สาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกบนฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกและมีประชากรมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรโลก จีนมี 23 มณฑล 5 เขตปกครองตนเอง 4 มหานคร และ 2 เขตปกครองพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยฮ่องกงและมาเก๊า สำหรับไต้หวันถือเป็นมณฑลที่ 23 ของจีน
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำของเหมาเจ๋อตุงปกครองประเทศ ตั้งแต่ปี 1978 จีนเริ่มเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจตามแผนไปสู่ตลาดที่เปิดมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเจริญเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
จีนมีพื้นที่ประมาณ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ประเทศจีนมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศต่างๆ ถึง 15 ประเทศ ด้วยความยาว 22,800 กม. คือ เกาหลีทางตะวันออก มองโกเลียทางเหนือ รัสเซียทางตะวันออกเฉียงเหนือ คาซัคสถาน เคอร์จิสถาน และทาจิกิสถานทางตะวันตกเฉียงเหนือ อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย เนปาลและภูฐานทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ และเวียดนาม ลาวและพม่าทางใต้
แผ่นดินใหญ่จีนถูกขนาบทางตะวันออกไปทางใต้ด้วยทะเล Bohai ทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ โดยมีพื้นที่น้ำรวม 4.73 ล้านตารางกิโลเมตร ทะเล Bohai เป็นทะเลภายในพื้นทวีปของจีนเองในขณะที่ทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ เป็นส่วนประกอบของมหาสมุทรแปซิฟิก เนื่องจากมีเกาะเล็กเกาะน้อยถึง 5,400 เกาะ จึงทำให้ประเทศจีนมีอาณาเขตทางทะเลที่ใหญ่มาก เกาะที่ใหญ่ที่สุดมีเนื้อที่ 36,000 ตารางกิโลเมตร คือ ไต้หวัน

ที่มา : United States Central Intelligence Agency
1.3 ข้อมูลด้านสังคมและเศรษฐกิจสถิติประชากร จีนเป็นชาติที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติสูงโดยมีชนกลุ่มน้อยอยู่ถึง 56 เผ่า จากข้อมูลประชากรปี 2000 พบว่าส่วนใหญ่ 91.59% เป็นชนเผ่าฮั่น ส่วนอีก 55 เผ่า มีประชากรรวมกันเพียง 8.41% เท่านั้น เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศคือชาวฮั่น ดังนั้นกลุ่มอื่นๆ ที่เหลือจึงถือเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ
ประชากรจีนเป็นชาติที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จากการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2000 จีนมีพลเมืองถึง 1.3 พันล้านคน ซึ่งถือเป็นกว่า 22% ของประชากรทั้งโลก เมื่อเปรียบเทียบกับสำรวจสำมะโนประชากรในปี 1990 ซึ่งพบว่าจีนมีประชากรราว 1,133.68 ล้านคน จะเห็นว่าประชากรจีนเพิ่มขึ้นกว่า 11.4% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการเจริญเติบโตของประชากรโดยเฉลี่ยต่อปี คือ 1.07% แบ่งเป็นประชากรชาย 51.5% และหญิง 48.5% ตาราง 1 แสดงให้เห็นว่าประชากรมากกว่า 60% ของจีนอาศัยอยู่ในชนบท
| ถิ่นที่อยู่ | รวม | % | เมือง | % | ชนบท | % |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Beijing (ปักกิ่ง) | 13,820 | 1.1 | 10,720 | 77.6 | 3,100 | 22.4 |
| Hebei (เหอเป่ย) | 67,440 | 5.3 | 17,590 | 26.1 | 49,850 | 73.9 |
| Shanghai (เซี่ยงไฮ้) | 16,740 | 1.3 | 14,780 | 88.3 | 1,960 | 11.7 |
| Anhui (อันฮุย) | 59,860 | 4.7 | 16,650 | 27.8 | 43,210 | 72.2 |
| Jiangxi (เจียงซี) | 41,400 | 3.3 | 11,460 | 27.7 | 29,940 | 72.3 |
| Henan (เหอหนาน) | 92,560 | 7.3 | 21,470 | 23.2 | 71,090 | 76.8 |
| Hunan (หุหนาน) | 64,400 | 5.1 | 19,160 | 29.8 | 45,240 | 70.2 |
| Guangxi (กวางสี) | 44,890 | 3.6 | 12,640 | 28.2 | 32,250 | 71.8 |
| Sichuan (เสฉวน) | 83,290 | 6.6 | 22,230 | 26.7 | 61,060 | 73.3 |
| Guizhou (กุ้ยโจว) | 35,250 | 2.8 | 8,410 | 23.9 | 26,840 | 76.1 |
| Yunnan (ยูนนาน) | 42,880 | 3.4 | 10,020 | 23.4 | 32,860 | 76.6 |
| Tibet (ทิเบต) | 2,620 | 0.2 | 500 | 19.1 | 2,120 | 80.9 |
| Gansu (กันซู่) | 25,620 | 2.0 | 6,150 | 24.0 | 19,470 | 76.0 |
| อื่นๆ | 672,560 | 53.2 | 284,160 | 42.3 | 388,400 | 57.7 |
| รวม | 1,263,330 | 100.0 | 455,940 | 36.1 | 807,390 | 63.9 |
ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
หมายเหตุ : ไม่รวมเขตปกครองตนเองฮ่องกง เขตปกครองตนเองมาเก๊า มณฑลไต้หวัน หรือทหาร
| อายุ | หน่วยเป็นล้านคน | % |
|---|---|---|
| 0 to 14 | 289.79 | 22.9 |
| 15 to 64 | 887.93 | 70.1 |
| 65+ | 88.11 | 7.0 |
| Total | 1,265.83 | 100.0 |
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
หมายเหตุ:รวมทหาร แต่ไม่รวมเขตปกครองตนเองฮ่องกง เขตปกครองตนเองมาเก๊า มณฑลไต้หวัน
แรงงานจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีน พบว่าการจ้างงานยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2002 โดยมีแรงงานทั้งสิ้นราว 737.4 ล้านคน ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้มี 247.8 ล้านคน (33.64%) เป็นแรงงานในเมือง ในขณะที่ส่วนที่เหลืออีก 66.4% ถูกว่าจ้างในชนบท สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่าอัตราผู้ว่างงานซึ่งดูจากการจดทะเบียนผู้ว่างงานมี 4% ในปลายปี 2002 ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.4% จากปี 2001 จากข้อมูลของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB Asian Develop Bank) อัตราการว่างงานช่วงปลายปี 2002 เท่ากับ 7.7% สำหรับเฉพาะในเมือง ทั้งนี้ ADB รายงานว่าจำนวนแรงงานในภาคต่างๆ มีดังนี้
| ภาค | หน่วยเป็นล้านคน | % |
|---|---|---|
| การเกษตร | 324.87 | 44.1 |
| การผลิต | 83.08 | 11.3 |
| อื่นๆ | 329.45 | 44.7 |
| รวม | 737.40 | 100.0 |
| แรงงาน (1) | 753.60 |
ที่มา : ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย, สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
(1) ADB, ประชากรอายุ 16 ปีขึ้นไปที่มีส่วนทางเศรษฐกิจ
ระดับความยากจน :จากข้อมูลของ NBS มาตรฐานการครองชีพของประชากรทั้งในเมืองและในชนบทเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ รายได้เฉลี่ยต่อปีของครอบครัวในเมืองเท่ากับ 7,703 หยวนในปี 2545 เพิ่มขึ้น 13.4% รายได้เฉลี่ยต่อปีของครอบครัวในชนบทเท่ากับ 2,476 หยวน เพิ่มขึ้น 4.8% ประชากรที่ยากจนในชนบทมีจำนวน 28.2 ล้านคนในปลายปี 2002 หรือลดลง 1.07 ล้านคนจากปี 2544 ข้างล่างนี้คือมาตรวัดที่รัฐบาลใช้เพื่อประเมินความสำเร็จในการบรรเทาความยากจน
| 2541 | 2542 | 2543 | 2544 | 2545 | |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ที่ใช้ได้จริงต่อคนของประชากรในเมือง (หยวน) | 5,425 | 5,854 | 6,280 | 6,860 | 7,703 |
| รายได้ที่ใช้ได้จริงต่อคนของประชากรในชนบท (หยวน) | 2,162 | 2,210 | 2,253 | 2,366 | 2,476 |
| Engel Coefficient ของครัวเรือนในเมือง | 44.5% | 41.9% | 39.2% | 37.9% | 37.7% |
| Engel Coefficient ของครัวเรือนในชนบท | 53.4% | 52.6% | 49.1% | 47.7% | 46.2% |
หมายเหตุ: Engel Coefficient คือ สัดส่วนระหว่างค่าใช้จ่ายค่าอาหารต่อค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคทั้งหมด
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจรัฐบาลลงนามข้อตกลงเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ในปี 2001 ดังนั้นเงินทุนจากต่างประเทศจึงหลั่งไหลเข้ามายังจีนและมีเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ซึ่งดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2002 ช่วยให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนอยู่ในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในช่วงเวลา 5 ปี ทั้งนี้ ADB คาดว่าเศรษฐกิจของจีนจะยังแข็งแกร่งเช่นนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามจีนยังมีความท้าทายอีกหลายประการรวมถึงการเพิ่มของรายได้ในชนบทที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า ความจำเป็นที่จะต้องสร้างงานใหม่ๆ และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อภาคเอกชน และความแตกต่างระหว่างมณฑลติดทะเลกับมณฑลที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่นับวันจะเพิ่มขึ้น โดย ADB ประมาณการเศรษฐกิจของจีนจะโตขึ้น 7.3% ในปี 2003 เนื่องจากนโยบายการงบประมาณที่ขยายตัวน้อยลงและการเจริญเติบโตในภาคชนบทที่ชะลอลง
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จากข้อมูลของ NBS มูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมของจีนโตขึ้น 8% ในปี 2545 เพิ่มขึ้นจาก 7.3% ในปี 2544 การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการส่งออก การลงทุนจากต่างประเทศ และความต้องการของตลาดภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมซึ่งรวมถึงการก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและมีอัตราการขยายตัวถึง 9.9% ในปี 2545 เพิ่มขึ้นจาก 8.8% ในปี 2544 การขยายตัวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ขนส่ง และผลิตภัณฑ์เคมีก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
| อุตสาหกรรม | หยวน | เหรียญสหรัฐฯ | % |
|---|---|---|---|
| เกษตรกรรม | 1,488.3 | 179.8 | 14.5 |
| การผลิต | 4,593.5 | 555.0 | 44.9 |
| การก่อสร้าง | 704.7 | 85.1 | 6.9 |
| การค้า | 823.7 | 99.5 | 8.0 |
| การขนส่ง/การสื่อสาร | 551.8 | 66.7 | 5.4 |
| อื่นๆ | 2,077.8 | 251.0 | 20.3 |
| รวม | 10,239.8 | 1,237.1 | 100.0 |
ที่มา: ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียและสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปี 2545 หนึ่งเหรียญสหรัฐฯ เท่ากับ 8.2773 หยวน
งบประมาณ ในปี 2545 รายจ่ายรวมของรัฐบาลเท่ากับ 259 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายลงทุน 19% วัฒนธรรม การศึกษา สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ และวิทยุกระจายเสียง 18.5% และค่าบริหารจัดการ 13.5%
| ค่าใช้จ่ายหมุนเวียน | หยวน | เหรีญสหรัฐฯ | % |
|---|---|---|---|
| การบริหารราชการแผ่นดิน | 289.6 | 35.0 | 13.5 |
| ป้องกันชาติ | 170.8 | 20.6 | 8.0 |
| วัฒนธรรม, การศึกษา, สาธารณสุข, วิทยาศาสตร์ & วิทยุกระจายเสียง | 397.2 | 48.0 | 18.5 |
| บริการทางเศรษฐกิจ | 142.4 | 17.2 | 6.6 |
| สวัสดิการสังคม | 36.8 | 4.4 | 1.7 |
| เงินอุดหนุน | 90.7 | 11.0 | 4.2 |
| อื่นๆ | 610.5 | 73.8 | 28.5 |
| รวมค่าใช้จ่ายหมุนเวียน | 1,738.0 | 210.0 | 81.0 |
| ค่าใช้จ่ายลงทุน | |||
| การลงทุนก่อสร้าง | 311.2 | 37.6 | 14.5 |
| การพัฒนาความสามารถในการผลิตของวิสาหกิจ | 95.7 | 11.6 | 4.5 |
| รวมค่าใช้จ่ายลงทุน | 406.9 | 49.2 | 19.0 |
| รายจ่ายรวม | 2,144.9 | 259.1 | 100.0 |
ที่มา: ธนาคารโลก
อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปี 2545 หนึ่งเหรียญสหรัฐฯ เท่ากับ 8.2773 หยวน
การนำเข้า การนำเข้าตลอดปี 2002 มีมูลค่า 295.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 21.2% จากปีก่อน
| ประเภท | มูลค่า | % |
|---|---|---|
| การค้าทั่วไป | 129.1 | 39.6 |
| จักรกลและไฟฟ้า | 72.8 | 22.4 |
| ไฮเทค | 82.8 | 25.4 |
| อื่นๆ | 10.5 | 3.2 |
| รวม | 295.2 | 90.7 |
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
การส่งออก การส่งออกตลอดปี 2002 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 325.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 22.3% จากปีก่อน ผลผลิตทางการเกษตรของจีนได้เปรียบดุลการค้าในปี 2545 โดยตัวเลขการส่งออกขยายตัวในอัตราเลขสองหลัก
| ปะเทศ | มูลค่า | % ของทั้งหมด | เพิ่มขึ้นจากปี 2544 |
|---|---|---|---|
| อเมริกา | 70 | 21.5 | 28.9% |
| ฮ่องกง | 58.5 | 18.0 | 25.6% |
| ญี่ปุ่น | 48.4 | 14.9 | 7.8% |
| ประเทศในกลุ่มอียู | 48.2 | 14.8 | 17.9% |
| ประเทศอาเซียน | 23.6 | 7.2 | 28.3% |
| เกาหลี | 15.5 | 4.8 | 23.8% |
| ไต้หวัน | 6.6 | 2.0 | 31.7% |
| รัสเซีย | 3.5 | 1.1 | 29.9% |
| อื่น | 51.3 | 15.8 | n/a |
| รวม | 325.6 | 100.0 | 21.2% |
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
| ประเภท | มูลค่า | % |
|---|---|---|
| การค้าทั่วไป | 136.2 | 41.8% |
| จักรกลและไฟฟ้า | 89.2 | 27.4% |
| ไฮเทค | 67.9 | 20.9% |
| อื่นๆ | 32.3 | 9.9% |
| รวม | 325.6 | 100.0% |
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน
1.4 รัฐบาลประเทศจีนอยู่ภายใต้การบริหารของสภาผู้แทนประชาชนแห่งประเทศ (NPC) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 2,985 คนที่ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนประชาชนระดับเทศบาลนคร ภูมิภาคและมณฑล ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีซึ่งเป็นผู้นำประเทศได้รับเลือกจากสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ ประธานาธิบดี Hun Jintao และรองประธานาธิบดี Zeng Zinghong ได้รับแต่งตั้งในปี 2546 นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดยการรับรองของสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี Wen Jiabao และรองนายกรัฐมนตรี Huang Ju, Wu Yi, Zeng Peiyan และ Hui Liangyu ได้รับการเสนอชื่อและรับรองในเดือนมีนาคม 2546 รัฐสภาก็ได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ
จากข้อมูลของ NBS ระบบสวัสดิการสังคมเกิดขึ้นในปี 2545 และพอถึงปลายปีเดียวกันนั้นก็มีผู้เข้าร่วมโครงการเงินบำนาญถึง 147.3 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่และคนทำงาน 111.3 ล้านคนและผู้ปลดเกษียณ 36.0 ล้านคน อีก 101.8 ล้านคนเข้าร่วมโครงการประกันการว่างงาน ในขณะที่อีก 4.4 ล้านคนได้รับเงินทดแทนจากโครงการต่างๆ โครงการประกันสุขภาพเบื้องต้นมีผู้ใช้บริการถึง 94 ล้านคน
สถาบันสงเคราะห์ประชาชนประเภทต่างๆ มีเตียงรวมกัน 1.19 ล้านเตียง สถานบริการชุมชนราว 190,000 แห่งเกิดขึ้นในชุมชนเมือง รวมถึงศูนย์บริการชุมชน 8,820 ศูนย์ ระหว่างปี 2545 รัฐบาลขายสลากสวัสดิการสังคมมูลค่ามากกว่า 17 พันล้านหยวน
1.6 ข้อมูลด้านการศึกษาระบบการศึกษา:กฎหมายกำหนดให้การศึกษาเป็นหน้าที่ที่พึงกระทำและรัฐต้องจัดระบบการศึกษาภาคบังคับรวม 9 ปี กล่าวคือ ระดับประถมและมัธยมศึกษาตอนต้น เด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ไม่ว่าเพศใด สัญชาติใดและเชื้อชาติใดต้องไปโรงเรียนเพื่อรับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระบบการศึกษาในจีน ประกอบด้วย โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย รวมถึงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
การศึกษาระดับประถมและมัธยมต้นมีทั้งโปรแกรม 6 บวก 3 ปีตามลำดับ หรือโปรแกรม 5 บวก 4 ปี ปกติการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะใช้เวลา 3 ปี ในขณะที่โรงเรียนอาชีวศึกษาจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โรงเรียนมัธยมอาชีวศึกษา และโรงเรียนมัธยมวิชาชีพพิเศษซึ่งจะใช้เวลาเรียน 3-4 ปี ส่วนการศึกษาระดับปริญญาตรี จะมีระยะเวลาศึกษาประมาณ 4-5 ปี แล้วแต่สาขาวิชา
| ชาย | หญิง | |
|---|---|---|
| โรงเรียนประถมศึกษา | 92% | 95% |
| โรงเรียนมัธยมศึกษา | 66% | 60% |
ที่มา : UNICEF
ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของรัฐ จากรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลด้านการศึกษาคิดเป็น 2.3% ของ GNP ของประเทศและ 12.2% ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศ ในส่วนของงบประมาณด้านการศึกษานี้ 36.9% ทุ่มให้กับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษา 31.5% ใช้ไปกับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา และอีก 16.5% เป็นงบประมาณสำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษา
อัตราการรู้หนังสือ จากข้อมูลขององค์การ UNICEF ในปี 2543 จีนมีอัตราการรู้หนังสือในผู้ใหญ่คิดเป็น 92% สำหรับเพศชายและ 77% สำหรับเพศหญิง
1.7 ข้อมูลด้านการสาธารณสุขจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) อายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 69.3 ปีสำหรับเพศชาย และ 72.7 ปีสำหรับเพศหญิง อัตราการเสียชีวิตของทารกอยู่ที่ 31% องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่าในปี 2541 จีนมีแพทย์ 161.7 คน พยาบาล 98.6 คนและหมอตำแย 3.9 คน ต่อประชากร 100,000 คน
องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ในปี 2543 รัฐบาลจีนใช้งบประมาณทั้งหมดสำหรับการสาธารณสุขคิดเป็น 5.3% ของ GNP ของประเทศ และ 11% ของงบประมาณทั้งหมดของรัฐบาล
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2544 จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ในจีนยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้จีนได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังเชื้อเอชไอวีอย่างเป็นทางการ และในปี 2543 มีจุดตรวจเชื้อเอชไอวี 1201 แห่งสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่มใน 31 มณฑลของจีน จากข้อมูลเป็นทางการที่รวบรวมโดยกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าจีนมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี ประมาณ 600,000 รายในกลุ่มอายุ 15-49 ปี WHO ประมาณการว่าการเสียชีวิตเนื่องจากเอดส์จะเพิ่มขึ้น 35 เท่า ในปี 2548 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตราว 60,000 100,000 ราย
1.8 เทคโนโลยีสารสนเทศจากข้อมูลของ NBS ปลายปี 2545 จีนมีโทรศัพท์พื้นฐาน 214.4 ล้านหมายเลข โดยที่ 135.9 ล้านเลขหมาย (63%) ในจำนวนนี้อยู่ในเมือง ในขณะที่อีก 78.5 ล้านเลขหมายอยู่ในชนบท นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 206.6 ล้านเลขหมาย และมีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการสามรายจำนวน 45.8 ล้านคน รหัสอินเตอร์เน็ตของจีน คือ .cn