มาตรา 2 ของร่างพระราชบัญญัติ "สิทธิคนพิการ" which is being developed by the Legislation Working Group defines "คนพิการ",ว่า "คนที่สูญเสียอวัยวะหรือความสามารถ หรือมีความบกพร่องทางจิตใจร้ายแรง เช่น การสูญเสียแขนขา เป็นอัมพาต มีความบกพร่องทางการมองเห็น/การได้ยิน ความพิการทางจิตใจ เป็นต้น ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อความสามารถของบุคคลดังกล่าวในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม" บุคคลดังกล่าวข้างต้นนี้ต้องมีเอกสารประจำตัวคนพิการที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข
กัมพูชายังไม่มีการจำแนกประเภทความพิการอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งมีการ "สำรวจนำร่องด้านเศรษฐกิจ-สังคมและพฤติกรรม เกี่ยวกับคนพิการในกัมพูชา" ในช่วงเดือนมีนาคม - มิถุนายน 2543 และในการสำรวจครั้งนี้ ก็มีแบ่งความพิการออกเป็น 8 ประเภทอย่างไม่เป็นทางการ ดังนี้
ขณะนี้กัมพูชายังไม่มีคำจำกัดความของคำว่าความพิการอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม มีความพยายามที่จะแก้ไขคำจำกัดความของความพิการ ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO)
เพื่อที่จะปรับปรุงบริการฟื้นฟูและสวัสดิการแก่คนพิการ รัฐบาลกัมพูชาจึงได้กำหนดเป้าหมายระยะยาว และดำเนินยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อป้องกันสาเหตุของความพิการ และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการ โดยใช้วิธีการมีความร่วมและการกระจายอำนาจ โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อ สร้างความมั่นใจว่าจะมีคนพิการจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ได้รับบริการที่เหมาะสม และการสนับสนุนเพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี นโยบายเกี่ยวกับคนพิการ ประกอบด้วย
แผนระบุว่า
|
เป้าหมายหลักของแผนการปฏิบัตินี้ คือ เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการและภาคการฟื้นฟู และแนะแนวการลงทุนในสาขานี้ แผนสนับสนุนให้องค์กรคิดออกนอกกรอบให้กว้างกว่าสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ความช่วยเหลือตรงตามความต้องการเฉพาะของคนพิการแต่ละประเภท วัตถุประสงค์ของแผนนี้ ได้แก่
|
องค์กรที่ได้รับมอบหมายซึ่งทำงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกับคนพิการ มีดังนี้
| กระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (Ministry of Social Affairs, Labor, Vocational Training and Youth Rehabilitation: MOLSAVY) | |
| ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการและเด็กพิการโดยตรง •ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ • จัดการฝึกอาชีพและทักษะความชำนาญ |
|
| กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชนและกีฬา (Ministry of Education, Youth and Sport: MOEYS) | |
| •สำนักการศึกษาพิเศษ (Special Education Office) • แนะนำการศึกษาแบบเรียนร่วมสำหรับเด็กพิการ บนพื้นฐานของหลักการการศึกษาถ้วนหน้า |
|
| กระทรวงกิจการสตรีและทหารผ่านศึก (Ministry of womens and Veterans Affairs: MWVA) | |
| รับผิดชอบการให้เบี้ยบำนาญและเงินสงเคราะห์สำหรับทหารผ่านศึกที่พิการ | |
| กระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Health) | |
| รับผิดชอบการให้บริการและการฟื้นฟูสุขภาพ | |
| กระทรวงพัฒนาชนบท (Ministry of Rural Development) | |
| รับผิดชอบการพัฒนาชนบท | |
| สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (Disability Action Council: DAC) | |
ทั้งนี้มีหลายกลุ่มย่อยครอบคลุมทุกระดับของประเด็นด้านคนพิการ เพื่อประสานกับองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเพื่อประสานและร่วมมือกับกระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY)
มีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้น ประกอบด้วยตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ คนพิการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะทำงานเฉพาะกิจซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรึกษามีความรับผิดชอบในการให้โอกาสแก่กลุ่มที่สนใจและมีศักยภาพให้เข้าร่วมในการพัฒนายุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการและประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับคนพิการ สมาชิกของคณะทำงานเฉพาะกิจนี้จะมีการประชุมกันเป็นประจำ เพื่อ 1) ทบทวนความก้าวหน้าของแต่ละกลุ่มของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ และ 2) อภิปรายเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นและให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
มีการดำเนินการไปแล้ว 6 ขั้นตอน ดังนี้
ข้อเสนอแนะจากคณะทำงานเฉพาะกิจถูกนำมาใช้เพื่อแนะแนวทางให้องค์กรเอกชนและ MOLSAVY ดำเนินความพยายามเพื่อประสาน ปรับปรุงและขยายโครงการและกิจกรรมเพื่อคนพิการต่อไป มีแผนปฏิบัติจำนวนหนึ่งเกิดขึ้นจากข้อเสนอแนะที่ได้จากคณะทำงานเฉพาะกิจ
หลังจากที่คณะทำงานเฉพาะกิจดำเนินภารกิจของตนเสร็จลุล่วงแล้ว ก็มีการตั้ง สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (DAC) ขึ้นเป็นหน่วยประสานงานใหม่เพื่อติดตามและประเมินผลจากการนำข้อเสนอแนะและแผนการปฏิบัติไปใช้
แผนผัง 1: ผังโครงสร้างของรัฐบาลกลาง (ระดับชาติ)
| รูป 4 |
Description
ที่มา:The Phnom Penh Post, November 12-25,1999
แผนผัง 2: ผังโครงสร้างองค์กร (ระดับท้องถิ่น)
| รูป 5 |
Description
| ที่มา: | 1. MOSALVY, Report on Work Results of the Year 2000 and Future Objectives, 2001 |
| 2. MOH, Health Situation Analysis 1998 and Future Direction for Health Development 1999-2003, 1999 | |
| 3. MOEYS, Education in Cambodia, 1999 | |
| 4. National Task Force, Situation of the Disabled in Cambodia, 1996 |
ในปี 2540 สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (DAC) ก่อตั้งขึ้นเป็นหน่วยประสานงานแห่งชาติกึ่งองค์กรในกำกับของรัฐ โดยประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY) และตัวแทนจากองค์กรเอกชนและบุคคลที่อุทิศตนให้กับการทำงานเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนพิการ และการให้บริการและจัดโครงการสำหรับพวกเขา ทั้งนี้ DAC ยังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักของชาติในการประสานการดำเนินงานเกี่ยวกับคนพิการด้วย
รูป 6
Description ที่มา:MOSALVY, Prakas No. 308 Cambodia: 1999 W.G. : คณะทำงาน
กัมพูชาเข้าร่วมในกิจกรรมระหว่างภูมิภาคต่างๆ ที่จัดขึ้นโดย UN ESCAP, Rehabilitation International และ Disabled Peoples International อย่างกระตือรือร้น
นอกจากนี้ความร่วมมือในระดับชาติ ระหว่างรัฐบาลกับองค์กรเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการก็เป็นไปในระดับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
มีการเก็บข้อมูลจำนวนคนพิการโดยการสำรวจของกรมฟื้นฟูสมรรถภาพ MSALVA และองค์กรเอกชน มีทะเบียนบริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการมากมายแต่ยังไม่มีทะเบียนที่เสร็จสมบูรณ์
กรมฟื้นฟูสมรรถภาพและองค์กรเอกชนหลายองค์กรได้ดำเนินความพยายามเพื่อที่จะพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลคนพิการ ศูนย์ทรัพยากรแห่งชาติ ถูกก่อตั้งขึ้นภายในศูนย์คนพิการแห่งชาติ (National Center of Disabled Pep: NCDP) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สนใจประเด็นเกี่ยวกับคนพิการ
การสำรวจสำมะโนประชากรแห่งชาติครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในปี 2541 ซึ่งครอบคลุมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคมของประชากร อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งนี้ ไม่มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการแต่อย่างใด
กระทรวงการวางแผน สถาบันสถิติแห่งชาติ ดำเนิน "การสำรวจทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชา" ในปี 2542
ปัจจุบันยังไม่มีระบบการจดทะเบียนคนพิการในกัมพูชา
ปัจจุบันกัมพูชายังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการแต่อย่างใด แต่ก็มีการกล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับคนพิการในกฎหมายอื่นที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ "สิทธิของคนพิการ" ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้คนพิการมีส่วนร่วมในกิจกรรม/โครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งมีทั้งด้านสุขภาพอนามัย การเข้าถึง การศึกษา การฝึกอาชีพ และการจ้างงาน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็ฯการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของคนพิการและการห้ามการทำร้ายและการทอดทิ้งคนพิการ รวมทั้งการเลือกปฏิบัติต่อพวกเขาด้วย
แม้จะยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการโดยตรง แต่กัมพูชาก็ออกระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการให้สวัสดิการทางสังคมแก่คนพิการ พระราชบัญญัติฉบับแรกอนุญาตให้คนพิการได้รับบริการฟื้นฟูทางการแพทย์และอาชีพ การฝึกอบรมและการจ้างงาน และฉบับที่สองเป็นแนวทางในการนำพระราชบัญญัติฉบับแรกมาปฏิบัติ
มีคณะทำงานคณะเล็กๆ ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้คณะทำงานเฉพาะกิจ โดยมีบทบาทในการออกกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ
| • | รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2536 (แก้ไข ปี 2542) |
| สาระสำคัญ: รัฐธรรมนูญกำหนดสิทธิและความรับผิดชอบของพลเมืองกัมพูชา (หมวด 3) และการศึกษา วัฒนธรรมและ สวัสดิการสังคมสำหรับพลเมืองกัมพูชา (หมวด 6) |
| • | กฎหมายแรงงาน ปีที่ตรา: 10 มกราคม พ.ศ. 2540 |
| สาระสำคัญ: กฎหมายแรงงานกำหนดเกี่ยวกับการตกลงทำสัญญาระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งรวมทั้งคนพิการด้วย |
| • | พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0295/ 16 ปีที่ตรา: 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 |
| สาระสำคัญ: การตั้งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (Cambodian Mine Action Center: CMAC) ซึ่งรับผิดชอบในการจัดการ ควบคุมและประสานงานกิจกรรมเกี่ยวกับทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในกัมพูชา |
| • | พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0900/ 160 ปีที่ตรา: 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 |
| สาระสำคัญ: การตั้งหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (Cambodian Mine Action and Victim Assistance Authority: CMAA) เพื่อเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติการทุ่นระเบิดและการช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดในกัมพูชาโดยตรง |
| • | มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 306/ MOSALVA ปีที่ตรา: 28 สิงหาคม พ.ศ. 2543 |
| สาระสำคัญ: การตั้งคณะทำงานการร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของคนพิการ |
| • | กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 174/ MOSALVY ปีที่ตรา: 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
| สาระสำคัญ: การตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วน (Component Factory) เพื่อผลิตอุปกรณ์ P&O สำหรับห้องปฏิบัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทั่วประเทศ |
| • | กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 175/ MOSALVY ปีที่ตรา: 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
| สาระสำคัญ: การก่อตั้งศูนย์ฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด (Physiotherapy Rehabilitation Center) ในกรุงพนมเปญ |
| • | กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 318 PRK/ KC/ MOEYS ปีที่ตรา: 31 มกราคม พ.ศ. 2543 |
| สาระสำคัญ: การตั้งสำนักงานการศึกษาพิเศษสำหรับคนพิการและชนกลุ่มน้อย (Special Education Bureau for PWD and Minority Groups) |
| • | กฎกระทรวง (ประกาศ) ที่ 043/ MOSALVY ปีที่ตรา: 28 มกราคม พ.ศ. 2543 |
| • | มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 308/ MOSALVA ปีที่ตรา: 26 ตุลาคม พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: การก่อตั้ง บทบาทและหน้าที่ของ SALVY ระดับเขตปกครองพิเศษ/ จังหวัด เพื่อให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่คนพิการ |
| สาระสำคัญ: การก่อตั้งสภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (Disability Action Council: DAC) เป็นหน่วยประสานงานการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการแห่งชาติกึ่งองค์กรในกำกับของรัฐ |
| • | Government Sub-decree ที่ 87/ ANK/ BK
ปีที่ตรา: 4 ตุลาคม พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: การจัดตั้งตั้งและหน้าที่ของ MOSALVY ซึ่งหนึ่งในความจำเป็นเร่งด่วนหลัก คือ การจัดทำแนวทางและนโยบายเพื่อคุ้มครองและสนับสนุนคนพิการ |
| • | พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0699/06 ปีที่ตรา: 17 มิถุนายน พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: การก่อตั้ง กระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (Ministry of Social Affairs, Labor, Vocational Training and Youth Rehabilitation: MOLSAVY) |
| • | พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 0599/03 ปีที่ตรา: 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: การบัญญัติกฎหมายเพื่อดำเนินการตามสนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิด (Mine Ban Treaty) ซึ่งห้ามการใช้ การสะสมและการโอนย้ายระเบิดต่อต้านบุคคล รวมทั้งการทำลายระเบิดดังกล่าว |
| • | Government Sub-decree ที่ 28/ ANK/ BK ปีที่ตรา: 9 เมษายน พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: การให้เงินเดือนพิเศษสำหรับข้าราชการ ทหารและตำรวจ ข้าราชการเกษียณ และเจ้าหน้าที่คนพิการ |
| • | ข้อมติรัฐบาลที่ 15/SSR/RGC และที่ 22/SSR/RGC ปีที่ตรา: 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 / 10 มีนาคม พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างกระทรวงเพื่อจัดงานวันกีฬาคนพิการซึ่งจะจัดขึ้นทุกปี |
| • | Government Sub-decree ที่ 70/ ANK/ BK ปีที่ตรา: 24 ตุลาคม พ.ศ. 2540 |
| สาระสำคัญ: การก่อตั้งคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งชาติของกัมพูชา โดยมีความรับผิดชอบหลักในการจัดกิจกรรมกีฬาสำหรับคนพิการทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ |
| • | Government Sub-decree ที่ 059/ ANK/ BK ปีที่ตรา: 6 ตุลาคม พ.ศ. 2540 |
| สาระสำคัญ: เบี้ยบำนาญเกษียณอายุและความพิการ สำหรับข้าราชการ |
| • | มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 757/ MOSALVA ปีที่ตรา: 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 |
| สาระสำคัญ: การก่อตั้งศูนย์คนพิการแห่งชาติ (National Center for Disabled Persons) โดยมีความรับผิดชอบหลักในการให้บริการฟื้นฟู การจัดหางาน และบริการส่งตัวสำหรับคนพิการ |
| • | Government Sub-decree ที่ 37/ ANK/ BK ปีที่ตรา: 4 เมษายน พ.ศ. 2538 |
| • | มติกระทรวง (ประกาศ) ที่ 10 PKNN/ MDVSA ปีที่ตรา: 10 มกราคม พ.ศ. 2535 |
| สาระสำคัญ: การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างกระทรวงว่าด้วยสาธารณสุขมูลฐานเพื่อสนับสนุนการจัดทำและการดำเนินการตามแผนการดำเนินงานแห่งชาติว่าด้วยสาธารณสุขมูลฐาน ซึ่งนี่เป็นพื้นฐานของการป้องกันความพิการ |
| สาระสำคัญ: การดำเนินการตามปฏิญญาการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ (Declaration of Organizational Structure of Rehabilitation for PWD) |
| • | ข้อมติรัฐบาล ที่ 181 SSR/ SC ปีที่ตรา: 20 ธันวาคม พ.ศ. 2533 |
| สาระสำคัญ: แนวทางในการฟื้นฟูสมรรถภาพ การฝึกอาชีพ และการจัดหางานสำหรับคนพิการ |
Remarks: The legal documents shown in the above table are listed based on a hierarchy of legal status and followed by the date of issuance
กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่ลงนามในกฎหมายระหว่างประเทศมากที่สุด เช่น ข้อมติสหประชาชาติ สนธิสัญญา กติกา และกฎหมาย ที่สามารถนำมาใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิของคนพิการได้
| • | สนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิด (Mine Ban Treaty) ปีที่ตรา: 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: ห้ามการใช้ การสะสม การผลิตและการถ่ายโอนระเบิดต่อต้านบุคคล และการทำลายระเบิดดังกล่าว สนธิสัญญาฉบับนี้กำหนดวิธีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อการกำจัดทุ่นระเบิดและเพื่อการช่วยเหลือเหยื่อ |
| • | ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก 2536-2545 (UN ESCAP Asian and Pacific Decade of Disabled Persons, 1993-2002) ปีที่ตรา: 20 ตุลาคม พ.ศ. 2537 |
| สาระสำคัญ: เป้าหมายของทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก อยู่ในเอกสาร "การดำเนินงานตามระเบียบวาระวว่าด้วยการปฏิบัติเพื่อทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก"(Implementation of the Agenda for Action for the Asian and Pacific Decade of Disabled Persons) |
| • | กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) ปีที่ตรา: 20 เมษายน พ.ศ. 2535 |
| • | กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ (International Covenant on Cultural and Economic Rights) ปีที่ตรา: 20 เมษายน พ.ศ. 2535 |
| สาระสำคัญ: ใช้ภาษาคล้ายกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลตาม "อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทารุณกรรมและการปฏิบัติหรือการลงโทษอย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือดูหมิ่นศักดิ์ศรี"ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความพิการ |
| สาระสำคัญ: ให้สิทธิแก่บุคคลในการกำหนดเจตจำนงเสรีของตนเอง มาตรา 6 กำหนดให้บุคคลมีสิทธิในการทำงาน ซึ่งรวมถึงสิทธิในการเลือกและเข้าทำงานอย่างอิสระเพื่อดำรงชีวิต มาตรา 12 กำหนดให้บุคคลได้รับบริการสุขภาพกายและใจที่มีมาตรฐานสูงสุด |
| • | อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก (United National Convention on the Rights of the Child) ปีที่ตรา: พ.ศ. 2532 |
| สาระสำคัญ: กำหนดสิทธิของเด็กในการได้รับการศึกษา การดูแลสุขภาพ และการห้ามการบังคับใช้แรงงานเด็ก |
| • | ข้อมติสหประชาชาติ ที่ 37/52 โครงการเพื่อคนพิการ (World Program of Action Concerning Disabled Persons UN Resolution 37/52) ปีที่ตรา: พ.ศ. 2525 |
| สาระสำคัญ: มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความพิการ การฟื้นฟูและการตระหนักถึงโอกาสอันเท่าเทียมของคนพิการ ประกาศทศวรรษคนพิการขององค์กรสหประชาชาติ (2526-2535) |
| • | ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ปีที่ตรา: 10 ธันวาคม พ
|
| สาระสำคัญ: ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานสำหรับทุกคน แต่ละมาตราใช้บังคับกับบุคคลทุกคนโดยไม่จำกัดว่าบุคคลนั้นจะมีความพิการหรือไม่ เพศ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนาและอยู่ในสถานะใด การเลือกปฏิบัติไม่ว่าในรูปแบบใดก็ถือเป็นการละเมิดหลักความเสมอภาค |
| • | ปฏิญญาสากลว่าด้วยการศึกษาถ้วนหน้า (UNESCO World Declaration on Education for All) ปีที่ตรา: เริ่มในปี 2533 แต่กิจกรรมจริงเกิดขึ้นในปี 2543 |
| สาระสำคัญ: จุดมุ่งหมายหลัก คือ การบังคับให้เกิดการปฏิบัติตามหลักการศึกษาแบบเรียนร่วม |
| สาระสำคัญ: คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการ |
| • | กฎมาตรฐานว่าด้วยความเท่าเทียมทางโอกาสของคนพิการ ขององค์การสหประชาชาติ (UN Standard Rules on Equalization of Opportunities for PWD) ปีที่ตรา: ธันวาคม พ.ศ. 2536 |
| สาระสำคัญ: สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมแก่คนพิการ |
| ที่มา: | 1) Compendium of Cambodian Laws Volume III, CLRDC, 2000 Landmine Monitor, Cambodia 2000 |
2) ASEAN and the Banning of Anti-personnel Landmines, Landmine Monitor 2000 |
สวัสดิการสังคมสำหรับคนพิการในกัมพูชาเริ่มเพิ่มเรื่อยๆ ศูนย์คนพิการแห่งชาติ (NCDP) ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 มีหน้าที่ให้บริการทางสังคมแก่คนพิการ ทั้งนี้คนพิการที่ได้รับความช่วยเหลือจาก NCDP มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ข้อจำกัดในการให้บริการทางการแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการยังคงดำเนินอยู่ต่อไป การฟื้นฟูทางการแพทย์ในกัมพูชาอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ 2 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY) ปัจจุบันกัมพูชามีศูนย์ฟื้นฟูเปิดดำเนินการใน 7 จังหวัด ในจำนวนนี้ 3 ศูนย์อยู่ภายใต้การดำเนินงานโดยองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่ศูนย์ฟื้นฟู คนพิการจะได้รับการฟื้นฟูทั้งทางด้านสังคม อาชีพ และการแพทย์ รวมทั้งมีอาหารและที่พักให้ มีศูนย์ฟื้นฟูหลายแห่งที่จัดหากายอุปกรณ์ รถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ ให้แก่คนพิการ
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสอนกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดประจำอยู่ในโรงพยาบาลจังหวัดและศูนย์ฟื้นฟู และเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขแห่งชาติ
การอบรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัดและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ยังมีไม่เพียงพอ และในโรงพยาบาลและสถาบันขนาดเล็กยังไม่มีการอบรมดังกล่าว
กัมพูชามีโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ โรงเรียนการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กพิการ และการร้านค้าขายเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการอีก 15 แห่งที่ทั้งผลิตและรับซ่อมแซมเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกนี้
มีร้านขายอวัยวะเทียม 3 แห่งอยู่ในกรุงพนมเปญ และอีก 12 แห่งอยู่ในจังหวัดอื่นๆ มีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่ขายเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ป่วย ออร์โธพีดิกส์ มีการใช้เทคโนโลยี 3 ประเภท ได้แก่ เทคโนโลยีโพลีโพรพีลีน อลูมิเนียม และหนังรวมกับไม้
การผลิตเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกของกัมพูชาทำได้พอเพียงกับความต้องการของคนพิการ 25% เท่านั้น
วิธีการที่มีชื่อว่า ชุมชนทำงานร่วมกับคนพิการ (Community Work with Disabled People: CWDP) ถูกนำมาใช้เป็นหลักในการ
การบริการโดยชุมชนเกิดขึ้นในหลายจังหวัด บ้างก็เป็นบริการเพื่อติดตามผลคนพิการที่มาที่ศูนย์ บ้างก็เป็นบริการ CBR อย่างแท้จริง ซึ่งเน้นที่การดำเนินการในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์และทำให้ชุมชนหาวิธีแก้ปัญหาที่คนพิการประสบ บริการบางอย่าง เจ้าหน้าที่ฟื้นฟูที่ผ่านการอบรมจะเยี่ยมเยียนบ้านแต่ละหลัง ให้คำปรึกษา ส่งตัวคนพิการไปรับบริการอื่น และให้ความช่วยเหลือโดยตรงสำหรับความต้องการด้านการบำบัดและการสร้างรายได้
| • | สำนักงานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน ภายใต้กรมฟื้นฟูสมรรถภาพ กระทรวง MOSALVY ปีที่ก่อตั้ง: พ.ศ. 2541 |
| รับผิดชอบกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนทั้งหมด |
| • | องค์กรเอกชนร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการ CWDP ที่สำคัญๆ ปีที่เริ่ม: พ.ศ. 2536 - |
|
กัมพูชาได้ดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน เพื่อให้ความรู้และเปลี่ยนแปลงความเข้าใจผิดๆ ที่คนทั่วไปมีต่อคนพิการ จนทำให้ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่มีทัศนคติต่อคนพิการในแง่บวกมากขึ้น บุคลากรหลักในการดำเนินการให้เป็นไปตามนี้ คือ ครู พระ บุคลากรทางสาธารณสุข องค์กรของรัฐ และองค์เอกชน
กิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ เช่น งานวันกีฬาคนพิการแห่งชาติซึ่งจัดให้มีการประกวดและแข่งกีฬาสำหรับคนพิการประสบความสำเร็จอย่างสูง กิจกรรมนี้กลายเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีและเป็นที่นิยมอย่างยิ่งทั้งในบรรดาคนพิการและคนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการจัดงานวันกีฬาคนพิการประจำปีเพื่อส่งเสริมการจ้างงานสำหรับคนพิการ ผ่านการแสดงให้คนทั่วไปเห็นถึงความสามารถของคนพิการ
นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์
| • | Government Sub-decree ว่าด้วยระบบการให้เบี้ยบำนาญแก่ผู้ที่เกษียณและคนพิการ
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2540 |
| กำหนดเบี้ยบำนาญตามระดับความพิการต่ำสุดและสูงสุดที่ 50% และ 65% ของเงินเดือนสุทธิตามลำดับ ผู้ที่พิการเนื่องจากอุบัติเหตุระหว่างการทำงานหรือขณะปฏิบัติหน้าที่จะได้รับเบี้ยบำนาญระดับสูงสุด การคำนวณจะคิดจากอายุงาน |
| • | มติคณะรัฐมนตรี ที่ 15/SSR เรื่อง การจัดวันกีฬาคนพิการ ปีที่ตรา: พ.ศ. 2538 |
| การก่อตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายกระทรวง เพื่อทำหน้าที่ในการจัดงานวันกีฬาคนพิการ เพื่อเป็นการส่งเสริมความตระหนักเกี่ยวกับความพิการ และแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงความสามารถของคนพิการ |
| • | Government Sub-decree ที่ 70/ANK/BK ว่าด้วยการตั้งคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งชาติของกัมพูชา ปีที่ตรา: พ.ศ. 2540 |
| จัดกิจกรรมกีฬาและการแข่งขันกีฬาทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ |
สาเหตุสำคัญที่สุดซึ่งทำให้กัมพูชามีคนพิการจำนวนมาก คือ การขาดโครงการป้องกันความพิการ เช่น การส่งเสริมการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน การปรับปรุงสุขอนามัยและโภชนาการ การฉีดวัคซีน ความตระหนักเกี่ยวกับทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด และการลดอาวุธ
โครงการป้องกันความพิการที่ดำเนินอยู่ เกี่ยวข้องกับประเด็นต่อไปนี้
กฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันความพิการ มีดังนี้
| • | Sub-decree ที่ 37 เรื่อง การตั้งคณะกรรมการระหว่างกระทรวงว่าด้วยการสาธารณสุขมูลฐาน (PHC) ปีที่ตรา: เมษายน พ.ศ. 2538 |
|
| • | คณะอนุกรรมการแห่งชาติเพื่อป้องกันความพิการทางการมองเห็น หรือความพิการทางสายตา ปีที่ก่อตั้ง: ธันวาคม พ.ศ. 2537 |
แผนแห่งชาติ: การดูแลสุขภาพตา (2538-2544) ให้บริการดูแลสุขภาพตาเพื่อลดการตาบอดให้เหลือน้อยกว่า 0.5% ของประชากรทั้งหมด ภายในปี 2548
|
| • | หน่วยทำลายโปลิโอ ของกระทรวงสาธารณสุข โดยความสนับสนุนจาก WHO ปีที่ก่อตั้ง: พ.ศ. 2537 |
| ฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอให้เด็กทั่วกัมพูชาเพื่อป้องกันความพิการอันมีสาเหตุจากโปลิโอ |
| 1.พระราชกฤษฎีกา NS/ RKM/ 295/16 | ||
| 2. พระราชกฤษฎีกา | ||
| ปีที่ตรา | 1. กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 | |
| 2. กันยายน พ.ศ. 2543 | ||
|
| • | โครงการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความพิการ (Disability Awareness Module)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2543 |
| กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นโดยสอดคล้องกับการระบุความพิการ เป้าหมายหลักของโครงการนี้ คือ การเผยแพร่และส่งเสริมความตระหนักเกี่ยวกับความพิการ เพื่อให้ผู้คนสามารถหาความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูและส่งตัวเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ |
| ความพยายามของรัฐในการบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธในกัมพูชา | ||
| ปีที่ตรา | 1. มกราคม พ.ศ. 2535 | |
| 2. กรกฎาคม พ.ศ. 2538 | ||
| 3.กรกฎาคม พ.ศ. 2539 | ||
| 4.16 ตุลาคม พ.ศ. 2541 | ||
| 5. เมษายน พ.ศ. 2542 | ||
|
องค์กรคนพิการแห่งกัมพูชา (CDPO) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงสำคัญของคนพิการ ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 สมาชิกของ CDPO ได้แก่กลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ
ในปี 2539 ศูนย์คนพิการแห่งชาติ ถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะศูนย์ข้อมูลและการฝึกอบรม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดการประชุม และเพื่อเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือคนพิการ
______
สงครามอันยาวนานส่งผลให้ระบบการศึกษาสามัญมีข้อจำกัดอย่างยิ่งในทั้งด้านทรัพยากรและศักยภาพ ทำให้เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเด็กเหล่านี้รวมถึงเด็กที่มีความพิการ อัตราการรู้หนังสือที่ต่ำและทักษะอันจำกัดของเด็กเป็นผลจากระบบการศึกษาที่ไม่พอเพียง
กัมพูชาไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าเรียนของเด็กพิการ ปัจจุบันผู้ที่ดำเนินโครงการการศึกษาสำหรับเด็กพิการมีเพียงองค์กรเอกชนเท่านั้น มีโรงเรียนและห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กพิการไม่มากนัก เด็กพิการบางคนต้องเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กทั่วไป ตามแผนการดำเนินงานแห่งชาติ สภาการดำเนินงานเพื่อคนพิการ (DAC) จะเป็นผู้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กพิการ โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับกระทวงศึกษาธิการ เยาวชนและกีฬา (MOEYS)
รัฐบาลกัมพูชาได้ริเริ่มโครงการใหม่ๆ หลายโครงการ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วย โครงการส่งเสริม การศึกษาสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตาม โอกาสทางการศึกษาสำหรับคนพิการยังมีน้อยมาก
กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวกับการศึกษาสำหรับคนพิการ มีดังนี้
| • | โปรแกรมการศึกษาสำหรับคนพิการ (Educational Program for Persons with Disabilities) ปีที่ตรา: พ.ศ. 2536 |
|
| • | สำนักการศึกษาพิเศษ (Special Education Office) ปีที่ตั้ง: มกราคม พ.ศ. 2543 |
| การพัฒนาโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กพิการ เด็กหญิง ชนกลุ่มน้อย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ เช่น เด็กเร่ร่อน |
คนพิการมีโอกาสน้อยมากที่จะมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและเต็มที่ในสังคม ความสามารถของคนพิการมักถูกมองข้าม นอกจากนี้พวกเขายังมักเสียเปรียบในเรื่องการจ้างงาน รวมทั้งการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ เช่น บริการทางสังคม การศึกษาและการฝึกอาชีพ คนพิการส่วนใหญ่เป็นผู้ยากไร้และต้องทนทุกข์กับการถูกเปรียบเทียบกับคนทั่วไป การฝึกอาชีพและความชำนาญเพื่อสร้างโอกาสในการทำงานสำหรับคนพิการ เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน
ในฐานะส่วนหนึ่งของโปรแกรมฟื้นฟูแห่งชาติ ในปี 2530 กระทรวงกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟูเยาวชน (MOLSAVY) ได้ร่วมมือกับองค์กรเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศในการตั้งศูนย์ฝึกอาชีพขึ้นในประเทศ และจากความร่วมมือดังกล่าวนั้นทำให้เกิดศูนย์ฝึกอาชีพขึ้น 11 ศูนย์ และศูนย์เหล่านี้ก็ได้ดำเนินกิจกรรมหลัก 3 ประการ ดังต่อไปนี้
1. กิจกรรมก่อนการฝึก
โปรแกรมนี้เป็นการประเมินอาชีพ การแนะแนว การเลือกนักเรียนและหลักสูตรเตรียมความพร้อม นักเรียนที่มีศักยภาพที่จะเข้าเรียนได้ต้องพูดคุยกับที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่มีความรู้อื่นๆ เพื่อประเมินความต้องการของพวกเขา ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างชัดเจนเนื่องจากศูนย์ฝึกอาชีพเหล่านี้ต้องการได้นักเรียนที่จะสามารถเรียนจนจบหลักสูตรได้ และจะรับนักเรียนตามจำนวนที่กำหนดเท่านั้นเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนอุปกรณ์และครูฝึกที่มีอยู่
2. การฝึกทักษะ
ผู้เรียนจะได้เรียนทฤษฎี ตามด้วยการปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ (Workshop)
3. การติดตามหลังการฝึก
หลักสูตรนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือบัณฑิตพิการในการย้ายจากห้องเรียนมายังห้องปฏิบัติการเพื่อให้พวกเขาสามารถฝึกทักษะที่เรียนมาให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด เป็นหลักสูตรสำหรับบัณฑิตที่จบหลักสูตรการฝึกแล้วและต้องการฝึกต่อเพื่อสร้างความชำนาญ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับรองว่าคนพิการที่ผ่านหลักสูตรเหล่านี้จะไม่มีงานทำ เนื่องจากตลาดแรงงานยังไม่ให้ความสำคัญกับคนพิการ นอกจากนี้ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบให้นายจ้างรับคนพิการเข้าทำงานด้วย
โปรแกรมติดตามสำหรับบัณฑิตที่ประสบความสำเร็จในการหางานทำดำเนินไปโดยการไปเยี่ยมพวกเขาที่ที่ทำงาน โปรแกรมดังกล่าวนี้ช่วยให้ความสนับสนุนเพิ่มเติมแก่พวกเขา โดยการให้อุปกรณ์เพื่อการเริ่มงานและเงินกู้ยืม/เงินอุดหนุน
ข้อจำกัดในโอกาสการมีงานทำซึ่งบัณฑิตพบ ได้แก่
เพื่อส่งเสริมการบริการและการจ้างงานสำหรับคนพิการ ศูนย์ฟื้นฟูประจำจังหวัดรวมทั้งศูนย์ฝึกอาชีพจึงถูกก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ 181/SSR ซึ่งเป็นระเบียบเดียวที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐต่อประเด็นนี้ ในขณะเดียวกัน กระทรวงอื่นๆ เช่น ธนาคารแห่งชาติ ก็ได้รับคำสั่งให้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมการจ้างงานสำหรับคนพิการ
นอกจากที่กล่าวไปแล้วยังมีการดำเนินโครงการริเริ่มต่างๆ โดยองค์กรเอกชนในประเทศ รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากองค์การแรงงานโลก (ILO) เพื่อส่งเสริมโอกาสทางอาชีพสำหรับคนพิการ
ปัจจุบัน มีโรงเรียน/ศูนย์ฝึกอาชีพ 8 แห่ง (3 แห่งในกรุงพนมเปญ และในกันดาล กัมปอต พระตะบอง โพธิสัต และกัมปงทม จังหวัดละแห่ง) โดยได้รับความสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากองค์กรต่างๆ เช่น World Vision, Maryknoll, AIR-J, BUCK, JS-C, JCIA, CWARS และอื่นๆ จนถึงปัจจุบันคนพิการ 3,493 คนผ่านการฝึกในสาชาอาชีพต่างๆ และในจำนวนนี้ 1,751 คนมีงานที่มีค่าจ้างหรือทำอาชีพอิสระในหมู่บ้านของตนเอง อย่างไรก็ตามการบริการเหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการของคนพิการจำนวนน้อยนิดเท่านั้น และถึงแม้จะผ่านการฝึกแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องรับรองว่าคนพิการจะมีงานทำ ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีระบบหรือกฎหมายส่งเสริมการจ้างงานสำหรับคนพิการที่เข้มแข็งพอ
กฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการ มีดังนี้
| • | มติคณะรัฐมนตรี ที่ 181/SSR เรื่อง แนวทางการฟื้นฟู การฝึกอาชีพ และการหางานสำหรับคนพิการ ปีที่ตรา: พ.ศ. 2533 |
| ให้โอกาสคนพิการในการฝึกอาชีพและการจ้างงานมากยิ่งขึ้น ให้ความสำคัญกับการให้สินเชื่อและเงินกู้ รวมทั้งสิ่งกระตุ้น เช่น การลดภาษี |
| • | ประกาศกระทรวง เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ 181/SSR และที่ 02/PRNN ปีที่ตรา: พ.ศ. 2534 |
| ก่อตั้งศูนย์ฟื้นฟูและศูนย์ฝึกอาชีพประจำจังหวัด และหางานให้คนพิการ |
| • | เรื่อง การตั้งศูนย์คนพิการแห่งชาติ (NCDP) มติกระทรวง ที่ 757/MOSALVA ปีที่ตรา: พ.ศ. 2540 |
| พัฒนาข้อมูลเกี่ยวกับการหางานและบริการส่งตัวสำหรับคนพิการ รวมทั้งบริการที่พักและอาหารสำหรับคนพิการ |
| • | Government Sub-decree ที่ 028/ ANK/ BK เรื่อง เงินเดือนเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้ปลดเกษียณและเจ้าหน้าที่พิการ ปีที่ตรา: 9 เมษายน พ.ศ. 2542 |
| สาระสำคัญ: ข้าราชการ ทหารและตำรวจ ผู้ปลดเกษียณ และเจ้าหน้าที่คนพิการจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 30% โดยจะมีผลบังคับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2542 |
| • | ประกาศ ที่ 757/MOSALVY เรื่อง การตั้งศูนย์คนพิการแห่งชาติ (NCDP) ปีที่ตรา: 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 |
| หน้าที่หลักของ NCDP คือ การให้บริการฟื้นฟู และเพื่อปรับปรุงฐานะทางเศรษฐกิจผ่านการให้โอกาสทางอาชีพแก่คนพิการ เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มที่ |
| • | สำนักงานฝึกอาชีพ กรมฟื้นฟูสมรรถภาพ กระทรวง MOSALVY (มีศูนย์ฝึกอาชีพ 8 ศูนย์ทั่วประเทศ)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2541 |
หน้าที่ของสำนักงานฝึกอาชีพ กรมฟื้นฟูสมรรถภาพ กระทรวง MOSALVY มีดังนี้
|
การเข้าถึงการสื่อสารและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันของคนพิการยังไม่ได้รับการปรับปรุงมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากการขาดความตระหนักของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายที่เข้มแข็งในเรื่องนี้ มีเพียงการผลิตรถเข็นสำหรับผู้ที่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวเท่านั้นที่พัฒนาขึ้น
ยังมีการเข้าถึงอีกหลายด้านที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งรวมถึง การขยายการให้บริการสาธารณสุขมูลฐาน สถานีไฟฟ้า ประปา ถนน และสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอื่นๆ
ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อส่งเสริมให้คนพิการสามารถเข้าถึงการสื่อสารมากนัก อย่างไรก็ตามในกรุงพนมเปญมีโรงเรียนคนตาบอดหนึ่งแห่งซึ่งดำเนินการโดยองค์กรเอกชนท้องถิ่น ชื่อ Kruasa Thmey Organization ที่นี่มีการสอนอักษรเบรลล์ และยังมีโปรแกรมสำหรับเด็กตาบอดด้วย