่สองเป็นแนวทางในการนำพระราชบัญญัติฉบับแรกมาปฏิบัติ

มีคณะทำงานคณะเล็กๆ ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้คณะทำงานเฉพาะกิจ โดยมีบทบาทในการออกกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2536 (แก้ไข ปี 2542)
สาระสำคัญ: รัฐธรรมนูญกำหนดสิทธิและความรับผิดชอบของพลเมืองกัมพูชา (หมวด 3) และการศึกษา วัฒนธรรมและ สวัสดิการสังคมสำหรับพลเมืองกัมพูชา (หมวด 6)
กฎหมายแรงงาน
ปีที่ตรา: 10 มกราคม พ.ศ. 2540
สาระสำคัญ: กฎหมายแรงงานกำหนดเกี่ยวกับการตกลงทำสัญญาระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งรวมทั้งคนพิการด้วย
พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0295/ 16
ปีที่ตรา: 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538
สาระสำคัญ: การตั้งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (Cambodian Mine Action Center: CMAC) ซึ่งรับผิดชอบในการจัดการ ควบคุมและประสานงานกิจกรรมเกี่ยวกับทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในกัมพูชา

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแห่งชาติ

พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0900/ 160
ปีที่ตรา: 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543
สาระสำคัญ: การตั้งหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (Cambodian Mine Action and Victim Assistance Authority: CMAA) เพื่อเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติการทุ่นระเบิดและการช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดในกัมพูชาโดยตรง
มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 306/ MOSALVA
ปีที่ตรา: 28 สิงหาคม พ.ศ. 2543
สาระสำคัญ: การตั้งคณะทำงานการร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของคนพิการ
กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 174/ MOSALVY
ปีที่ตรา: 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
สาระสำคัญ: การตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วน (Component Factory) เพื่อผลิตอุปกรณ์ P&O สำหรับห้องปฏิบัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทั่วประเทศ
กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 175/ MOSALVY
ปีที่ตรา: 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
สาระสำคัญ: การก่อตั้งศูนย์ฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด (Physiotherapy Rehabilitation Center) ในกรุงพนมเปญ
กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 318 PRK/ KC/ MOEYS
ปีที่ตรา: 31 มกราคม พ.ศ. 2543
สาระสำคัญ: การตั้งสำนักงานการศึกษาพิเศษสำหรับคนพิการและชนกลุ่มน้อย (Special Education Bureau for PWD and Minority Groups)
กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 043/ MOSALVY
ปีที่ตรา: 28 มกราคม พ.ศ. 2543
มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 308/ MOSALVA ปีที่ตรา: 26 ตุลาคม พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: การก่อตั้ง บทบาทและหน้าที่ของ SALVY ระดับเขตปกครองพิเศษ/ จังหวัด เพื่อให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่คนพิการ
สาระสำคัญ: การก่อตั้งสภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (Disability Action Council: DAC) เป็นหน่วยประสานงานการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการแห่งชาติกึ่งองค์กรในกำกับของรัฐ
Government Sub-decree ที่ 87/ ANK/ BK
ปีที่ตรา: 4 ตุลาคม พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: การจัดตั้งตั้งและหน้าที่ของ MOSALVY ซึ่งหนึ่งในความจำเป็นเร่งด่วนหลัก คือ การจัดทำแนวทางและนโยบายเพื่อคุ้มครองและสนับสนุนคนพิการ
พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0699/06
ปีที่ตรา: 17 มิถุนายน พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: การก่อตั้ง กระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (Ministry of Social Affairs, Labor, Vocational Training and Youth Rehabilitation: MOLSAVY)
พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0599/03
ปีที่ตรา: 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: การบัญญัติกฎหมายเพื่อดำเนินการตามสนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิด (Mine Ban Treaty) ซึ่งห้ามการใช้ การสะสมและการโอนย้ายระเบิดต่อต้านบุคคล รวมทั้งการทำลายระเบิดดังกล่าว
Government Sub-decree ที่ 28/ ANK/ BK
ปีที่ตรา: 9 เมษายน พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: การให้เงินเดือนพิเศษสำหรับข้าราชการ ทหารและตำรวจ ข้าราชการเกษียณ และเจ้าหน้าที่คนพิการ
ข้อมติรัฐบาลที่ 15/SSR/RGC และที่ 22/SSR/RGC
ปีที่ตรา: 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 / 10 มีนาคม พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างกระทรวงเพื่อจัดงานวันกีฬาคนพิการซึ่งจะจัดขึ้นทุกปี
Government Sub-decree ที่ 70/ ANK/ BK
ปีที่ตรา: 24 ตุลาคม พ.ศ. 2540
สาระสำคัญ: การก่อตั้งคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งชาติของกัมพูชา โดยมีความรับผิดชอบหลักในการจัดกิจกรรมกีฬาสำหรับคนพิการทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
Government Sub-decree ที่ 059/ ANK/ BK
ปีที่ตรา: 6 ตุลาคม พ.ศ. 2540
สาระสำคัญ: เบี้ยบำนาญเกษียณอายุและความพิการ สำหรับข้าราชการ
มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 757/ MOSALVA
ปีที่ตรา: 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2540
สาระสำคัญ: การก่อตั้งศูนย์คนพิการแห่งชาติ (National Center for Disabled Persons) โดยมีความรับผิดชอบหลักในการให้บริการฟื้นฟู การจัดหางาน และบริการส่งตัวสำหรับคนพิการ
Government Sub-decree ที่ 37/ ANK/ BK
ปีที่ตรา: 4 เมษายน พ.ศ. 2538
มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 10 PKNN/ MDVSA
ปีที่ตรา: 10 มกราคม พ.ศ. 2535
สาระสำคัญ: การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างกระทรวงว่าด้วยสาธารณสุขมูลฐานเพื่อสนับสนุนการจัดทำและการดำเนินการตามแผนการดำเนินงานแห่งชาติว่าด้วยสาธารณสุขมูลฐาน ซึ่งนี่เป็นพื้นฐานของการป้องกันความพิการ
สาระสำคัญ: การดำเนินการตามปฏิญญาการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ (Declaration of Organizational Structure of Rehabilitation for PWD)
ข้อมติรัฐบาล ที่ 181 SSR/ SC
ปีที่ตรา: 20 ธันวาคม พ.ศ. 2533
สาระสำคัญ: แนวทางในการฟื้นฟูสมรรถภาพ การฝึกอาชีพ และการจัดหางานสำหรับคนพิการ

Remarks: The legal documents shown in the above table are listed based on a hierarchy of legal status and followed by the date of issuance

กฎหมายระหว่างประเทศที่รัฐบาลกัมพูชาร่วมลงนาม

กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่ลงนามในกฎหมายระหว่างประเทศมากที่สุด เช่น ข้อมติสหประชาชาติ สนธิสัญญา กติกา และกฎหมาย ที่สามารถนำมาใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิของคนพิการได้

สนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิด (Mine Ban Treaty)
ปีที่ตรา: 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: ห้ามการใช้ การสะสม การผลิตและการถ่ายโอนระเบิดต่อต้านบุคคล และการทำลายระเบิดดังกล่าว สนธิสัญญาฉบับนี้กำหนดวิธีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อการกำจัดทุ่นระเบิดและเพื่อการช่วยเหลือเหยื่อ
ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก 2536-2545 (UN ESCAP Asian and Pacific Decade of Disabled Persons, 1993-2002)
ปีที่ตรา: 20 ตุลาคม พ.ศ. 2537
สาระสำคัญ: เป้าหมายของทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก อยู่ในเอกสาร "การดำเนินงานตามระเบียบวาระวว่าด้วยการปฏิบัติเพื่อทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก"(Implementation of the Agenda for Action for the Asian and Pacific Decade of Disabled Persons)
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights)
ปีที่ตรา: 20 เมษายน พ.ศ. 2535
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ (International Covenant on Cultural and Economic Rights)
ปีที่ตรา: 20 เมษายน พ.ศ. 2535
สาระสำคัญ: ใช้ภาษาคล้ายกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลตาม "อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทารุณกรรมและการปฏิบัติหรือการลงโทษอย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือดูหมิ่นศักดิ์ศรี"ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความพิการ
สาระสำคัญ: ให้สิทธิแก่บุคคลในการกำหนดเจตจำนงเสรีของตนเอง มาตรา 6 กำหนดให้บุคคลมีสิทธิในการทำงาน ซึ่งรวมถึงสิทธิในการเลือกและเข้าทำงานอย่างอิสระเพื่อดำรงชีวิต มาตรา 12 กำหนดให้บุคคลได้รับบริการสุขภาพกายและใจที่มีมาตรฐานสูงสุด
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก (United National Convention on the Rights of the Child)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2532
สาระสำคัญ: กำหนดสิทธิของเด็กในการได้รับการศึกษา การดูแลสุขภาพ และการห้ามการบังคับใช้แรงงานเด็ก
ข้อมติสหประชาชาติ ที่ 37/52 โครงการเพื่อคนพิการ (World Program of Action Concerning Disabled Persons UN Resolution 37/52)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2525
สาระสำคัญ: มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความพิการ การฟื้นฟูและการตระหนักถึงโอกาสอันเท่าเทียมของคนพิการ ประกาศทศวรรษคนพิการขององค์กรสหประชาชาติ (2526-2535)
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights)
ปีที่ตรา: 10 ธันวาคม พ
ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Declaration on the Rights of PWD)
ปีที่ตรา: 9 ธันวาคม พ.ศ. 2540
.ศ. 2491
สาระสำคัญ: ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานสำหรับทุกคน แต่ละมาตราใช้บังคับกับบุคคลทุกคนโดยไม่จำกัดว่าบุคคลนั้นจะมีความพิการหรือไม่ เพศ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนาและอยู่ในสถานะใด การเลือกปฏิบัติไม่ว่าในรูปแบบใดก็ถือเป็นการละเมิดหลักความเสมอภาค

กฎหมายระหว่างประเทศที่ไม่ผูกพันรัฐบาลกัมพูชา

ปฏิญญาสากลว่าด้วยการศึกษาถ้วนหน้า (UNESCO World Declaration on Education for All)
ปีที่ตรา: เริ่มในปี 2533 แต่กิจกรรมจริงเกิดขึ้นในปี 2543
สาระสำคัญ: จุดมุ่งหมายหลัก คือ การบังคับให้เกิดการปฏิบัติตามหลักการศึกษาแบบเรียนร่วม
สาระสำคัญ: คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการ
กฎมาตรฐานว่าด้วยความเท่าเทียมทางโอกาสของคนพิการ ขององค์การสหประชาชาติ (UN Standard Rules on Equalization of Opportunities for PWD)
ปีที่ตรา: ธันวาคม พ.ศ. 2536
สาระสำคัญ: สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมแก่คนพิการ
ที่มา:

1) Compendium of Cambodian Laws Volume III, CLRDC, 2000 Landmine Monitor, Cambodia 2000

 

2) ASEAN and the Banning of Anti-personnel Landmines, Landmine Monitor 2000

3.7 สวัสดิการสังคม

สวัสดิการสังคมสำหรับคนพิการในกัมพูชาเริ่มเพิ่มเรื่อยๆ ศูนย์คนพิการแห่งชาติ (NCDP) ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 มีหน้าที่ให้บริการทางสังคมแก่คนพิการ ทั้งนี้คนพิการที่ได้รับความช่วยเหลือจาก NCDP มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

3.8 การบริการทางการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก

ข้อจำกัดในการให้บริการทางการแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการยังคงดำเนินอยู่ต่อไป การฟื้นฟูทางการแพทย์ในกัมพูชาอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ 2 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY) ปัจจุบันกัมพูชามีศูนย์ฟื้นฟูเปิดดำเนินการใน 7 จังหวัด ในจำนวนนี้ 3 ศูนย์อยู่ภายใต้การดำเนินงานโดยองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่ศูนย์ฟื้นฟู คนพิการจะได้รับการฟื้นฟูทั้งทางด้านสังคม อาชีพ และการแพทย์ รวมทั้งมีอาหารและที่พักให้ มีศูนย์ฟื้นฟูหลายแห่งที่จัดหากายอุปกรณ์ รถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ ให้แก่คนพิการ

นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสอนกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดประจำอยู่ในโรงพยาบาลจังหวัดและศูนย์ฟื้นฟู และเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขแห่งชาติ

การอบรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัดและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ยังมีไม่เพียงพอ และในโรงพยาบาลและสถาบันขนาดเล็กยังไม่มีการอบรมดังกล่าว

เครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก

กัมพูชามีโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ โรงเรียนการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กพิการ และการร้านค้าขายเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการอีก 15 แห่งที่ทั้งผลิตและรับซ่อมแซมเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกนี้

มีร้านขายอวัยวะเทียม 3 แห่งอยู่ในกรุงพนมเปญ และอีก 12 แห่งอยู่ในจังหวัดอื่นๆ มีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่ขายเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ป่วย ออร์โธพีดิกส์ มีการใช้เทคโนโลยี 3 ประเภท ได้แก่ เทคโนโลยีโพลีโพรพีลีน อลูมิเนียม และหนังรวมกับไม้

การผลิตเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกของกัมพูชาทำได้พอเพียงกับความต้องการของคนพิการ 25% เท่านั้น

3.9 การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR)

วิธีการที่มีชื่อว่า ชุมชนทำงานร่วมกับคนพิการ (Community Work with Disabled People: CWDP) ถูกนำมาใช้เป็นหลักในการ

  • ทำให้สาธารณชนตระหนักถึงคนพิการ
  • ส่งเสริมความนับถือตนเองและความสามารถของคนพิการ
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการในชุมชน
  • ส่งเสริมโอกาสการทำงานโดยใช้วิธีการสร้างเครือข่าย
  • ให้ความสนับสนุนแก่ครอบครัวและชุมชน

การบริการโดยชุมชนเกิดขึ้นในหลายจังหวัด บ้างก็เป็นบริการเพื่อติดตามผลคนพิการที่มาที่ศูนย์ บ้างก็เป็นบริการ CBR อย่างแท้จริง ซึ่งเน้นที่การดำเนินการในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์และทำให้ชุมชนหาวิธีแก้ปัญหาที่คนพิการประสบ บริการบางอย่าง เจ้าหน้าที่ฟื้นฟูที่ผ่านการอบรมจะเยี่ยมเยียนบ้านแต่ละหลัง ให้คำปรึกษา ส่งตัวคนพิการไปรับบริการอื่น และให้ความช่วยเหลือโดยตรงสำหรับความต้องการด้านการบำบัดและการสร้างรายได้

สำนักงานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน ภายใต้กรมฟื้นฟูสมรรถภาพ กระทรวง MOSALVY
ปีที่ก่อตั้ง: พ.ศ. 2541
รับผิดชอบกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนทั้งหมด
องค์กรเอกชนร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการ CWDP ที่สำคัญๆ ปีที่เริ่ม: พ.ศ. 2536 -
  1. การก่อตั้งกลุ่มช่วยเหลือตนเองและการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและสังคม
  2. การฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยชุมชน
  3. การเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ฟื้นฟู ชุมชน และองค์กรเอกชนทั่วไป
  4. การส่งตัวและการติดตามผล การให้เงินสงเคราะห์ฉุกเฉิน
  5. การพัฒนาสหพันธ์กลุ่มช่วยเหลือตนเอง
  6. การให้คำปรึกษา การสนับสนุน การส่งตัว
  7. ความตระหนักรู้และข้อมูล
  8. การศึกษาชุมชน
  9. หลักสูตรอบรมภาวะผู้นำ
  10. งานฟื้นฟูกับคนไข้และครอบครัว/ การติดตามผลกับเด็ก การให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค/ การส่งตัว
  11. โครงการนำร่องเพื่อเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
  12. โครงการบริการแบบเข้าถึงและการติดตามผล
  13. การส่งตัวเพื่อรับการผ่าตัด
  14. การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการสำหรับคนพิการ
  15. การสนับสนุนแก่คนสูงอายุที่มีความต้องการพิเศษด้านสุขภาพ สุขอนามัย การสร้างรายได้ การทำสวนครัว การกู้ยืมเงิน และคำปรึกษา
  16. การดูแลโดยครอบครัวสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ รวมทั้งเหยื่อของโรคโปลิโอ ทุ่นระเบิด เท้าผิดรูป และโรคสมองพิการ (cerebral palsy)
  17. การจัดให้คนพิการสามารถเข้าถึงการศึกษาและการดูแลสุขภาพ ฯลฯ

3.10 ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ

กัมพูชาได้ดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน เพื่อให้ความรู้และเปลี่ยนแปลงความเข้าใจผิดๆ ที่คนทั่วไปมีต่อคนพิการ จนทำให้ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่มีทัศนคติต่อคนพิการในแง่บวกมากขึ้น บุคลากรหลักในการดำเนินการให้เป็นไปตามนี้ คือ ครู พระ บุคลากรทางสาธารณสุข องค์กรของรัฐ และองค์เอกชน

กิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ เช่น งานวันกีฬาคนพิการแห่งชาติซึ่งจัดให้มีการประกวดและแข่งกีฬาสำหรับคนพิการประสบความสำเร็จอย่างสูง กิจกรรมนี้กลายเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีและเป็นที่นิยมอย่างยิ่งทั้งในบรรดาคนพิการและคนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการจัดงานวันกีฬาคนพิการประจำปีเพื่อส่งเสริมการจ้างงานสำหรับคนพิการ ผ่านการแสดงให้คนทั่วไปเห็นถึงความสามารถของคนพิการ

นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์

Government Sub-decree ว่าด้วยระบบการให้เบี้ยบำนาญแก่ผู้ที่เกษียณและคนพิการ
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2540
กำหนดเบี้ยบำนาญตามระดับความพิการต่ำสุดและสูงสุดที่ 50% และ 65% ของเงินเดือนสุทธิตามลำดับ ผู้ที่พิการเนื่องจากอุบัติเหตุระหว่างการทำงานหรือขณะปฏิบัติหน้าที่จะได้รับเบี้ยบำนาญระดับสูงสุด การคำนวณจะคิดจากอายุงาน
มติคณะรัฐมนตรี ที่ 15/SSR เรื่อง การจัดวันกีฬาคนพิการ
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2538
การก่อตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายกระทรวง เพื่อทำหน้าที่ในการจัดงานวันกีฬาคนพิการ เพื่อเป็นการส่งเสริมความตระหนักเกี่ยวกับความพิการ และแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงความสามารถของคนพิการ
Government Sub-decree ที่ 70/ANK/BK ว่าด้วยการตั้งคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งชาติของกัมพูชา
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2540
จัดกิจกรรมกีฬาและการแข่งขันกีฬาทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

3.11 ความตระหนักรู้ของสาธารณชน

สาเหตุสำคัญที่สุดซึ่งทำให้กัมพูชามีคนพิการจำนวนมาก คือ การขาดโครงการป้องกันความพิการ เช่น การส่งเสริมการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน การปรับปรุงสุขอนามัยและโภชนาการ การฉีดวัคซีน ความตระหนักเกี่ยวกับทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด และการลดอาวุธ

โครงการป้องกันความพิการที่ดำเนินอยู่ เกี่ยวข้องกับประเด็นต่อไปนี้

  1. ทุ่นระเบิด
    มีการสอนให้ประชาชนทั่วประเทศตระหนักถึงอันตรายของทุ่นระเบิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง
    มีการกวาดล้างทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลที่ฝังอยู่ใต้ดิน และห้ามไม่ให้มีการวางทุ่นระเบิดใหม่
  2. โปลิโอ
    มีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบทั่วประเทศ
  3. โรคเรื้อน
    สหพันธ์สมาคมโรคเรื้อนนานาชาติ (International Federation of Leprosy Association) ให้ทุนสนับสนุนโครงการควบคุมโรคเรื้อนแห่งชาติที่ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขและศูนย์โรคผิวหนังและโรคเรื้อน ผ่านองค์กรเอกชนองค์กรหนึ่ง
  4. ดวงตา
    ปัญหาดวงตาเป็นสาเหตุหนึ่งของความพิการ ทั่วประเทศมีศูนย์ดูแลสุขภาพตาโดยผู้เชี่ยวชาญเพียง 4 ศูนย์เท่านั้น โดย 3 ศูนย์อยู่ในกรุงพนมเปญ และศูนย์ที่สี่ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระตะบอง ดังนั้นประชาชนในจังหวัดชนบทจึงไม่ได้รับการรักษาเมื่อเป็นโรคตาทั่วไป เช่น ต้อกระจก ริดสีดวงตา และเยื่อตาขาวอักเสบ ทำให้หลายรายต้องตาบอดทั้งๆ ที่สามารถป้องกันได้ นอกจากนี้เด็กหลายคนต้องตาบอดเนื่องจากขาดวิตามินเอและโรคหัด ดังนั้นจึงมีโครงการแจกจ่ายวิตามินเอ

กฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันความพิการ มีดังนี้

Sub-decree ที่ 37 เรื่อง การตั้งคณะกรรมการระหว่างกระทรวงว่าด้วยการสาธารณสุขมูลฐาน (PHC) ปีที่ตรา: เมษายน พ.ศ. 2538
  1. สนับสนุนการจัดทำและการดำเนินแผนการดำเนินงานแห่งชาติว่าด้วยการสาธารณสุขมูลฐาน (PHC)
  2. ส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นด้านการสาธารณสุขมูลฐานและการนำแผนการดำเนินงานแห่งชาติว่าด้วยการสาธารณสุขมูลฐาน ไปปฏิบัติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ
    1. การส่งเสริมสุขภาพผ่านแผนการดำเนินงานแห่งชาติว่าด้วยการสาธารณสุขมูลฐาน
    2. การให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสาธารณสุขมูลฐานในบริบทของประเทศกัมพูชา และปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาสุขภาพและชุมชน
    3. การกำหนดกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพแลความเป็นอยู่ที่ดีของชาวกัมพูชา
  3. นโยบายการสาธารณสุขมูลฐานอยู่บนพื้นฐานของหลักการสาธารณสุขมูลฐานสากล ซึ่งหลักการเหล่านี้ถือเป็นลักษณะเด่นของกิจกรรมสาธารณสุขมูลฐานทุกกิจกรรม ในการดำเนินกิจกรรม หน่วยงานและผู้มีส่วนร่วมทั้งหมดควรยึดมั่นในหลักการของนโยบายรัฐทั้ง 5 หลักการต่อไปนี้
    1. การเข้าถึงและการครอบคลุมตามความต้องการเฉพาะ
    2. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาและการปรับปรุงสุขภาพ
    3. การทำงานด้วยการร่วมมือกันระหว่างหลายฝ่ายเพื่อปรับปรุงสุขภาพ
    4. เทคโนโลยีที่เหมาะสมและคุ้มค่า
    5. ความยั่งยืน การติดตาม และการประเมินผล
คณะอนุกรรมการแห่งชาติเพื่อป้องกันความพิการทางการมองเห็น หรือความพิการทางสายตา
ปีที่ก่อตั้ง: ธันวาคม พ.ศ. 2537
แผนแห่งชาติ: การดูแลสุขภาพตา (2538-2544) ให้บริการดูแลสุขภาพตาเพื่อลดการตาบอดให้เหลือน้อยกว่า 0.5% ของประชากรทั้งหมด ภายในปี 2548
  1. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์ การระดมและการจัดการทรัพยากรการเงิน และการควบคุมโรคประจำถิ่น เช่น ต้อกระจก ริดสีดวงตา และการขาดวิตามินเอ
  2. ระยะที่ 2 ของแผนแห่งชาติ (2540-2544)
  3. การอบรมแพทย์และพยาบาลที่ดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา การส่งจักษุแพทย์และพยาบาลไปเข้ารับการอบรมในต่างประเทศ และการอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพตาเบื้องต้นและเจ้าหน้าที่ตรวจวัดสายตาในระดับจังหวัด
  4. การจัดทำแนวทางและระเบียบวิธีในการสนับสนุนการให้บริการดูแลสุขภาพตา การขยายกิจกรรมการดูแลแบบเข้าถึง และโปรแกรมรักษาโรคต้อกระจก
หน่วยทำลายโปลิโอ ของกระทรวงสาธารณสุข โดยความสนับสนุนจาก WHO
ปีที่ก่อตั้ง: พ.ศ. 2537
ฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอให้เด็กทั่วกัมพูชาเพื่อป้องกันความพิการอันมีสาเหตุจากโปลิโอ
  1.พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 295/16
  2. พระราชกฤษฎีกา
  ปีที่ตรา 1. กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538
    2. กันยายน พ.ศ. 2543
  1. ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (Cambodian Mine Action Center: CMAC) ซึ่งรับผิดชอบในการจัดการ ควบคุมและประสานงานกิจกรรมทุกอย่างเกี่ยวกับทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด
  2. ก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (Cambodian Mine Action and Victim Assistance Authority: CMAA) ซึ่งมีบทบาทหลักในการกวาดล้างทุ่นระเบิด และการช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิด
โครงการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความพิการ (Disability Awareness Module)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2543
กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นโดยสอดคล้องกับการระบุความพิการ เป้าหมายหลักของโครงการนี้ คือ การเผยแพร่และส่งเสริมความตระหนักเกี่ยวกับความพิการ เพื่อให้ผู้คนสามารถหาความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูและส่งตัวเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  ความพยายามของรัฐในการบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธในกัมพูชา
  ปีที่ตรา 1. มกราคม พ.ศ. 2535
    2. กรกฎาคม พ.ศ. 2538
    3.กรกฎาคม พ.ศ. 2539
    4.16 ตุลาคม พ.ศ. 2541
    5. เมษายน พ.ศ. 2542
  1. กฎหมายว่าด้วยการลงโทษสำหรับการมีอาวุธในครอบครอง และการใส่เครื่องแบบที่ละเมิดข้อบังคับ กำหนดโทษจำคุก 1-5 ปีสำหรับผู้ขายและทำวัตถุระเบิด กระสุนหรืออาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต
  2. Sub-decree 62 เรื่อง การควบคุมอาวุธและวัตถุระเบิดผิดกฎหมาย แบ่งความรับผิดชอบในการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธและวัตถุระเบิดระหว่างกระทรวงกลาโหมสำหรับทหาร สารวัตรทหาร และทหารกองหนุน และกระทรวงมหาดไทยสำหรับสำหรับตำรวจและพลเรือน นอกจากนี้ยังระบุตำแหน่งและระดับของเจ้าหน้าที่ของกองทัพและรัฐบาลที่มีสิทธิพกพาอาวุธ
  3. กระทรวงมหาดไทยออกกฎหมายยกเลิกใบอนุญาตครอบครองอาวุธและวัตถุระเบิดสำหรับเจ้าหน้าที่ ตำรวจและพลเรือน
  4. กระทรวงกลาโหมออกคำสั่งโดยตรงให้ทหารนำอาวุธที่พวกเขาครอบครองโดยผิดกฎหมายมาคืนให้กองทัพ คำสั่งนี้ห้ามไม่ให้พวกเขาพกพาอาวุธปืนในกรุงพนมเปญ นอกเสียจากมีภารกิจ และห้ามใช้อาวุธปืนนอกเสียจากได้รับคำสั่ง
  5. 5. กระทรวงมหาดไทยออก Sub-decree 38 เรื่อง"การจัดการและการควบคุมการนำเข้า การผลิต การซื้อ การกระจาย การขายและการใช้อาวุธและวัตถุระเบิดทุกประเภท"

จุดมุ่งหมาย 7 ประการ ภายใต้กรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวา (BMF)

3.12 องค์กรพึ่งพาตนเองของคนพิการ ญาติพี่น้อง และสมาคมผู้ปกครอง

องค์กรคนพิการแห่งกัมพูชา (CDPO) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงสำคัญของคนพิการ ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 สมาชิกของ CDPO ได้แก่กลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ

ในปี 2539 ศูนย์คนพิการแห่งชาติ ถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะศูนย์ข้อมูลและการฝึกอบรม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดการประชุม และเพื่อเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือคนพิการ

3.13 สตรีพิการ

______

3.14 การค้นหาและดำเนินงานกับความพิการตั้งแต่แรกเริ่ม และการให้การศึกษา

สงครามอันยาวนานส่งผลให้ระบบการศึกษาสามัญมีข้อจำกัดอย่างยิ่งในทั้งด้านทรัพยากรและศักยภาพ ทำให้เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเด็กเหล่านี้รวมถึงเด็กที่มีความพิการ อัตราการรู้หนังสือที่ต่ำและทักษะอันจำกัดของเด็กเป็นผลจากระบบการศึกษาที่ไม่พอเพียง

กัมพูชาไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าเรียนของเด็กพิการ ปัจจุบันผู้ที่ดำเนินโครงการการศึกษาสำหรับเด็กพิการมีเพียงองค์กรเอกชนเท่านั้น มีโรงเรียนและห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กพิการไม่มากนัก เด็กพิการบางคนต้องเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กทั่วไป ตามแผนการดำเนินงานแห่งชาติ สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (DAC) จะเป็นผู้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กพิการ โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับกระทวงศึกษาธิการ เยาวชนและกีฬา (MOEYS)

รัฐบาลกัมพูชาได้ริเริ่มโครงการใหม่ๆ หลายโครงการ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วย โครงการส่งเสริม “การศึกษาสำหรับทุกคน” อย่างไรก็ตาม โอกาสทางการศึกษาสำหรับคนพิการยังมีน้อยมาก

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวกับการศึกษาสำหรับคนพิการ มีดังนี้

โปรแกรมการศึกษาสำหรับคนพิการ (Educational Program for Persons with Disabilities)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2536
  1. โปรแกรมที่เน้นสำหรับเด็กพิการเป็นพิเศษ ดำเนินการโดยองค์กรเอกชนเป็นหลัก
  2. เป้าหมายหลักของโปรแกรมอยู่ในกรุงพนมเปญ และเขตเมืองอื่นๆ และปัจจุบันจะมุ่งเน้นเด็กที่มีความพิการทางกายและความบกพร่องทางประสาทเป็นหลัก
  3. จุดหมายสูงสุดของโรงเรียนพิเศษทุกโรงเรียน คือ การบูรณาการเด็กพิการให้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนทั่วไป
สำนักการศึกษาพิเศษ (Special Education Office)
ปีที่ตั้ง: มกราคม พ.ศ. 2543
การพัฒนาโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กพิการ เด็กหญิง ชนกลุ่มน้อย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ เช่น เด็กเร่ร่อน

3.15 การฝึกอบรมและการจ้างงาน

คนพิการมีโอกาสน้อยมากที่จะมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและเต็มที่ในสังคม ความสามารถของคนพิการมักถูกมองข้าม นอกจากนี้พวกเขายังมักเสียเปรียบในเรื่องการจ้างงาน รวมทั้งการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ เช่น บริการทางสังคม การศึกษาและการฝึกอาชีพ คนพิการส่วนใหญ่เป็นผู้ยากไร้และต้องทนทุกข์กับการถูกเปรียบเทียบกับคนทั่วไป การฝึกอาชีพและความชำนาญเพื่อสร้างโอกาสในการทำงานสำหรับคนพิการ เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน

ในฐานะส่วนหนึ่งของโปรแกรมฟื้นฟูแห่งชาติ ในปี 2530 กระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY) ได้ร่วมมือกับองค์กรเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศในการตั้งศูนย์ฝึกอาชีพขึ้นในประเทศ และจากความร่วมมือดังกล่าวนั้นทำให้เกิดศูนย์ฝึกอาชีพขึ้น 11 ศูนย์ และศูนย์เหล่านี้ก็ได้ดำเนินกิจกรรมหลัก 3 ประการ ดังต่อไปนี้

1. กิจกรรมก่อนการฝึก
โปรแกรมนี้เป็นการประเมินอาชีพ การแนะแนว การเลือกนักเรียนและหลักสูตรเตรียมความพร้อม นักเรียนที่มีศักยภาพที่จะเข้าเรียนได้ต้องพูดคุยกับที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่มีความรู้อื่นๆ เพื่อประเมินความต้องการของพวกเขา ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างชัดเจนเนื่องจากศูนย์ฝึกอาชีพเหล่านี้ต้องการได้นักเรียนที่จะสามารถเรียนจนจบหลักสูตรได้ และจะรับนักเรียนตามจำนวนที่กำหนดเท่านั้นเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนอุปกรณ์และครูฝึกที่มีอยู่

2. การฝึกทักษะ
ผู้เรียนจะได้เรียนทฤษฎี ตามด้วยการปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ (Workshop)

3. การติดตามหลังการฝึก
หลักสูตรนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือบัณฑิตพิการในการย้ายจากห้องเรียนมายังห้องปฏิบัติการเพื่อให้พวกเขาสามารถฝึกทักษะที่เรียนมาให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด เป็นหลักสูตรสำหรับบัณฑิตที่จบหลักสูตรการฝึกแล้วและต้องการฝึกต่อเพื่อสร้างความชำนาญ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับรองว่าคนพิการที่ผ่านหลักสูตรเหล่านี้จะไม่มีงานทำ เนื่องจากตลาดแรงงานยังไม่ให้ความสำคัญกับคนพิการ นอกจากนี้ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบให้นายจ้างรับคนพิการเข้าทำงานด้วย

โปรแกรมติดตามสำหรับบัณฑิตที่ประสบความสำเร็จในการหางานทำดำเนินไปโดยการไปเยี่ยมพวกเขาที่ที่ทำงาน โปรแกรมดังกล่าวนี้ช่วยให้ความสนับสนุนเพิ่มเติมแก่พวกเขา โดยการให้อุปกรณ์เพื่อการเริ่มงานและเงินกู้ยืม/เงินอุดหนุน

ข้อจำกัดในโอกาสการมีงานทำซึ่งบัณฑิตพบ ได้แก่

  1. การประกอบอาชีพอิสระมักจะต้องอาศัยสินเชื่อ ซึ่งคนพิการมักไม่มี
  2. คนพิการมักพบกับการเลือกปฏิบัติหรือการกีดกันในการทำงานเนื่องจากคนทั่วไปมักประเมินว่าพวกเขามีความสามารถต่ำ
  3. ตลาดแรงงานสำหรับคนพิการมีอยู่จำกัดมาก เนื่องจากการจ้างงานมักอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจหรือเครือข่าย
  4. ค่าจ้างต่ำมาก ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังขั้นต่ำและความต้องการของคนหางาน
  5. คนพิการส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบทซึ่งมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีอยู่อย่างจำกัด
  6. การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดเล็กเป็นไปสำหรับผู้ประกอบกิจการเป็นหลักไม่ใช่สำหรับคนพิการ

เพื่อส่งเสริมการบริการและการจ้างงานสำหรับคนพิการ ศูนย์ฟื้นฟูประจำจังหวัดรวมทั้งศูนย์ฝึกอาชีพจึงถูกก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ 181/SSR ซึ่งเป็นระเบียบเดียวที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐต่อประเด็นนี้ ในขณะเดียวกัน กระทรวงอื่นๆ เช่น ธนาคารแห่งชาติ ก็ได้รับคำสั่งให้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมการจ้างงานสำหรับคนพิการ

นอกจากที่กล่าวไปแล้วยังมีการดำเนินโครงการริเริ่มต่างๆ โดยองค์กรเอกชนในประเทศ รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากองค์การแรงงานโลก (ILO) เพื่อส่งเสริมโอกาสทางอาชีพสำหรับคนพิการ

  1. 1) โครงการพัฒนาชนบทและสร้างรายได้สำหรับคนพิการ เป็นการริเริ่มของ DAC โครงการนี้มีจุดหมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมโอกาสในการทำงานสำหรบคนพิการในชนบท โดยการสำรวจกิจกรรมสร้างรายได้ที่มีอยู่เพื่อระบุช่องว่างและศักยภาพ
  2. 2) ทีมทรัพยากรคนพิการขององค์การแรงงานโลก (ILO Disability Resource Team) ร่วมกับ MOLSAVY ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเข้าถึงสถานที่ทำงานแก่คนพิการ ส่งเสริมการจัดหางานสำหรับคนพิการ ซึ่งรวมทั้งการให้สินเชื่อและเงินอุดหนุนแก่คนพิการที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว และทีมยังดำเนินกิจกรรมอื่นๆ เช่น การติดตามผล การให้คำปรึกษา และการส่งเสริมความเชื่อมั่นในตนเอง สภาที่ปรึกษาธุรกิจ (Business Advising Council) มีหน้าที่
    1. ให้คำปรึกษาแก่ศูนย์ฝึกอาชีพในการให้คนพิการเข้าร่วมในโปรแกรมการฝึกอบรม
    2. ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโอกาสและความต้องการทางอาชีพที่มีอยู่และกำลังจะมีในอนาคต

ปัจจุบัน มีโรงเรียน/ศูนย์ฝึกอาชีพ 8 แห่ง (3 แห่งในกรุงพนมเปญ และในกันดาล กัมปอต พระตะบอง โพธิสัต และกัมปงทม จังหวัดละแห่ง) โดยได้รับความสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากองค์กรต่างๆ เช่น World Vision, Maryknoll, AIR-J, BUCK, JS-C, JCIA, CWARS และอื่นๆ จนถึงปัจจุบันคนพิการ 3,493 คนผ่านการฝึกในสาชาอาชีพต่างๆ และในจำนวนนี้ 1,751 คนมีงานที่มีค่าจ้างหรือทำอาชีพอิสระในหมู่บ้านของตนเอง อย่างไรก็ตามการบริการเหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการของคนพิการจำนวนน้อยนิดเท่านั้น และถึงแม้จะผ่านการฝึกแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องรับรองว่าคนพิการจะมีงานทำ ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีระบบหรือกฎหมายส่งเสริมการจ้างงานสำหรับคนพิการที่เข้มแข็งพอ

กฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการ มีดังนี้

มติคณะรัฐมนตรี ที่ 181/SSR เรื่อง แนวทางการฟื้นฟู การฝึกอาชีพ และการหางานสำหรับคนพิการ
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2533
ให้โอกาสคนพิการในการฝึกอาชีพและการจ้างงานมากยิ่งขึ้น ให้ความสำคัญกับการให้สินเชื่อและเงินกู้ รวมทั้งสิ่งกระตุ้น เช่น การลดภาษี
ประกาศกระทรวง เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี
ที่ 181/SSR และที่ 02/PRNN
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2534
ก่อตั้งศูนย์ฟื้นฟูและศูนย์ฝึกอาชีพประจำจังหวัด และหางานให้คนพิการ
เรื่อง การตั้งศูนย์คนพิการแห่งชาติ (NCDP)
มติกระทรวง ที่ 757/MOSALVA
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2540
พัฒนาข้อมูลเกี่ยวกับการหางานและบริการส่งตัวสำหรับคนพิการ รวมทั้งบริการที่พักและอาหารสำหรับคนพิการ
Government Sub-decree ที่ 028/ ANK/ BK เรื่อง เงินเดือนเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้ปลดเกษียณและเจ้าหน้าที่พิการ
ปีที่ตรา: 9 เมษายน พ.ศ. 2542
สาระสำคัญ: ข้าราชการ ทหารและตำรวจ ผู้ปลดเกษียณ และเจ้าหน้าที่คนพิการจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 30% โดยจะมีผลบังคับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2542
ประกาศ ที่ 757/MOSALVY เรื่อง การตั้งศูนย์คนพิการแห่งชาติ (NCDP)
ปีที่ตรา: 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2540
หน้าที่หลักของ NCDP คือ การให้บริการฟื้นฟู และเพื่อปรับปรุงฐานะทางเศรษฐกิจผ่านการให้โอกาสทางอาชีพแก่คนพิการ เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มที่
สำนักงานฝึกอาชีพ กรมฟื้นฟูสมรรถภาพ กระทรวง MOSALVY (มีศูนย์ฝึกอาชีพ 8 ศูนย์ทั่วประเทศ)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2541
หน้าที่ของสำนักงานฝึกอาชีพ กรมฟื้นฟูสมรรถภาพ กระทรวง MOSALVY มีดังนี้
  1. อำนวยความสะดวก ประสานงาน และทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างศูนย์ฝึกอาชีพและทักษะทั้ง 8 ศูนย์
  2. เก็บข้อมูล/สถิติ และรวบรวมรายงานความก้าวหน้าของบัณฑิตที่จบหลักสูตรของศูนย์ฝึกอาชีพ
  3. อำนวยความสะดวกในการนำเข้า/ส่งออก วัสดุและอุปกรณ์สำหรับศูนย์ฝึกอาชีพ

3.16 การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและขนส่งมวลชน

การเข้าถึงการสื่อสารและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันของคนพิการยังไม่ได้รับการปรับปรุงมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากการขาดความตระหนักของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายที่เข้มแข็งในเรื่องนี้ มีเพียงการผลิตรถเข็นสำหรับผู้ที่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวเท่านั้นที่พัฒนาขึ้น

ยังมีการเข้าถึงอีกหลายด้านที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งรวมถึง การขยายการให้บริการสาธารณสุขมูลฐาน สถานีไฟฟ้า ประปา ถนน และสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอื่นๆ

3.17 การเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสาร

ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อส่งเสริมให้คนพิการสามารถเข้าถึงการสื่อสารมากนัก อย่างไรก็ตามในกรุงพนมเปญมีโรงเรียนคนตาบอดหนึ่งแห่งซึ่งดำเนินการโดยองค์กรเอกชนท้องถิ่น ชื่อ Kruasa Thmey Organization ที่นี่มีการสอนอักษรเบรลล์ และยังมีโปรแกรมสำหรับเด็กตาบอดด้วย

3.18 การบรรเทาความยากจน โดยการเสริมสร้างศักยภาพ สวัสดิการสังคม และการมีคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน




Logo of Japan International Cooperation Agency (JICA)
Logo of Ministry of Social Development and Human Security


Valid XHTML 1.0 Strict! Valid CSS!
  © , APCD Project. All rights reserved.
last updated: