กฎหมายแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการคุ้มครองคนพิการ ซึ่งตราขึ้นในปี 2534 ได้ให้คำจำกัดความของคนพิการไว้ดังนี้:
คนพิการ หมายถึง ผู้ที่มีความบกพร่องเนื่องจากการสูญเสียอวัยวะหรือการทำงานของอวัยวะ ความบกพร่องทางกายหรือทางจิต หรือความบกพร่องของโครงสร้างกายวิภาค และสูญเสียความสามารถบางส่วนหรือทั้งหมดในการปฏิบัติกิจกรรมตามปกติ
คำว่า "คนพิการ"หมายถึง คนที่มีความพิการทางการมองเห็น การได้ยิน การพูด หรือความพิการทางกาย ทางสติปัญญา ความผิดปกติทางจิตใจ ความพิการซ้ำซ้อน และ/หรือความพิการอื่นๆ
นอกเหนือจากกฎหมายดังกล่าวแล้วจีนยังยึดถือปฏิบัติตามสิทธิคนพิการและปฏิญญาที่ออกโดยสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ปี 2518 และต่อมาในปี 2530 คณะมนตรีแห่งรัฐก็ได้กำหนดระบบการแบ่งประเภทคนพิการซึ่งแบ่งเป็น 5 ประเภท เพื่อใช้ในการสำรวจสำมะโนประชากรแห่งชาติ
ความพิการทางการมองเห็น
ความพิการทางการได้ยิน
ความพิการทางสติปัญญา
รุนแรงมาก –SD น้อยกว่า 5.01 และ IQ อยู่ระหว่าง 20-25
รุนแรง –SD อยู่ระหว่าง 4.10-5.0 และ IQ อยู่ระหว่าง 20-35 หรือ 25-40
ปานกลาง – SD อยู่ระหว่าง 3.01-4.0 และ IQ อยู่ระหว่าง 35-50 หรือ 40-55
น้อย –SD อยู่ระหว่าง 2.01-3.0 และ IQ อยู่ระหว่าง 50-70 หรือ 55-75
ความพิการทางกาย
ความผิดปกติทางจิต
ตามนโยบายของสหประชาชาติ ประเทศจีนได้ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการพัฒนาในการปฏิบัติงานเพื่อคนพิการ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้นำการริเริ่มนี้ นอกจากนั้นสังคมก็ให้การสนับสนุนและมีการมีส่วนร่วมจากคนพิการอย่างเต็มที่ด้วย ทั้งนี้องค์การ สหประชาชาติได้แถลงว่านโยบายนี้ถือเป็นนโยบายที่ดีและมีประสิทธิภาพ
ทุกๆ 5 ปี จะมีการทบทวนนโยบาย วัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์แห่งชาติของรัฐบาลที่เกี่ยวกับคนพิการ ประเด็นเร่งด่วนของแผน 5 ปีล่าสุดนี้ (ซึ่งเป็นแผน 5 ปี ฉบับที่ 10) ได้แก่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ การบำบัด การศึกษาตามระบบ การจ้างงานและการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ระดับภูมิภาค
Deng Pufang ประธานสหพันธ์คนพิการแห่งประเทศจีนได้ประกาศในพิธีเปิดการประชุมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับคนพิการแห่งชาติของประเทศจีนที่จัดขึ้นในปี 2544 ว่าคนพิการจะสามารถได้รับการสนับสนุนที่ดีขึ้นตลอด 5 ปีนี้
"พวกเราจะช่วยเหลือคนพิการในชนบทอีก 12 ล้านคนที่ยังคงยากจนให้มีชีวิตทีดีขึ้นก่อนสิ้นปี 2548 พวกเราต้องการเห็นอัตราการจ้างงานคนพิการเพิ่มขึ้นเป็น 85% ขณะเดียวกันโครงการบำบัดพักฟื้นพิเศษก็จะช่วยให้คนอีก 5.1 ล้านคนหายจากโรคภัยไข้เจ็บ"
ทั้งนี้ Mr. Pufang ได้กล่าวว่ามีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือ :
"เพื่อสร้างโอกาสอันเท่าเทียมกันในการมีส่วนร่วมในสังคมแก่คนพิการ รัฐบาลกลางและสมาคมให้คำมั่นว่าจะยกระดับความตระหนักในสังคมเกี่ยวกับการดูแลคนพิการ เพิ่มการสนับสนุนทางการเงิน และส่งเสริมให้คนพิการได้รับการศึกษา ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญเรื่องการบรรเทาความยากจนและการสร้างความมั่นคงทางสังคมแก่คนพิการเป็นพิเศษ โครงการใหญ่ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้จะทำให้แต่ละเทศบาลและเขตมีบ้านสำหรับให้การดูแล การศึกษาและการฝึกอาชีพอย่างครอบคลุมแก่คนพิการอย่างน้อยหนึ่งหลัง"
หนังสือพิมพ์ China Daily ได้มีรายงานว่า Li Ruihuan ประธานกิตติมศักดิ์ของสหพันธ์คนพิการแห่งประเทศจีนและประธานคณะกรรมการประชุมสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติได้ชื่นชมความสำเร็จต่างๆ ของประเทศที่เกี่ยวข้องกับความพิการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าเป็นการพัฒนาชีวิตของคนพิการอย่างมาก
กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ มีบทบาทในการสนับสนุนคนพิการตามนโยบายของรัฐบาลและแผนแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ซึ่งมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังต่อไปนี้
คณะกรรมการประสานงานคนพิการแห่งชาติ
คณะกรรมการนี้ ตั้งขึ้นในปีพ.ศ 2536 ประกอบด้วยตัวแทนจากแต่ละกระทรวงและผู้บริหารระดับสูงของสหพันธ์คนพิการแห่งประเทศจีนรวม 34 คน ทำหน้าที่ร่างนโยบาย สร้างหลักการ รวมถึงการร่าง การใช้ และประสานงานของกฎหมายต่างๆ
สหพันธ์คนพิการแห่งประเทศจีน
สหพันธ์คนพิการแห่งประเทศจีนหรือ CDPF ตั้งขึ้นในปี 2531 โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของคณะกรรมการประสานงานคนพิการแห่งชาติ (NCCD) และเป็นหน่วยงานซึ่งสอดส่องดูแลประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการภายในประเทศที่โดดเด่นกว่าหน่วยงานอื่นๆ CDPF ถูกก่อตั้งขึ้นตามกฎหมาย โดยได้รับการอนุมัติจากสภาแห่งชาติ ถือเป็นองค์กรของชาติซึ่งเป็นศูนย์รวมสำหรับคนพิการในประเทศจีน ทั้งนี้องค์กรได้แสดงถึงความสนใจโดยทั่วไปและปกป้องสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของคนพิการ ขณะเดียวกันยังส่งเสริมแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชนและคุ้มครองสิทธิของคนพิการเพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในสังคมและได้ร่วมส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทางสังคมอย่างเท่าเทียม
CDPF ได้กล่าวว่าองค์กรได้พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการออกกฎหมายว่าด้วยความพิการและการบังคับใช้กฎหมายและกฎต่างๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมในแผนการพัฒนาแห่งชาติของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ รวมทั้งยกประเด็นความต้องการต่างๆ ของคนพิการต่อรัฐบาล และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
CDPF ได้จัดให้มีศูนย์วิจัยสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งประเทศจีนในปีพ.ศ 2526 ศูนย์นี้ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ศึกษาและวิจัยโดยได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น แคนาดา และเยอรมัน
นอกจากนั้น CDPF ยังได้กล่าวอีกว่า ประเทศจีนมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิของคนพิการ รวมถึงช่วยให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมทางสังคมด้วยความมั่นคงที่เท่าเทียมและได้รับผลประโยชน์ต่างๆ จากทรัพยากรของประเทศและความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ในประเทศจีน:
มีการก่อตั้งองค์กรท้องถิ่นต่างๆ ของ CDPF ในมณฑล จังหวัด เมือง เขตและอำเภอในจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนี้:
กลุ่มสมาชิกของ CDPF ได้แก่:
ในระดับมณฑลนั้น CDPF ได้ควบคุมแต่ละสหพันธ์เพื่อให้มั่นใจได้ว่าได้มีการดำเนินโครงการต่างๆ ตามนโยบายระดับชาติ ขณะนี้ยังไม่มีผังการจัดองค์กรของ CDPF ตัวอย่างโครงสร้างองค์กรของสหพันธ์ระดับมณฑลมีดังนี้:
ที่มา: สหพันธ์คนพิการกวางเจา ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 7 พ.ค 2546
กระทรวงสาธารณสุข
ตามที่ระบุไว้ในกฎระเบียบสำหรับการปฏิบัติงาน โครงสร้างภายใน และการจัดสรรบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขมีเจ้าหน้าที่ธุรการจำนวน 255 คน และกรมทั้งสิ้น 10 กรม นอกจากนั้นกระทรวงยังมีวิทยาลัยการแพทย์ 11 แห่ง สถาบันวิจัยต่างๆ เช่น สถาบันวิชาการว่าด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งประเทศจีน สถาบันวิชาการว่าด้วยการแพทย์เพื่อการป้องกันแห่งประเทศจีน โรงพยาบาลปักกิ่ง และโรงพยาบาลมิตรภาพจีน-ญี่ปุ่น กระทรวงดำเนินการศูนย์ฟื้นฟูหรือโรงพยาบาล 78 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งศูนย์วิจัยเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งประเทศจีน
กระทรวงกิจการพลเรือน
กระทรวงนี้จะควบคุมดูแลสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ เด็กกำพร้า และคนพิการ หน้าที่สำคัญของกระทรวงนี้ได้แก่การดูแลด้านความมั่นคงทางสังคม การจดทะเบียนองค์กรทางสังคมต่างๆ และการผลิตอุปกรณ์ช่วยต่างๆ กระทรวงบริหารจัดการโรงงานผลิตอวัยวะแขน-ขาปลอม 23 แห่งและโรงงานประกอบอวัยวะแขน-ขาปลอม 12 แห่ง นอกจากนั้นยังมีโรงงานประกอบอวัยวะแขน-ขาปลอมที่บริหารจัดการโดยหน่วยงานทางการแพทย์และอื่นๆ อีก 23 แห่ง ดังนั้นจึงมีโรงงานผลิตอุปกรณ์อุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการในประเทศจีนรวมทั้งสิ้น 76 แห่ง
กระทรวงศึกษาธิการ
ในประเทศจีนมีสถาบันและองค์กรบริหารหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของคนพิการ รวมทั้ง CDPF และคณะกรรมการการประสานงานว่าด้วยคนพิการแห่งชาติในระดับสภาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการนี้มีสำนักงานการศึกษาพิเศษซึ่งดูแลเรื่องการศึกษาของคนพิการ นอกจากนั้นก็ยังมีหน่วยงานพิเศษในกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่นที่รับผิดชอบเรื่องการจัดการบุคลากรพิเศษ การศึกษาพิเศษก่อนวัยเรียน และการศึกษาภาคบังคับของเด็กพิการ
กฎหมายระดับชาติระบุไว้ว่า จะต้องมีโรงเรียนสำหรับการศึกษาแบบพิเศษในอำเภอที่มีประชากร 400,000 คน กระทรวงได้สนับสนุนการศึกษาแบบพิเศษผ่านชั้นเรียนในโรงเรียนสามัญ ขณะที่ยังคงให้โรงเรียนเหล่านั้นอยู่ในระบบการศึกษาสามัญอยู่
มีผู้เชี่ยวชาญและคนพิการจำนวนมากได้แบ่งปันข้อมูล มุมมองและประสบการณ์ต่างๆ ในการประชุมหรือการสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับคนพิการตามที่ได้รับเชิญจากองค์กรหรือหน่วยงานของสหประชาชาติ
CDPF ได้ดำเนินการตามโครงการ World Program of Action concerning Disabled Persons ซึ่งได้มีการดำเนินแล้วโดยสมัชชาสหประชาชาติและผู้เข้าร่วมอื่นๆ ของกิจกรรมห้วง 10 ปีแห่งการทำงานเพื่อคนพิการขององค์การสหประชาชาติ นอกจากนั้น CDPF ได้ริเริ่มและส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ของทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกช่วงปี 2536-2545 และยังได้ดำเนินการตามหัวข้อประชุมสำหรับทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกอีกด้วย ทั้งนี้สหพันธ์ได้สนับสนุนแล้วเข้าร่วมการสร้าง ดำเนินการและติดตามผลของกฎมาตรฐานสำหรับการทำให้คนพิการได้มีโอกาสเท่าเทียมกับบุคคลอื่นในสังคม สหพันธ์ได้มีส่วนร่วมในช่วงประชุมพิเศษที่ครบองค์ประชุมเกี่ยวกับคนพิการของสมัชชาสหประชาชาติ การอภิปรายปัญหาโดยองค์กรพัฒนาเอกชนว่าด้วยการประชุมระดับโลกสำหรับการพัฒนาสังคม สมัยประชุมของคณะกรรมการด้านการพัฒนาสังคม และการประชุมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคมของคนพิการซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP)
CDPF ได้เข้าร่วมและเป็นเจ้าร่วมกิจกรรมระดับภูมิภาคต่างๆ เช่น การประชุมนานาชาติเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงานด้านคนพิการระดับชาติในการพัฒนาประเทศ สหพันธ์ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมเพื่อเปิดทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกในปี 2535 การสัมมนาเรื่องวิธีการใช้ระบบโควต้าในการจ้างงานคนพิการ การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการจัดหางานให้คนพิการ และการสัมมนาระดับเอเชียและแปซิฟิกว่าด้วยการศึกษาระบบพิเศษ
มีโครงการฟื้นฟูเด็กพิการต่างๆ ที่ทั้งประสบผลสำเร็จแล้วและกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่หลายโครงการ ทั้งนี้ เพื่อปิดท้ายทศวรรษคนพิการของสหประชาชาติ ช่วงปี 2526-2535 CDPF ร่วมกับหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติได้ส่งคณะผู้แสดงศิลปะคนพิการของจีนไปออกแสดงในประเทศออสเตรีย ฮอลแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและโฆษณาโครงการห้วงสิบปีแห่งการทำงานเพื่อคนพิการภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก นอกจากนั้นยังได้ส่งคณะดังกล่าวไปแสดงในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เกาหลี ไทยและฟิลิปินส์ ด้วยความร่วมมือจาก ESCAPและประเทศที่ไปเยือนด้วย สหพันธ์ CDPF รัฐบาลเทศบาลปักกิ่ง สหพันธ์คนพิการปักกิ่ง และ ESCAPยังได้ร่วมกันดำเนินโครงการส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อคนพิการ (Promotion of Non-handicapping Physical Environment for Disabled Persons) ซึ่งได้เสร็จสมบูรณ์ลงในปี 2541
การแลกเปลี่ยนการพัฒนาระดับนานาชาติ
มีการพัฒนาการแลกเปลี่ยนแบบสองฝ่ายระหว่าง CDPF กับประเทศต่างๆ กว่า 60 ประเทศ ซึ่งได้ทำให้เกิดการส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกัน การเรียนรู้ประสบการณ์จากกันและกัน พัฒนาการประสานงาน รวมทั้งยกระดับการทำงานเพื่อคนพิการ
การยกย่องจากนานาชาติ
องค์การสหประชาชาติและองค์กรนานาชาติอื่นๆ ได้มอบรางวัลต่างๆ แก่ CDPF และประธานสหพันธ์ ได้แก่ รางวัล UN Peace Messenger, special testimonial of the UN Decade of Disabled Persons, Special Award of Asian and Pacific Decade of Disabled Persons, Henry Kessler Award (โดยสภา A/P ของคนพิการนานาชาติ), Paul Harris Humanitarian Award (โดยโรตารีสากล) and Alexander Gralnick Memorial Award (โดย American Association for Psychosocial Rehabilitation) เพื่อยกย่องความพยายามและความสำเร็จในการส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของคนพิการ
จากข้อมูลตัวเลขของ CDPF มีคนพิการตามรายงานในประเทศจีน 60 ล้านคน อย่างไรก็ตาม จำนวนนี้เป็นเพียง 4.8% ของจำนวนประชากรทั้งหมดตามที่ได้มีการสำรวจประชากรในปี 2543 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประเมินว่าประมาณ 10% ของประชากรโลกเป็นคนพิการ ส่วนในประเทศจีนนั้นมีประมาณ 125 ล้านคน โดยอาศัยการสำรวจประชากรปี 2543 ข้อมูลการสำรวจขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือการศึกษาอื่นๆ ระบุว่าจำนวนของคนพิการยังไม่ชัดเจน
3.6 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
Tมีการผ่านกฎหมายของประเทศจีนว่าด้วยคนพิการในปี 2532 ถือเป็นกฎที่ครอบคลุมถึงเรื่องการฟื้นฟู การศึกษา การจ้างงาน และสวัสดิการของคนพิการมากที่สุด กฎหมายนี้ถูกแบ่งออกเป็น 54 มาตราครอบคลุม 9 หมวด ซึ่งสามารถอ่านคำแปลภาษาอังกฤษได้ในเว็บไซต์ของCDPF's website หมวดต่างๆ ของกฎหมายฉบับนี้ ประกอบด้วย:
นอกจากนั้นรัฐบาลยังได้มีการริเริ่มด้านกฎระเบียบอื่นๆ เพื่อสนับสนุนคนพิการดังต่อไปนี้ :
แผนการศึกษาทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ
ถูกก่อตั้งในปี 2535 มีกฎระเบียบเกี่ยวกับการฝึกและการศึกษาด้านการฟื้นฟูสำหรับแพทย์และนักบำบัด นักกายภาพบำบัดและนักบำบัดอาชีพ
กฎหมายด้านการศึกษาสำหรับคนพิการ
กฎหมายนี้มีขึ้นในปี 2537 เพื่อให้ความมั่นใจเรื่องสิทธิต่างๆ ด้านการศึกษาของคนพิการ และมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องการศึกษาของคนพิการ กฎหมายนี้ยังมีระเบียบว่าด้วยการศึกษาก่อนวัยเรียน การศึกษาในระบบ การศึกษางานอาชีพ และการศึกษาผู้ใหญ่ กฎหมายฉบับนี้ระบุว่า “รัฐบาลระดับจังหวัดจะจัดตั้งโรงเรียน (ชั้นเรียน) พิเศษสำหรับเด็กที่พิการทางสายตา การได้ยิน การพูดและจิต”
กฎระเบียบเรื่องการเตรียมการสำหรับระบบคุณสมบัติสำหรับผู้เชี่ยงชาญการทำแขนขาเทียมและผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือป้องกันหรือแก้ไขส่วนที่ผิดรูปผิดส่วน
มีการผ่านกฎข้อบังคับนี้ในปี 2540 เพื่อพัฒนาการผลิตอวัยวะแขน-ขาเทียม อุปกรณ์ช่วย เก้าอี้คนพิการ ให้ได้มาตรฐาน
กฎระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมบริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพในโรงพยาบาลทั่วไป
มีการผ่านกฎข้อบังคับนี้ในปี 2533 กำหนดให้โรงพยาบาลตั้งหน่วยฟื้นฟูและจัดนักกายภาพบำบัดและนักบำบัดอาชีพ
แผน 5 ปี ฉบับที่ 10 มีวัตถุประสงค์ของกฎระเบียบเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนคนพิการดังนี้
ในแผน 5 ปี ฉบับที่ 10 ระบุแผนการด้านความมั่นคงด้านสังคมไว้ดังนี้ :
3.8 การบริการทางการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก
การฟื้นฟูสมรรถภาพ
กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าในประเทศจีนมีศูนย์หรือโรงพยาบาลฟื้นฟู 78 แห่ง มีเตียงคนไข้ 11,000 หลังและบุคลากรด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ 6,100 คน นอกจากนั้นยังมีโรงพยาบาลที่มีหน่วยฟื้นฟูอีก 600 แห่ง
การอบรมด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพและการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนต่างๆ ได้มาจากCDPF นอกจากนั้นในปี 2526 CDPF ยังได้ก่อตั้งและบริหารจัดการศูนย์วิจัยเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งประเทศจีน (CRRC) โดยตรง ศูนย์นี้เป็นผู้มีบทบาทหลักในการปฏิบัติการฟื้นฟูสมรรถภาพ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการฝึกบุคลากร
CRRC ได้ฟื้นฟูคนพิการ วิจัยและศึกษา โดยได้รับการช่วยเหลือด้านเทคนิคจากประเทศต่างๆ เช่นญี่ปุ่น แคนาดาและเยอรมัน ศูนย์นี้เกี่ยวข้องกับการดูแลทางการแพทย์และการฝึกอบรมคนพิการ การเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ และการวิจัยและพัฒนา นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและควบคุมผลผลิตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพ การฝึกบุคลากรด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ การศึกษาและให้คำแนะนำนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับคนพิการ และการผลิตและตีพิมพ์ผลงานด้านโสตทัศนะ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้บริการดังนี้ :
การให้บริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ
CRRC ได้ให้บริการด้านการแพทย์ การศึกษา อาชีพ การฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตใจและสังคม และการวางแผนและควบคุมแก่คนพิการเพื่อเพิ่มหรือฟื้นฟูความสามารถของพวกเขาและช่วยให้พวกเขากลับคืนสู่สังคมได้อีกครั้ง
การวิจัยทางวิทยาศาสตร์
CRRC ดำเนินการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในแขวงการใช้ยาเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติ การวิจัยทางการแพทย์มุ่งเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในโรงพยาบาลเช่นการฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานหลังได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ระบบประสาท หรือกล้ามเนื้อโครงกระดูก การวิจัยด้านเทคนิคมุ่งเน้นเรื่องการใช้วัสดุหลายโมเลกุลทางชีวแพทยศาสตร์และการพัฒนาการเวชกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ทางศูนย์ได้ผนวกเวชกรรมเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพสมัยใหม่กับเวชกรรมแบบฉบับจีนเข้าด้วยกัน
การบริการด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือและอุปกรณ์
CRRC ได้พัฒนา ผลิต และเป็นแหล่งส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและอุปกรณ์ต่างๆ แก่คนพิการทั่วประเทศ และยังให้การบริการด้านการดูแลรักษาและตรวจสอบคุณภาพด้วย นอกจากนั้นศูนย์นี้ได้พัฒนาและผลิตอุปกรณ์การฝึกด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ การใส่อวัยวะเทียม เครื่องป้องกันหรือแก้ไขส่วนที่ผิดรูปผิดส่วนและอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างสำหรับกิจกรรมประจำวัน
การฝึกอาชีพ
ICRRC ได้จัดการฝึกอาชีพ (รวมทั้งการฝึกบัณฑิตและนักศึกษา) และดำเนินการรวบรวมตำราและอุปกรณ์การฝึกด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพที่เชื่อถือได้ เพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพไปทั่วประเทศ
ข้อมูลและงานสังคมสงเคราะห์
CRRC ได้แลกเปลี่ยนและวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมทั้งมาตรฐาน วิธีการ กฎ และแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นของหรือสำหรับคนพิการ นอกจากนั้นศูนย์ยังได้ให้คำแนะนำต่างๆ แก่รัฐบาลและ CDPF รวมทั้งให้คำปรึกษาและแนวทางแก่สาธารณชนด้วย
CDPF ได้ก่อตั้งแผนกหรือส่วนฟื้นฟูในโรงพยาบาลต่างๆ ศูนย์ให้คำแนะนำด้านการบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพ และสถานีฟื้นฟูระดับจังหวัด เมือง เขตและเขตเมืองอีก 10,469 แห่ง และมีการก่อตั้งสถานีสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพ-ปฏิบัติงาน-ดูแลอีก 3,400 แห่ง เพื่อให้คนพิการได้เข้าร่วมการฝึกด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพและการบริการทั่วประเทศ สหพันธ์ระบุว่าคนพิการที่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพสมรรถภาพจากองค์กรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพหลักต่างๆ มีจำนวนถึง 3.84 ล้านคน รวมทั้ง :
แผน 5 ปี ฉบับที่ 10 ได้แนะแนวให้รัฐบาล :
อุปกรณ์อุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ
กระทรวงกิจการพลเรือนมีหน้าที่รับผิดชอบการผลิตอวัยวะแขน-ขาเทียม การใส่อวัยวะเทียมและไม้เท้า และบริหารจัดการโรงงานผลิตอวัยวะเทียม 41 แห่งและโรงงานประกอบอวัยวะเทียม 12 แห่ง สมาคมอวัยวะแขน-ขาเทียมแห่งประเทศจีนทำหน้าที่ดูแลการสื่อสารระดับประเทศหรือนานาชาติของโรงงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องมีดังนี้ :
รัฐบาลได้วางแผนที่จะพัฒนาอุปกรณ์ช่วยที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ 100 ชนิด จำนวน 2.4 ล้านชิ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนั้น ประเทศจีนยังวางแผนพัฒนาอักษรเบรลล์ที่สะกดสองทางของภาษาจีนและภาษาสัญญาณ ในแผน 5 ปี ฉบับที่10 รัฐบาลวางแผนที่จะดำเนินการ
กฎหมายของประเทศจีนกำหนดว่ากรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องควรบริหารและสนับสนุนการวิจัย การผลิต การแจกจ่าย และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ทั้งนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับวัตถุประสงค์เหล่านี้ ซึ่งก็เป็นประเด็นการสนับสนุนที่ระบุไว้ในแผน 5 ปี ฉบับที่ 8 และ 9 แล้ว
สำนักงานจัดเก็บภาษีมีนโยบายที่จะลดหย่อนภาษีจากการผลิตและการจัดการเกี่ยวกับรถเข็นคนพิการ อุปกรณ์ป้องกันหรือแก้ไขส่วนที่ผิดรูปผิดส่วน และอวัยวะเทียมต่างๆ อุปกรณ์บางอย่างนำเข้าโดยปลอดภาษี มีนโยบายพิเศษแก่การผลิตหรือการนำเข้าอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ที่ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็ได้มีการก่อตั้งศูนย์ควบคุมคุณภาพทางเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์ช่วยเหลือและอุปกรณ์สำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการควบคุมมาตรฐานอุปกรณ์ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพและอุปกรณ์ช่วยเหลือแห่งชาติขึ้น นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาการผลิตอุปกรณ์ช่วยเหลือให้มีมาตรฐานระดับชาติอีกด้วย
ได้มีการวิจัยอุปกรณ์ช่วยเหลือประเภทใหม่โดยศูนย์บริการอุปกรณ์ช่วยเหลือเป็นหลัก มีการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือกว่า 30 ประเภท นอกจากเครือข่ายหลักที่ให้บริการนี้แล้ว ยังมีเครือข่ายอื่นๆ ด้วย มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และหน่วยงานพัฒนาด้านเทคโนโลยีของบริษัทหลายๆ แห่งได้วิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ เช่นกัน
ในปัจจุบัน ยังมีการวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยเหลือประเภทใหม่อยู่น้อย องค์การสหประชาชาติประเมินว่าอุปกรณ์ช่วยเหลือที่จีนผลิตใหม่มีเพียง 25% ถึง 33% ของจำนวนประเภทอุปกรณ์ช่วยเหลือที่มีในโลก จีนยังต้องนำเข้าชิ้นส่วนพิเศษของอวัยวะเทียมที่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง และแผ่นโลหะหลักสำหรับการรวมวงจรต่างๆ ในเครื่องไฟฟ้า
เมื่อไม่กี่ปีนี้ ประเทศจีนได้เริ่มฝึกบุคลากรที่เกี่ยงข้องกับอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ โดยรวบรวมวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต บัณฑิตและนักศึกษาในสาขาวิศวกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพ และนักเรียนจากโรงเรียนเทคนิคพิเศษ เมื่อจบการศึกษาจากสถาบันเหล่านี้และเข้าทำงานในสถาบันวิศวกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพต่างๆ บุคคลเหล่านี้จะได้รับการฝึกระหว่างปฏิบัติงาน รวมถึงได้ศึกษาเอกสาร ศึกษาสังคม ทำกิจกรรมทางวิชาการ และฝึกภาคสนาม เจ้าหน้าที่วิจัยและช่างในศูนย์บริการอุปกรณ์ช่วยเหลือได้รับการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ และบางคนได้รับการฝึกในต่างประเทศ ศูนย์นี้ยังได้รวบรวมอุปกรณ์การฝึกต่างๆ เช่นคู่มือ รายงานผลงาน และวีดีโอเทปสำหรับบุคลากรและคนพิการในพื้นที่
งบประมาณสำหรับอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ นี้มาจาก CDPF และกระทรวงบริหารสาธารณะ ประเทศจีนหวังจะยกระดับการประสานงานด้านเทคนิคในด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือกับประเทศที่กำลังพัฒนาอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การประสานงานดังกล่าวได้แก่การส่งออก-นำเข้าทั่วๆ ไป การแลกเปลี่ยนผลงานและเทคนิค และการให้ชิ้นส่วนและองค์ประกอบ การบริการที่เหมาะสม และการร่วมธุรกิจ ประเทศจีนคาดหวังว่าจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและเทคนิคขั้นสูง รวมถึงการสนับสนุนและประสานงานด้านเทคนิค
ได้มีการดำเนินองค์กรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนที่ชื่อว่าโครงการเสริมสร้างชุมชนและประชากรให้มีสุขภาพดี ที่ศูนย์ประสานงานเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการของ WHO จากปี 2530 ถึงปี 2534 และมีการจัดโครงการนี้ขึ้นอีกครั้งเมื่อปี 2546 ซึ่งจะจบลงในปี 2550 โครงการนี้เป็นการประสานงานระหว่างองค์การอนามัยโลกและแผนกเวชกรรมเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการของมหาวิทยาลัยการแพทย์ซุนยัตเซ็น วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ได้แก่ :
หัวหน้าของศูนย์ประสานงานของ WHO ได้ทำบัญชีตรวจสอบของความต้องการเฉพาะอย่างด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กพิการใน CBR ขึ้นหลังจากที่ได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของCBR และบิดามารดาของเด็กในโครงการ ผู้ควบคุมประจำพื้นที่จะใช้บัญชีนี้ในการวางแผนมาตรการการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับเด็ก ขณะที่ให้ความช่วยเหลือแก่ครูในการออกแบบหลักสูตรเพื่อที่จะได้ระบุความต้องการของเด็กแต่ละคน บัญชีดังกล่าวมีดังนี้ :
ศูนย์การประสานงานของ WHO ได้ให้ปรึกษาและการแนะนำแก่สหพันธ์คนพิการของมณฑลกวางตุ้ง เกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการประจำมณฑลกวางตุ้ง ในแง่ของการจัดการ สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ โครงการการบริการต่างๆ และการฝึกอบรมบุคลากร
Iศูนย์การประสานงานของ WHO ได้ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ของมหาวิทยาลัยฮ่องกงโปลีเทคนิคในการสนับสนุนการประชุมว่าด้วยการฟื้ฟูสมรรถภาพคนพิการครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกซึ่งจัดขึ้นในกวางเจา ผู้แทน 120 คนจาก 9 ประเทศได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการกายภาพบำบัดสำหรับอาการปวดหลังท่อนล่าง
นอกจากนั้นศูนย์นี้ยังประสบความสำเร็จอื่นๆ อีกเช่น :
ในปัจจุบัน ไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อการดำรงชีพด้วยตนเองในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการเคลื่อนไหวเพื่อการดำรงชีพด้วยตนเองเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีน โดยสมัชชาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นอกจากนี้ คณะของประเทศจีนซึ่งเป็นตัวแทนจากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีนและสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศจีน ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการดำรงชีพด้วยตนเอง ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในเดือนกันยายน ปี 2542
กฎระเบียบในปี 2534 ว่าด้วยการคุ้มครองคนพิการได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่สามของเดือนพฤษภาคมของทุกปีเป็นวันช่วยเหลือคนพิการแห่งชาติ นอกจากนั้นกฎหมายยังเพิ่มความตระหนักต่อคนพิการผ่านสื่อต่างๆ ดังนี้ :
CDPF ได้เผยแพร่เอกสารและกิจกรรมต่างๆ ของ UN ผ่านทางสื่อต่างๆ รวมทั้งหนังสือพิมพ์ วารสาร หนังสือ นิทรรศการ และการประชุมต่างๆ สหพันธ์ได้ตีพิมพ์ข้อความและข่าวในนิตยสารของตนที่ชื่อ Disability in China, Spring Breezes และ The Blind, เพื่อเผยแพร่เอกสารและกิจกรรมว่าด้วยการพัฒนาสังคมที่สำคัญ ของ UN โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคนพิการ สหพันธ์มีสำนักพิมพ์ Huaxia และ Kanhyi ซึ่งตีพิมพ์โครงการปฏิบัติการระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ (เป็นภาษาจีน) แนวทางสำหรับการจัดตั้งและพัฒนาคณะกรรมการประสานงานว่าด้วยคนพิการแห่งชาติ หรือหน่วยงานลักษณะใกล้เคียง (เป็นภาษาจีน) และกฎมาตรฐานเกี่ยวกับการทำให้คนพิการมีโอกาสเท่าเทียม (เป็นหนังสือพูดภาษาจีน) และการประเมินงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (เป็นภาษาจีน)
มีการนำมาตราที่ 38 ของกฎหมายปี 2534 ว่าด้วยการคุ้มครองคนพิการมาใช้เพื่อยกระดับชีวิตทางวัฒนธรรมและจิตใจของคนพิการ :
CDPF ได้กำกับการทำงานของสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศจีนและสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศจีนซึ่งจัดให้มีการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมต่างๆ เพื่อคนพิการ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศจีนถูกก่อตั้งเมื่อปี 2524 สมาคมนี้ได้เปิดโอกาสให้คนพิการ ไม่ว่าจะเป็นคนแขน-ขาขาด บาดเจ็บที่ไขสันหลัง คนพิการทางสายตา การได้ยิน และคนพิการทางจิตได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาหลายกิจกรรม
ประเทศจีนได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาคนพิการภูมิภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิกใต้ ในปี 2537 และจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกพิเศษ ฤดูร้อน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2550 ซึ่งถือเป็นการแข่งขันโอลิมปิกพิเศษครั้งแรกในเอเชีย สหพันธ์ได้ระบุว่าได้มีการแข่งขันกีฬาคนพิการแล้ว 118 รายการ มีนักกีฬาคนพิการเข้าแข่งขัน 210,000 คน นักกีฬาเหล่านี้ได้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เช่นกีฬาเฟสปิก กีฬาโอลิมปิกพิเศษ ฤดูร้อน กีฬาเยาวชนพิการ และได้เหรียญรางวัลกว่า 1,200 เหรียญ และได้ทำลายสถิติโลกไป 112 รายการ
แผน 5 ปีฉบับที่ 10 ได้สนับสนุนการกีฬาสำหรับคนพิการโดยการเน้นยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้
รัฐบาลได้จัดตั้งองค์กรหลายองค์กรที่เป็นหน่วยงานกึ่งราชการที่ส่งเสริมโครงการการป้องกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพ การศึกษา และการจ้างงานสำหรับคนพิการ เป็นหน่วยงานกึ่งราชการที่โดดเด่นกว่าหน่วยงานอื่น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางโดยทั่วไปของนโยบายสวัสดิการสังคม ที่มุ่งเน้นการรวบรวมหน่วยงานทางสังคมในการจัดเงินทุนและการบริการ ดังนั้นจึงมีผู้ให้บริการที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์ที่สามารถช่วยเหลือตนเองที่เป็นทางการในประเทศนี้มากนัก องค์กรจำนวนมากประสบปัญหาด้านกฎหมายในการก่อตั้งกิจการของตนเอง และช่องทางที่เป็นเอกเทศสำหรับนักเคลื่อนไหวและอาสาสมัครต่างๆ หลายองค์กรต้องจดทะเบียนเป็นองค์กรทางธุรกิจที่ให้บริการทางพาณิชย์ ประชาชนประสบปัญหาการจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนและบริการต่างๆ ทำให้การพัฒนาและการวางแผนระยะยาวขององค์กรชะงัก ดังนั้นองค์กรจำนวนมากจึงกลายเป็นกลุ่มเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการ
ชมรมผู้ปกครองและเด็กพิเศษแห่งมณฑลกวางตุ้ง เป็นตัวอย่างของการรวมตัวของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีขึ้นอย่างไม่เป็นทางการเพื่อตอบสนองความต้องการและฟื้นฟูสมรรถภาพลูกของตน ชมรมนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ Keswick ในฮ่องกงและมูลนิธิ Save the Children ของประเทศอังกฤษ ชมรมนี้เป็นชมรมเพื่อการกุศลสำหรับเด็กพิการทางสติปัญญาในประเทศจีน ปัจจุบันชมรมนี้มีสมาชิก 300 คน ชมรมได้จัดการประชุมประจำปีสำหรับบิดามารดาของเด็กพิการและสำรวจเทคนิคการฝึกและการดูแลต่างๆ สำหรับเด็กที่มีอาการต่างๆ เช่น ออทิสติก อัมพาตเนื่องจากความบกพร่องของสมองก่อนคลอดหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างคลอด และเด็กที่มีความพิการด้านสติปัญญา ชมรมระบุว่า มณฑลกวางตุ้งมีเด็กพิการทางจิตและ/หรือทางร่างกาย 2 ถึง 3 ล้านคน
สมาคมสวัสดิการและการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ HANDA เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ปฏิบัติการภายนอกเครือข่ายหน่วยงานทางสังคมของรัฐบาล โดยมีที่ตั้งอยู่มณฑลกวางเจา HANDA ได้ปฏิบัติงานเพื่อรับรองคุณภาพชีวิตและความมั่นใจซึ่งเป็นผลจากการป้องกันความพิการและการสูญเสียการมองเห็นซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากโรคเรื้อน ผู้ที่หายขาดจากโรคเรื้อนจะยังคงมีสภาพความพิการในระดับหนึ่ง HANDA ระบุว่าการเพิ่มความสามารถทางกายภาพเป็นหนึ่งในความเร่งด่วน เนื่องจากได้มีการเชื่อมโยงความเป็นอยู่ทางกายภาพ จิตใจและสังคม เพื่อให้แต่ละคนได้บรรลุจุดมุ่งหมายในการดำเนินชีวิตที่เป็นเอกเทศและสร้างสรรผลประโยชน์ได้
ประชาชน 108 คนได้รับการฝึกทักษะการเย็บผ้าที่โรงเรียนสอนตัดเย็บ HANDA/IDEA และส่วนมากของคนเหล่านี้ได้เป็นคนงานของมณฑลกวางตุ้ง นอกจากนั้นยังมีการก่อตั้งธุรกิจการสร้างรายได้สำหรับคนที่ไม่สามารถเข้าทำงานเป็นคนงานทั่วไปด้วยเหตุผลต่างๆ ได้ HANDA ได้ช่วยคนเหล่านี้ในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงสตรีที่ผลิตผ้าห่มสำหรับทารกซึ่งถูกนำไปขายในตลาดนานาชาติ รวมทั้งโรงแรมชั้นนำในฮ่องกง
ในประเทศจีน มีองค์กรต่างๆ ที่สนับสนุนการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของสตรีพิการ รัฐบาลได้ควบคุมดูแลคณะกรรมการปฏิบัติงานว่าด้วยสตรีและเด็ก และคณะกรรมการประสานงานว่าด้วยคนพิการซึ่งมีความรับผิดชอบหลักในการกำหนดหลักการและจัดการกับปัญหาสำคัญต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการดำเนินงานสำหรับสตรีพิการทั้งนี้ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจของชาติ มีการเผยแพร่และดำเนินการโครงการระยะ 5 ปีเพื่อคนพิการ 3 โครงการ และ อีกหนึ่งโครงการหนึ่งสำหรับสตรีตั้งแต่ช่วงปี 2533-2543
นอกจากนี้ยังมีสหพันธ์กึ่งหน่วยงานรัฐบาล เช่นสหพันธ์สตรีจีนและ CDPF สององค์กรนี้ปฏิบัติงานด้านสิทธิและผลประโยชน์ของสตรีและคนพิการ และขณะเดียวกันก็ปฏิบัติงานด้านธุรการของรัฐบาลหน่วยงานด้วย
สตรีพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในการมองเห็นหลังฟื้นจากอาการต้อกระจก การแก้ไขปัญหาด้านการมองเห็น ศัลยกรรมกระดูกโปลิโอ และการรักษาอาการทางจิต ปัจจุบันสตรีพิการมีงานทำจาก 3 วิธีหลักได้แก่ โรงงานสวัสดิการ ระบบโควต้า และมีธุรกิจเป็นของตนเอง รัฐบาลมีกองทุนกู้ยืมสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพและการบรรเทาความยากจนสำหรับคนพิการด้วย
หน่วยงานเอกชน หรือหน่วยงานกึ่งราชการต่างๆ รวมทั้งสมาคมสตรี Zhaowuda เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนก็ได้สนับสนุนสตรีและสตรีพิการเช่นกัน โดยสมาคมได้รับเงินทุนจากธนาคารโลก ทั้งนี้สมาคมนี้เป็นหน่วยงานในมองโกเลียตอนในซึ่งจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อฝึกอบรม และรวบรวมแหล่งระดับชาติและนานาชาติที่ให้เงินทุน เทคโนโลยี การสร้างขีดความสามารถ ข้อมูลตลาดและการศึกษาของเด็กแก่สตรี โดยเฉพาะสตรีที่อยู่ในชนบทอันยากจน ช่วยพัฒนาองค์กรช่วยเหลือตนเองของสตรีในชนบท และส่งเสริมการบรรเทาความยากจนและการพัฒนาชนบท สิ่งแวดล้อม และสตรีที่ยั่งยืน สมาคมได้ดำเนินโครงการซึ่งจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อฝึกอบรม สำหรับสตรียากจนหลายครั้ง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้ทักษะการทำนาหรือการเลี้ยงสัตว์ จากโครงการนี้ สตรีสามารถเพิ่มความมั่นใจในตนเอง และมีกิจกรรมที่สร้างรายได้ นอกจากนั้น สมาคมยังมุ่งหวังที่จะกู้เงินในระดับจุลภาคด้วย
3.15 การค้นหาและป้องกันความพิการตั้งแต่แรกเริ่ม และการให้การศึกษาแก่คนพิการ
การค้นหาตั้งแต่แรกเริ่ม/การป้องกัน
CDPF และสหพันธ์ระดับท้องถิ่นได้แจกจ่ายไอโอดีนแบบแคปซูลแก่กลุ่มหลักๆ ได้แก่ สตรีเพิ่งแต่งงาน สตรีมีครรภ์ และเด็กอายุ 0-2 ขวบ เพื่อป้องกันความพิการด้านสติปัญญา และยังดำเนินการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการสร้างภูมิคุ้มกันด้วย
นอกจากนั้น องค์กรนานาชาติ เช่น UNICEF และ WHO ได้ดำเนินโครงการสร้างภูมิคุ้มกันในฐานะที่เป็นวิธีหนึ่งของการป้องกันความพิการ หน่วยงานคนพิการนานาชาติได้เริ่มดำเนินงานในประเทศจีนเมื่อปี 2541 และให้การอบรมในด้านการป้องกันความพิการและการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการในมณฑลกวางสี และขณะเดียวกันก็จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับกระดูก การฝึกอบรม และการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนในทิเบต
การศึกษา
มีการผ่านกฎหมายสำหรับการคุ้มครองคนพิการในปี 2534 ระบุความจำเป็นในสิ่งต่อไปนี้
“โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษายอมรับเด็กพิการซึ่งสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เหล่านี้ได้ ส่วนโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอาชีวศึกษาและโรงเรียนเทคนิครวมทั้งสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาต้องยอมรับ และไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิเสธการเข้ารับการศึกษาด้วยเหตุผลจากความพิการ”
“เด็กพิการได้รับการศึกษาก่อนวัยเรียนในชั้นเรียนที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยองค์กรด้านการศึกษาสำหรับการศึกษาของเด็กพิการ จากชั้นเรียนสำหรับเด็กพิการที่จัดขึ้นโดยองค์กรการศึกษาสามัญ จากชั้นเรียนพิเศษที่จัดขึ้นในชั้นเรียนการศึกษาสามัญ โรงเรียนพิเศษ สถาบันดูแลเด็กพิการ หรือการศึกษาของบิดามารดาสำหรับเด็กพิการก่อนวัยเรียน เด็กพิการที่ยังไม่เข้าเกณฑ์การศึกษาสามัญสามารถรับการศึกษาสามัญได้ในชั้นเรียนพิเศษของโรงเรียนพิเศษ หรือโรงเรียนพิเศษต่างๆ ที่โรงเรียนสามัญระดับสอง”
ตามแผน 5 ปี ฉบับที่ 10 รัฐบาลได้วางวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์สำหรับการสนับสนุนการศึกษาสำหรับคนพิการไว้ดังนี้ :
วัตถุประสงค์
ยุทธศาสตร์
รัฐบาลได้ประมวลการศึกษาสำหรับเด็กพิการเข้าไว้ในแผนภาพรวมของการศึกษาภาคบังคับสำหรับการใช้พร้อมกัน ทั้งนี้ CDPF ได้ระบุว่าอัตราการเข้ารับการศึกษาของเด็กพิการทางสายตา การได้ยิน และทางจิตใจมีเพิ่มขึ้นจากที่เคยมีน้อยกว่า 6% ในปี 2530 เป็น 64.3% ในปี 2540
92% ของนักเรียนพิการมีคะแนนถึงเกณฑ์มาตรฐานของวิทยาลัยและโรงเรียนเทคนิค ตั้งแต่ปี 2528 มีนักเรียนเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยจำนวน 10,884 คน และตั้งแต่ปี 2532 มีนักเรียนพิการเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเทคนิคระดับกลาง 14,475 คน
มีการก่อตั้งวิทยาลัยการศึกษาพิเศษแห่งมหาวิทยาลัยฉางชุน (Special Education College of Changchun University) วิทยาลัยวิศวกรรมสำหรับคนหูหนวกแห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเทียนจิน (Engineering College for the Deaf of Tianjin University of Science and Engineering) และหน่วยเชี่ยวชาญด้านการนวดของคนตาบอดในวิทยาลัยการแพทย์จีนนานกิง (Massage Specialty for the Blind in Nanjing Chinese Medicine College) และมีการจัดตั้งหน่วยงานเชี่ยวชาญด้านการศึกษาพิเศษขึ้นในมหาวิทยาลัยปกติอีก 7 แห่ง ได้มีการคำนวณว่ามีสถาบันฝึกครูของการศึกษาพิเศษสำหรับโรงเรียนระดับกลาง 34 แห่ง มีสถาบันฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ 783 แห่ง และมีคนพิการที่ได้รับการฝึกกว่า 2.5 ล้านคน
Tกฎหมายการศึกษาสำหรับคนพิการในปี 2537 ได้กำหนดว่ารัฐบาลท้องถิ่นจะจัดตั้งโรงเรียนหรือชั้นเรียนพิเศษสำหรับเด็กที่พิการทางสายตา การได้ยิน การพูด และทางจิต ตารางที่16 จะแสดงจำนวนเด็กในโรงเรียนพิเศษในปี 2540
| โรงเรียนสำหรับคนพิการทางสายตา | 101,100 |
| โรงเรียนพิเศษสำหรับเด็กซึ่งมีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ | 34,100 |
| ชั้นเรียนพิเศษในโรงเรียนปกติ | 236,400 |
| จำนวนโรงเรียนที่มีเด็กพิการทั้งหมด | 371,600 |
ที่มา: JICA (2544), ข้อมูลประเทศเกี่ยวกับคนพิการในประเทศจีน
กระทรวงศึกษาธิการ สถิติของการพัฒนาด้านการศึกษาระดับประเทศในปี 2542
ศูนย์การวิจัยโกลเดนคีย์เพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการทางสายตา (Golden Key Research Center of Education for the Visually Impaired) ถูกก่อตั้งขึ้นในกรุงปักกิ่ง ปี 2528 ศูนย์นี้ได้ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กพิการทางสายตาในได้เข้าเรียนและได้รับการศึกษาพิเศษที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขาสามารถดำเนินชีวิตได้เองในอนาคตและมีความเท่าเทียมในสังคม ในปี 2542 ศูนย์ได้ก่อตั้งโครงการในเขตปกครองตนเองของมองโกเลียตอนใน ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินไปในปีการศึกษา 2545-2546 UNICEF ได้ระบุว่าในปี 2542 มองโกเลียตอนในมีโรงเรียนคนตาบอดเพียง 2 แห่งและนักเรียนเพียง 20 คนเท่านั้น ทั้งนี้ชุดทำงานของโครงการได้ระบุว่ามองโกเลียตอนใน มีนักเรียนวัยเรียนที่พิการทางสายตาประมาณ 2,230 คน และในจำนวนนี้มีคนตาบอด 378 คน
มีการจัดโครงการในมองโกเลียตอนในนี้เป็น 4 ระดับ (ภูมิภาค จังหวัด ชนบทและเมือง) และได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ระดับชาติในปักกิ่ง นำโดยกรมการศึกษาในระดับภูมิภาค และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกรมอนามัยระดับภูมิภาค การบริหารพลเรือน สหพันธ์เพื่อคนพิการและสหพันธ์สตรี โครงการนี้ยังได้การสนับสนุนแนวคิดการฝึกอบรมครูของโรงเรียนปกติให้เป็นผู้ที่มีประสิทธิภาพในการศึกษาสำหรับเด็กพิการทางสายตามากที่สุด ในแต่ละพื้นที่ซึ่งประกอบด้วยเขตการปกครองต่างๆ จะได้รับการสนับสนุนจากศูนย์กลางทรัพยากรหนึ่งแห่ง ทั้งนี้ในศูนย์จะให้อุปกรณ์ในการแจกจ่ายวัสดุต่างๆ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์ ศูนย์นี้ยังให้เอกสารอักษรเบรลล์เพิ่มเติม รวมถึงตำราภาคอักษรเบรลล์ซึ่งไม่มีในระบบการศึกษาระดับชาติ
แม้ว่าสถิติของทางการจะแสดงว่ามีอัตราการเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปค่อยข้างสูง แต่ในพื้นที่ชนบทและห่างไกลส่วนมากยังมีอัตราดังกล่าวต่ำอยู่ เอกสารโครงการระบุว่าคณะกรรมาธิการการศึกษาของประเทศจีนได้ประเมินว่าในช่วงกลางปี 2533-2543 อัตราการเข้ารับการศึกษาของคนพิการทางสายตาในจังหวัดทางภาคตะวันตก 9 จังหวัดรวมทั้งมองโกเลียตอนในมีเพียง 0.31% หรือ 497 คน จากนักเรียนทั้งหมดกว่า 19,000 คน UNICEF กล่าวว่าในปี 2545 โครงการ Golden Key ได้รวบรวมเด็กพิการทางสายตา 783 คน เข้าเรียนในโรงเรียนปกติ 641 แห่งใน 48 เขตของมองโกเลียตอนใน ทำให้อัตราการเข้ารับการศึกษาของเด็กพิการทางสายตาเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 98% ขณะที่โครงการลักษณะเดียวกันนี้ในกวางสี มีการรวบรวมเด็กพิการทางสายตาเข้าเรียนในโรงเรียนปกติได้ 2,154 คน ทำให้อัตราการเข้ารับการศึกษาของเด็กพิการทางสายตาของจังหวัดนี้เพิ่มเป็น 82%
โครงการนี้ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรระดับชาติหลายองค์กร นอกจากนั้นยังมีการเข้าร่วมขององค์กรระดับท้องถิ่น รวมทั้งกรมการศึกษาระดับจังหวัด กรมอนามัย ฝ่ายบริหารพลเรือน สหพันธ์คนพิการ และสหพันธ์สตรี จากการประสานงานนี้ได้มีการดำเนินงานโดยองค์กรที่ปฏิบัติงานอยู่ในชุมชนเป้าหมายอยู่แล้วโดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาล ผู้ประสานงานของโครงการตั้งเป้าหมายว่าโครงการ Golden Key จะวางรากฐานสำหรับการศึกษาที่ครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ด้านตะวันตกของจีนให้ได้
ตามที่ CDPFระบุว่า สหพันธ์ได้ก่อตั้งแหล่งบริการการจัดหางานสำหรับคนพิการซึ่งจะทำหน้าที่เสาะหาคนพิการที่ยังรองานจำนวน 2,038 แห่ง สหพันธ์จะลงทะเบียนแหล่งจ้างงาน ระบุความต้องการของนายจ้าง อบรมพร้อมให้คำแนะนำ และให้บริการการจัดหางานแก่คนพิการ
คนพิการกว่า 1.5 ล้านคนมีงานทำด้วยวิธีโควตาโดยหน่วยงานสาธารณะหรือเอกชน ระบุว่าโครงการสวัสดิการสำหรับการจัดหางานส่วนกลางสำหรับคนพิการเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 คนโดยประมาณ เป็นผลมาจากนโยบายระดับชาติว่าด้วยการลดหย่อนภาษีหรือการยกเว้นการเสียภาษี มีโรงพยาบาลและคลินิกที่มีหมอนวดเป็นคนตาบอด 5,022 แห่ง ถูกก่อตั้งขึ้น โดยมีคนพิการทางสายตาที่ได้รับการฝึกเกือบ 20,000 คน นอกจากนั้นยังมาคนพิการเกือบหนึ่งล้านคนที่ได้รับการช่วยเหลือให้ทำธุรกิจของตนเอง
CDPF ให้บริการที่ครอบคลุมสำหรับคนพิการในชนบท โดยมีการจัดหลักสูตรอบรมด้านเทคนิคระยะกลางและระยะสั้น มีการให้คำแนะนำในการผลิต การดูแลเรื่องการซื้อวัสดุการเกษตร การขายสินค้าการเกษตรเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนั้นยังมีการให้สินเชื่อและความช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย อัตราการมีงานทำของคนพิการทั้งในเมืองและชนบทเพิ่มขึ้นจากที่เคยมีน้อยกว่า 50% ในปี 2530 เป็น 72% ในปี 2540
วิธีการจ้างงานของคนพิการคือการผ่านทางสมาคมคนหนวกและตาบอดแห่งประเทศจีนซึ่งมีการฝึกอบรมให้ ในช่วงกลางปี 2533-2543 มีโรงเรียนสำหรับคนพิการทางสายตาที่จัดการฝึกอาชีพอยู่กว่า 20 แห่ง รวมทั้งโรงเรียนเทคนิค 4 แห่งและศูนย์นวดสำหรับคนพิการทางสายตาที่มหาวิทยาลัยฉางชุนหนึ่งแห่ง มีการก่อตั้งสมาคมหมอนวดคนตาบอดแห่งประเทศจีนเป็นองค์กรทางวิชาการอีกด้วย
แผน 5 ปี ฉบับที่ 10 มีวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจการนวดดังนี้
รัฐบาลๆ ได้ริเริ่มโครงการฝึกอบรมในชนบท โดยตั้งชื่อโครงการว่า “Green Certificate Training Project”,ซึ่งมุ่งสอนชาว นาให้รู้วิธีการพัฒนาทักษะและการเพิ่มผลผลิตของตน จากการฝึกอบรมนี้ ชาวนาสามารถเพิ่มรายได้ของตนเป็นการขจัดความยากจน อย่างไรก็ตาม CDPF ได้ระบุว่าประมาณ 40 % ของคนพิการในชนบทมีความสามารถในการทำงาน แต่ยังขาดทักษะที่จำเป็น โครงการ Green Certificate Training Project จึงได้ให้ทักษะต่างๆแก่คนพิการเหล่านี้เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้ ขณะที่โควต้าการจ้างงานของรัฐบาลช่วยเหลือคนพิการให้ได้ทำงานในหน่วยงานราชการได้ แต่โควตาดังกล่าวกลับให้ผลน้อยกว่าน้อยจังหวัดชนบท
มณฑลเฮยหลงเจียงมีประชากรทั้งสิ้นราว 38 ล้านคน เป็นคนพิการประมาณ 1.3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีคนยากจนอยู่ประมาณ 10% ธุรกิจหลักของมณฑลนี้เป็นภาคการเกษตร CDPF ได้ร่วมทำงานกับคณะกรรมการการประสานงานระดับท้องถิ่นซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมการศึกษา กรมแรงงานและความมั่นคงทางสังคม กรมเกษตร และกรมประมงและปศุสัตว์ เพื่อสร้างโครงการเพื่อคนพิการ ผลที่ได้ก็คือมีคนพิการในมณฑลเฮยหลงเจียงจำนวนมากเข้าร่วมโครงการ Green Certificate ขณะเดียวกันก็มีหน่วยงานราชการต่างๆ ให้เงินกู้เพื่อขจัดความยากจนแก่คนพิการเพื่อนำเงินไปสมัครรับการฝึกอบรม สำนักงานแรงงานระหว่างประเทศระบุไว้ในปี 2545 ว่าโครงการ Green Certificate ได้ฝึกอบรมชาวนากว่า 6.7 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มีมากกว่า 80,000 คนเป็นคนพิการ นอกจากนั้นความสำเร็จของโครงการนี้ยังรวมถึง :
รัฐบาลได้วางเค้าโครงของแผนต่างๆ ตามวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์การฝึกอบรมและการจ้างงานไว้ดังนี้ :
นอกจากนั้น คนพิการจากประเทศจีนยังได้ร่วมการแข่งขันนานาชาติต่างๆ และในปี 2551 รัฐบาลก็จะเป็นเจ้าภาพการแข่งกีฬาคนพิการพาราลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน ณ กรุงปักกิ่ง
รัฐบาลได้ให้มีการลดหย่อนภาษีสำหรับบริษัทที่ว่าจ้างคนพิการ การลดหย่อนมีโดยย่อดังนี้ :
3.17 สิ่งอำนวยความสะดวกและขนส่งมวลชน
แผน 5 ปี ฉบับที่ 10 มีวัตถุประสงค์สำหรับกระตุ้นให้มีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดอุปสรรคดังนี้ :
3.18 การเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสาร
ตามที่ CDPF ระบุ คนพิการสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านวัฒนธรรมที่เป็นของสาธารณะ ทั้งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านวัฒนธรรมและนันทนาการสำหรับคนพิการกว่า 3,000 แห่ง
สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางของประเทศจีนและสถานีโทรทัศน์อื่นๆ ในระดับจังหวัดอีก 20 สถานีได้จัดให้มีโครงการพิเศษและโครงการแปลภาษาสัญญาณสำหรับคนพิการ นอกจากนั้น สถานีวิทยุส่วนกลางและสถานีวิทยุอื่นๆ ในระดับจังหวัดก็ได้จัดโครงการพิเศษสำหรับคนพิการ มีภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ที่มีคำบรรยายประกอบและมุ่งเน้นเรื่องชีวิตของคนพิการ ส่วนนิตยสาร หนังสือและสื่อทางโสตและทัศนะได้มีการจัดสื่อต่างๆ สำหรับคนพิการเช่นกัน
แผน 5 ปี ฉบับที่ 10 ได้วางวัตถุประสงค์สำหรับการเข้าถึงข่าวสารไว้ดังนี้ :
3.19 การบรรเทาความยากจน โดยการเสริมสร้างศักยภาพ สวัสดิการสังคม และโครงการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน
การแก้ไขความยากจนเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ที่ระบุในแผน 5 ปี ฉบับที่ 9 และ 10 ประมาณ 80% ของคนพิการอาศัยอยู่ในชนบท และครึ่งหนึ่งของคนเหล่านี้มีสภาพยากจน ตามแผน 5 ปี ฉบับที่ 9 นั้น โครงการเพื่อคนพิการจำเป็นต้องมีทั้งการปรับเปลี่ยนเศรษฐศาสตร์การตลาด และการขจัดความยากจนรวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการเหล่านี้มุ่งหวังที่จะลดความแตกต่างและแก้ไขสิ่งอุปสรรคทางร่างกายและจิตใจเพื่อการมีส่วนร่วมของคนพิการ
ส่วนแผน 5 ปี ฉบับที่ 10 นั้น ได้มีการวางเค้าโครงการเสริมสร้างโครงการต่างๆ สำหรับคนพิการ การสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพ การเข้าศึกษา และการสนับสนุนด้านการจ้างงาน รวมทั้งการเตรียมการสำหรับการมีส่วนร่วมทางสังคม วัตถุประสงค์สำหรับ 5 ปีนี้ได้แก่ :