สภาแห่งชาติฟิจิว่าด้วยคนพิการ (Fiji National Council of Disabled Persons: FNCDP) ให้คำจำกัดคำว่า "ความพิการ" โดยอาศัยคำจำกัดความจากองค์กรอนามัยโลก ดังนี้
"คนพิการ หมายถึง บุคคลใดๆ ที่มีความบกพร่องด้านร่างกาย จิตใจ หรือ มีข้อจำกัดในการรับรู้ความรู้สึก หรือ ขาดความสามารถในการแสดงออกด้านกิจกรรมใดๆ เหมือนคนทั่วไป" (รายงานประจำปี ของ FNCDP ปี 2539)
สมาคมคนพิการแห่งประเทศ ฟิจิ และกลุ่มคนพิการที่พึ่งตนเองให้คำจำกัดความด้านความพิการดังต่อไปนี้
"คนพิการ ยังหมายความถึง คนที่ด้วยความบกพร่องทางกาย จิตใจ ความรู้สึกและอารมณ์ ทำให้ไม่สามารถมีโอกาสเท่าเทียมหรือมีสิทธิเหมือนกับคนอื่นในสังคมเนื่องจากมีอุปสรรคทางสังคมและทางกาย " (FDPA, 1998)
"ความพิการ "หมายถึง การสูญเสีย หรือ การจำกัดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตในชุมชนที่เท่าเทียมกับบุคคลอื่นๆ นอกจากนี้ยังหมายรวมถึงการใช้ชีวิตของคนพิการในสภาพแวดล้อมต่างๆ การให้คำจำกัดความต่อความพิการก็เพื่อจะเน้นย้ำถึงสภาพแวดล้อมและกิจกรรมของหลายๆองค์กรในชุมชนที่เกี่ยวข้องแก่คนพิการ เช่น ข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารหรือแม้แต่การศึกษาที่ได้แยกคนพิการออกจากการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในสังคม
ความพิการในประเทศฟิจิได้ถูกมองว่าเป็นการถูกลงโทษจากการประพฤติผิดศีลธรรมของสมาชิกในครอบครัวในอดีต หรือเป็นผลจากความโชคร้ายหรือเวทมนตร์คาถา อย่างไรก็ตามมุมมองต่อความพิการได้เปลี่ยนไปและมีมนุษยธรรมมากขึ้นเมื่อ10 ปีที่ผ่านมานี้เอง
ไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับความพิการในแผนพัฒนาแห่งชาติ อย่างไรก็ตามได้มีความพยายามที่จะบรรจุประเด็นด้านการศึกษาพิเศษเข้าในนโยบายการศึกษาหลักในแผนพัฒนาแห่งชาติ
หลังจากได้มีโอกาสประชุมหารือระดับภูมิภาคและนานาชาติหลายกระทรวงได้พัฒนานโยบายของ กระทรวงให้สอดรับกับความต้องการของคนพิการและกลุ่มบุคคลที่ขาดความเท่าเทียมลงไปในนโยบายด้วย
หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับความพิการ
1. สภาแห่งชาติฟิจิว่าด้วยคนพิการ (FNCDP)
FNCDP ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนปี 2535 โดยการรับรองของคณะรัฐมนตรี และอยู่ในกำกับของกระทรวงสตรี วัฒนธรรมและสวัสดิการสังคม รวมทั้งมีผู้ประสานงานแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาคนพิการ วิสัยทัศน์ของ FNCDP คือ "การมุ่งเน้นถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ" และมีภารกิจคือ "อำนวยความสะดวกในการมีส่วนร่วมและโอกาสอย่างเท่าเทียมของคนพิการในทุกเรื่องราวของชีวิต"FNCDP ได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2536 ซึ่งมีสมาชิกที่หลากลายทั้งจากภาครัฐและองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ
เดือนธันวาคม ปี 2537 มีการตราพระราชบัญญัติฉบับที่ 21 ว่าด้วย FNCDP ขึ้น เพื่อรองรับการก่อตั้งสภาเพื่อให้กรอบการดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ FNCDP กำหนดให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษา 6 สาขาด้วยกัน ประกอบด้วยที่ปรึกษาด้านต่างๆดังนี้
โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาเหล่านี้มีภารกิจด้านการให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือด้านการทำวิจัย การวางนโยบายและการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับนโยบายแต่ละประด็นของกรอบการทำงาน
ผลงานที่โดดเด่นของ FNCDP นับแต่มีการก่อตั้งประกอบด้วย
2. กระทรวงสตรี สวัสดิการสังคม และการบรรเทาความยากจน
(http://www.fiji.gov.fj/publish/m_women.shtml)
ความรับผิดชอบหลักของกระทรวงคือการให้คำปรึกษาต่อรัฐบาลด้านนโยบายสาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายต่อสตรีและคนพิการ
3. กระทรวงศึกษาธิการ
(http://www.fiji.gov.fj/publish/m_education.shtml)
หลักสูตรการศึกษาพิเศษและนโยบายหลักด้านการศึกษาได้ถูกนำมาอภิปรายและกำหนดเป็นประเด็นสำคัญ ในรายงานการปฏิบัติงานด้านการศึกษาในปี 2543 การศึกษาพิเศษในระดับประถมศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ถูกนำมาร่างเป็นนโยบายพิเศษซึ่งครอบคลุมถึงการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
4. กระทรวงสาธารณสุข
(http://www.fiji.gov.fj/publish/m_health.shtml)
กระทรวงรับผิดชอบด้านสาธารณสุขมูลฐาน การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และ เครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงให้บริการและดูแลคนพิการ
*แหล่งข้อมูล : การศึกษาข้อมูลคนพิการของประเทศ ในโครงการความร่วมมือ JICA & FDPA เดือนกุมภาพันธ์ 2544
*แหล่งข้อมูล: กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคด้านโอกาสและการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาคนพิการ โดยได้ตัวอย่างจาก ESCAP องค์การสหประชาชาติ ปี 2540
FNCDP เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมปฏิบัติการด้านการจัดการองค์กรเพื่อการพึ่งตนเองของ PWDs ระดับภาคพื้นแปซิฟิกในปี 2539 ประเทศที่เข้าร่วมในครั้งนี้ประกอบด้วย ตองกา ซามัว วานูตู เกาะโซโลมอน และฟิจิ ทั้งนี้ ESCAP เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการฝึกอบรมซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกแปซิฟิกตอนใต้
ประเด็นความร่วมมือส่วนภูมิภาคประกอบด้วยการส่งเสริมการพัฒนาคนพิการ การสร้างกองทุนมูลนิธิเพื่อความร่วมมือส่วนภูมิภาค รวมถึงการแบ่งปันทรัพยากรระหว่างกลุ่มประชากรคนพิการในภาคพื้นแปซิฟิก โดยความร่วมมือของ South Pacific Commission มหาวิทยาลัย South Pacific และ Forum Secretariat และอื่นๆ
ข้อมูลทางสถิติว่าด้วยคนพิการทั่วประเทศฟิจินั้นยังไม่ชัดเจนดังนั้น FNCDP จึงวางแผนที่จะทำการสำรวจทั่วประเทศโดยขอความร่วมมือจากองค์กรพัฒนาเอกชน
อย่างไรก็ตามมี 2 แหล่งข้อมูลที่ระบุถึงจำนวนของประชากรคนพิการ ดังนี้
ในปี 2539 คำถามเกี่ยวกับความพิการได้ระบุลงไปในการสำรวจสัมมะโนครัวประชากรแห่งชาติในประเทศฟิจิเป็นครั้งแรก ผลจาการสำรวจพบว่าประชากรกว่า 12,000 คน เป็นคนพิการในแบบใดแบบหนึ่ง และจาก
การสำรวจความยากจนในปี 2540 ในประเทศฟิจิพบว่าคนพิการจำนวนมากในฟิจิประสบกับปัญหาความยากจนและขาดโอกาสในการศึกษา การจ้างงาน และการรับการบริการ ระบบการลงทะเบียนคนพิการแห่งชาติของฟิจิก็ยังไม่มีดังนั้นข้อมูลเบื้องต้นของคนพิการ ได้มาจากผู้ช่วยเหลือการฟื้นฟูชุมชน และพยาบาลสาธารณสุข นอกจากนี้ข้อมูลคนพิการก็ได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขแต่ต้องรอการวิเคาระห์ และแยกแยะจากองค์กรต่างๆ ที่สนับสนุน ระบบการศึกษาได้ลงทะเบียนคนพิการเพื่อให้สามารถส่งถ่ายไปยังโรงเรียนการศึกษาพิเศษต่างๆ ได้
ประเทศฟิจิประกาศใช้รัฐธรรมนูญในปี 2540 โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการแก้ไขมาตราและบทบัญญัติที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของคนพิการ โดยเน้นที่การพัฒนาแก่คนพิการ โดยเฉพาะในประเด็นการถูกแบ่งแยก ประเด็นข้อกฎหมายที่สำคัญที่สุดในฟิจิตอนนี้ คือ การพิจารณาประมวลกฎหมายการก่อสร้างอาคารแห่งชาติ โดยคณะกรรมการที่ปรึกษา FNCDP ได้เตรียมการเสนอข้อพิจารณาต่อกระทรวงการพัฒนาเมืองและเคหะสถาน โดยตั้งประเด็นที่พื้นฐานของความต้องการของคนพิการเป็นสำคัญ
ระเบียบกฎหมายว่าด้วยความพิการในฟิจิมีดังต่อไปนี้
• พระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาทางจิตเวช ปี 2521 หมวดที่ 113 ปีที่ตรา: 2533 (ทบทวน)
พระราชบัญญัติครอบคลุมข้อกฎหมายดังนี้
• พระราชบัญญัติสภาแห่งชาติฟิจิว่าด้วยคนพิการ (FNCDP) ฉบับที่ 21 ปีที่ตรา: 2537
• รัฐธรรมนูญแห่งประเทศฟิจิ หมวดที่ 4 ว่าด้วยสิทธิ ข้อ 38 ปีที่ตรา: 2540
ความเท่าเทียมและการแบ่งแยกต่อความพิการในอนุมาตรา 2 ว่าด้วยนโยบายด้านโอกาสและความเท่าเทียมในการจ้างงาน (EEO)
บุคคลย่อมไม่ถูกแบ่งแยกอย่างไม่เป็นธรรมทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมบนพื้นฐานของบุคลิกลักษณะ และสภาพแวดล้อมส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ สีผิว บ้านเกิด เพศ ความนิยมทางเพศ การเกิด ภาษาของเชื้อชาติ สถานภาพทางเศรษฐกิจ อายุ หรือความพิการ
อนุมาตรา 4
กำหนดว่า บุคคลย่อมไม่ถูกแบ่งแยกในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า โรงแรม ที่พักอาศัย สถานบันเทิงสาธารณะ สถานที่ขนส่งสาธารณะและสถานที่สาธารณะอื่นๆ
อนุมาตรา 5
บัญญัติว่า เจ้าของกรรมสิทธ์ในสถานที่และบริการภายใต้อนุมาตรา 4 ย่อมอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการตามกฎหมาย
• รัฐธรรมนูญแห่งประเทศฟิจิ บทที่ 5 ว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม หมวดที่ 44 ปีที่ตรา: 2540
ความยุติธรรมทางสังคมและการปฏิบัติภายใต้อนุมาตรา1 ดังนี้ รัฐสภาต้องวางกรอบการดำเนินการเพื่อให้กลุ่มบุคคลทุกกลุ่มทุกประเภทให้ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมด้านต่างๆดังนี้
คนพิการไม่ได้รับสวัสดิการใดเป็นพิเศษจากกรมสวัสดิการสังคม ทั้งนี้ประเทศฟิจิให้การดูแลในด้านการช่วยเหลือครอบครัวและการบรรเทาความยากจนเป็นหลัก
สำหรับโรงพยาบาลในกำกับของรัฐ ผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลต้องรับรองว่ามีจำนวนเงินเพียงพอสำหรับการดูแลรักษาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามคนจนและผู้ป่วยที่ได้รับความทรมานจากการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุรุนแรงหรือโรคร้ายที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตจะได้รับการยกเว้นค่ารักษา แต่ไม่ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามความพิการของคนพิการ การให้ที่พักและการบริการสำหรับผู้ป่วยนอกก็มีอัตราค่าบริการ แม้ว่าจะมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ป่วยบางประเภทก็ตาม ซึ่งหมายรวมถึงผู้ป่วยทางจิตเวชด้วย มีโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งคือ โรงพยาบาล St. Giles ที่ให้การดูแลทางการแพทย์สำหรับความพิการทุกประเภท
นโยบายและโปรแกรมการบริการทางการแพทย์สำหรับคนพิการมีดังนี้
•นโยบายการฟื้นฟูทางด้านการแพทย์โดยกระทรวงสาธารณสุข ปีที่ดำเนินการ: 2513
โรงพยาบาลเพื่อการฟื้นฟูทางการแพทย์แห่งชาติมีหน้าที่ดังนี้
• พระราชบัญญัติสุขภาพจิต (กระทรวงสาธารณสุข) ปีที่เริ่มบังคับใช้: 2513
โรงพยาบาลด้านจิตเวช St. Giles มีหน้าที่ดังนี้
ปัจจุบันนี้รัฐบาลฟิจิไม่มีนโยบายด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟู ดังนั้น FNCDP จึงพยายามที่จะผลักดันให้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขให้ความสำคัญกับนโยบายด้านนี้ นอกจากนี้ประเทศฟิจิก็ไม่มีมาตรฐานด้านการควบคุมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟู
จนถึงปัจจุบัน อุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการได้มาจาก:
คนพิการได้อุปกรณ์ช่วยเหลือมาจากการซื้อด้วยทุนส่วนตัว การสนับสนุน และการยืมอุปกรณ์จากโรงพยาบาลของรัฐมาใช้ชั่วคราว
ปัจจุบันฟิจิสามารถผลิตเฝือกดามได้เพียง 2 ชิ้นและอวัยวะเทียม 5 ชิ้นในแต่ละเดือนเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านอวัยวะเทียมและออโธปีดิกส์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ปฏิบัติงานที่ Prosthetics and Orthopedics Laboratory ในเมือง Tamavua
ร้อยละ 90 ของอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ เช่น รถเข็น อุปกรณ์ช่วยเดิน ไม้เท้าและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยในการดำรงชีวิตประจำวัน ได้นำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนมากนำเข้าจาก ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ โดยร้อยละ 60 ของอุปกรณ์มาจากการบริจาค
อุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการเหล่านี้จัดจำหน่ายโดยกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรพัฒนาเอกชน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีเงินที่จะซื้ออุปกรณ์เหล่านั้นมาใช้ได้ สมาคมเด็กพิการซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนองค์กรหนึ่งเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ นอกจากนี้สภากาชาดแห่งฟิจิก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้บริการในด้านนี้โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองสลาก
CBR เข้ามาในฟิจินานกว่า 10ปีแล้ว ช่วงแรกโครงการ CBR มีเป้าหมายที่จะค้นหาและฟื้นฟูสมรรถภาพของเด็กพิการที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าไปรับบริการในสถานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการได้ หลังจากนั้นโครงการ CBR ก็เริ่มขยายมาครอบคลุมคนพิการที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย
แผนแห่งชาติสำหรับโครงการ CBR ตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขภาพภายใต้โครงการผู้ช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูโดยชุมชน (CRAs) ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมซึ่งมีฐานข้อมูลที่เพียบพร้อมและมีบุคลากรที่มีประสบการณ์ CRAs 13 คนรวมกลุ่มเพื่อดำเนินงานในโครงการ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจัดการอบรมเทคนิคกายภาพบำบัดพื้นฐาน และการอบรมด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การบำบัดการพูด และการบำบัดอาชีพ CRAs ทำงานกับพยาบาลสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ชุดสาธารณสุขเพื่อให้การรักษาแก่คนพิการ นอกจากนี้ CRAs ยังได้ให้บริการแก่ครอบครัว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหมู่บ้าน และสมาชิกชุมชน โดยบริการดังกล่าว ประกอบด้วย การประเมินความต้องการ การพัฒนาโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพ การให้ความรู้เพื่อป้องกันความพิการ การอบรมเกี่ยวกับความพิการ และให้เครื่องมืออำนวยความสะดวกการสื่อสารพื้นฐาน
นโยบายที่เกี่ยวข้องกับ CBR มีดังนี้
• โครงการ CBR เริ่มดำเนินการในปี 2537โดยมีรายละเอียดดังนี้
เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นโดยสมาคมคนพิการแห่งฟิจิซึ่งริเริ่มโดยองค์กรเอกชน โดยมีภารกิจที่จะพัฒนาชุมชน การดูแลคนพิการ การดำเนินการและการเก็บรวบรวมข้อมูลรวมถึงการพัฒนาอาชีพ
• นโยบายการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานโดยกระทรวงสาธารณสุข เริ่มดำเนินการในปี 2533 มีรายละเอียดดังนี้
การช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูชุมชนโดยประสานงานร่วมกับสมาชิกชุมชน กลุ่มปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขซึ่งรวมถึงการทำกายภาพบำบัด นอกจากนี้ยังมีองค์กรจากภาครัฐและเอกชนช่วยเหลือด้านการจัดการ และพัฒนา CBR ควบคู่ไปกับนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานการจัดการและการฟื้นฟูกับความพิการ
• ผู้ช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูชุมชนโดยสมาคมฟิจิเพื่อคนตาบอดซึ่งริเริ่มโดยองค์กรเอกชน และเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2523 และมีรายละเอียดดังนี้
ช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาบุคคลที่มีปัญหาด้านการมองเห็น
______
ความตระหนักรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับคนพิการมีเพิ่มมากขึ้นผ่านการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง องค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการหลายองค์กรมีบทบาทสำคัญมากในประเด็นนี้ ทั้งนี้สมาคมคนพิการแห่งชาติได้ดำเนินการและให้การสนับสนุนโครงการโดยผ่านทางการสนับสนุนจากสื่อมวลชนหลายแขนงของประเทศฟิจิ เช่น สื่อด้านวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์
สภาแห่งชาติฟิจิว่าด้วยคนพิการได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนคนพิการให้มีส่วนร่วมในงานฉลองของประเทศตั้งแต่ปี 2538 มากมาย ตัวอย่างเช่นการมีส่วนรวมของคนพิการในการฉลองวันชาติ ในปี 2539 ซึ่งได้รับผลสำเร็จอย่างมากจากการดำเนินการโดยคณะกรรมการว่าด้วยความพิการระดับอำเภอ ของ FNCDP นอกจากนี้คนพิการเองก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นกันโดยการประสานงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนโดยเน้นให้สังคมตระหนักถึงความต้องการของคนพิการในด้านต่างๆ มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านการกีฬา การมีกองทุนมูลนิธิเพื่อคนพิการเป็นต้น
กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม และ FNCDP ได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อรับผิดชอบด้านการกีฬาของคนพิการให้สอดคล้องกับทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก ปี 2536-2545 นักกีฬาพิการชาวฟิจิมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ทั้งที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการแข่งขันและสันทนาการ กระทรวงเยาวชนและกีฬารับผิดชอบการวางนโยบายด้านการกีฬาเพื่อคนพิการ รวมถึงการอำนวยความสะดวกสบายแก่คนพิการ การจัดหาอุปกรณ์กีฬา และจัดหาเงินทุนสนับสนุน
สาเหตุหลักของความพิการในฟิจิเกิดจากความพิการแต่กำเนิด ความพิการจากอุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย และความผิดปกติด้านพันธุศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนที่จะทำหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือและป้องกันการเกิดความพิการ โดยความร่วมมือจากสภากาชาด และกรมการขนส่งทางบก (LTA) ซึ่งดูแลในส่วนการป้องกันความพิการอันเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์โดยการตรากฎหมายว่าด้วยการบังคับให้ใช้เข็มขัดนิรภัย
สาเหตุของความพิการในฟิจิมักจะไม่สามารถระบุได้ในขั้นต้น เนื่องจากการขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรค และการขาดความรู้เกี่ยวกับการป้องกันความพิการของพ่อแม่
หลังจากการปฏิบัติงานของคณะกรรมการอาหารและโภชนาการแห่งชาติ (NFNC) ภาวะทุพโภชนาการก็มีอัตราลดลง ปัจจุบันนี้ OHS เข้ามาดูแลด้านการป้องกันความพิการจากอุบัติเหตุในสถานที่ทำงาน โดยการออกกฎหมายควบคุมต่างๆเช่น กฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณ์การดำน้ำในทะเลลึก
กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนกลยุทธ์และวางภารกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือในการป้องกันความพิการ โดยสภากาชาดและกรมขนส่งทางบกได้พยายามที่จะป้องกันความพิการที่เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์โดยการออกกฎหมายมาบังคับใช้ และคณะกรรมการอาหารและโภชนาการแห่งชาติดูแลด้านภาวะทุพโภชนาการซึ่งมีอัตราที่ลดลง นอกจากนี้ OHS ก็ได้เข้ามารับผิดชอบการป้องกันอุบัติเหตุในสถานที่ทำงาน
ระเบียบกฎหมายว่าด้วยการป้องกันความพิการในฟิจิมีดังนี้
• พระราชบัญญัติด้านสุขภาพจิตภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข และบังคับใช้ในปี 2542 มีรายละเอียดดังนี้
โรงพยาบาลเพื่อการฟื้นฟูทางการแพทย์แห่งชาติดำเนินการดังต่อไปนี้
• พระราชบัญญัติว่าด้วยเข็มขัดนิรภัยโดยกรมการขนส่งทางบก (LTA) บังคับใช้ปี 2542
คาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
• พระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมความปลอดภัย โดยกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้ปี 2540
• กลวิธีการให้บริการทางการแพทย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้ปี 2533
ให้การดูแลด้านสาธารณสุขมูลฐานโดยผู้ป่วยสามารถเข้ามาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและได้รับงดเว้นค่าธรรมเนียม โดยพิจารณาจากสถานะทางการเงินและสภาพความพิการ
• รัฐธรรมนูญแห่งฟิจิ บังคับใช้ปี 2520
รัฐธรรมนูญ หมวดที่ 4 ว่าด้วยสิทธิ มาตรา 38 อนุมาตรา 2, 4, 5 และ หมวดที่ 5 ว่าด้วยความยุติธรรมในสังคม มาตรา 44 อนุมาตรา 1
• พระราชบัญญัติว่าด้วยการสาธารณสุข โดยกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้ปี 2513
ดูแลการสาธารณสุขขั้นมูลฐาน
ดูแลด้านการสาธารณสุขในชุมชนชนบท
• พระราชบัญญัติว่าด้วยสุขภาพมารดา โดยกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้ปี 2513
ระบุสาเหตุของปัญหาในการพัฒนาสุขภาพเด็กแต่เนิ่นๆ
• นโยบายว่าด้วยการบังคับใช้การฉีดวัคซีน โดยกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้ปี 2513
การฉีดวัคซีน BCG, DPT3, OPV3 , โรคหัด, บาดทะยัก 11, โรคตับอักเสบ B111
• พระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัยด้านสุขภาพในการประกอบอาชีพ โดยกระทรวงแรงงาน บังคับใช้ปี 2513
กำหนดกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของแรงงาน ลูกจ้าง และผู้อยู่อาศัยในอาคาร รวมถึงสาธารณูปโภคต่างๆ
Organizations of PWDs have continuously organized their own affairs. The FNCDP Act has protected their autonomy. Efforts to be united of PWDs in Fiji have not been quite so successful.
_______
แม้จะมีความพยายามของผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูชุมชน (CRAs) ในประเทศ แต่การระบุความพิการของเด็กเพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาตั้งแต่แรกเริ่มยังไม่มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
• ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) โดยกระทรวงสาธารณสุข เริ่มใช้เมื่อปี 2533
เป็นยุทธศาสตร์เพื่อระบุลักษณะความพิการและการเข้าช่วยเหลือคนพิการในชนบท ซึ่งเป็นที่ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสถานฟื้นฟูสมรรถภาพและบริการต่างๆ ทั้งนี้ผู้ช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูชุมชนจะประจำการอยู่ที่ศูนย์สุขภาพในท้องถิ่นโดยทำงานร่วมกับพยาบาลสาธารณสุข และกลุ่มทำงานด้านสาธารณสุขเพื่อดูแลคนพิการ
• ยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรก (กระทรวงศึกษาธิการ) เริ่มใช้เมื่อปี 2513
สำรวจว่าเด็กมีลักษณะการเรียนรู้อย่างไร สำหรับเด็กที่เรียนรู้ช้าจะถูกส่งตัวไปที่โรงเรียนศึกษาพิเศษหรือได้รับการดูแลจากครูประจำชั้น การให้ความช่วยเหลือทางการศึกษา และการช่วยเหลือทางการแพทย์กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 8 ขวบ วางโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการขั้นพื้นฐาน
• นโยบายการดูแลสุขภาพครอบครัว โดยกระทรวงสาธารณสุข ปีที่เริ่มใช้ไม่ระบุชัดเจน
เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองให้สามารถระบุถึงลักษณะความพิการของลูกๆได้
มีโรงเรียนการศึกษาพิเศษหลายแห่งซึ่งดำเนินงานภายใต้สำนักงานการประถมศึกษาในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ และให้การศึกษาพิเศษแก่คนพิการ โดยภาครัฐให้การสนับสนุนทางการเงิน อาคารเรียน ตำราเรียน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่มูลนิธิของรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแนวนโยบายแห่งชาติ กฎระเบียบ หรือการเตรียมการพิเศษที่ทางรัฐบาลจัดให้สำหรับการศึกษาของคนพิการ
หน่วยงานด้านการศึกษาพิเศษดูแลในส่วนของการพัฒนาและจัดรูปแบบการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กที่มีความพิการ โดยเน้นที่ประเด็นต่างๆดังนี้
จากรายงานประจำปีของกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2542 พบว่ามีเด็กผู้มีความพิการทั้งสิ้น 972 ราย ที่เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนศึกษาพิเศษ 16 แห่งในฟิจิ โดยสถานศึกษาแต่ละแห่งได้รับงบประมาณสนับสนุน 250,000 ดอลลาร์ เพื่อนำมาบริหารจัดการด้านการเงินต่างๆ
โรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเป็นผลให้เด็กๆ จากชนบทไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ได้
FNCDP ได้พยายามผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความต้องการของคนพิการโดยเฉพาะในส่วนของการศึกษา ดังนี้
เด็กพิการที่เข้าเรียนในสถาบันระดับประถมศึกษาทั้ง 16 แห่งในประเทศ มักจะขาดโอกาสทางการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา เพราะกระทรวงศึกษาธิการไม่มีการเตรียมการเพื่อสนับสนุนทางการศึกษา เช่น อักษรเบรลล์สำหรับคนพิการทางสายตา หรือสื่อการสอนประเภทต่างๆหรือแม้แต่บุคลากรก็ไม่พร้อม
นโยบายการศึกษาพิเศษ มีดังนี้:
• ยุทธศาสตร์การศึกษาพิเศษ เริ่มใช้ปี 2503
ก่อตั้งโรงเรียนศึกษาพิเศษสำหรับเด็กพิการ 17 แห่ง
• การสนับสนุนด้านบุคลากร ครูผู้สอน การฝึกอบรมครู การสนับสนุนทางการเงิน ทั้งนี้ปีที่เริ่มใช้ไม่ระบุแน่ชัด
โรงเรียนทุกแห่งได้รับการจัดการโดยองค์กรของสังคม และโรงเรียนศึกษาพิเศษอยู่ในกำกับของรัฐบาล
โอกาสสำหรับคนพิการในฟิจิที่จะทำงานยังอยู่ในวงจำกัดมาก นอกจากนี้การเตรียมการอย่างเป็นระบบด้านการจ้างงานก็ไม่ครอบคลุมลูกจ้างคนพิการ ปัจจุบันนี้มี 2 องค์กรที่ให้การสนับสนุนด้านการจ้างงานคนพิการ ได้แก่ กรมการสวัสดิการสังคม และ องค์กรดูแลการจ้างงานที่เท่าเทียม (Public Service Commission)
บริการด้านการฝึกอาชีพสำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าเรียนในระบบปกติได้เริ่มก่อตั้งในกลางปี 2513 เพื่อเตรียมการให้นักเรียนมีทักษะพิเศษด้านการประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่ง ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานหรือประกอบอาชีพอิสระ
สภาเพื่อการฟื้นฟูในฟิจิเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2522 เพื่อเป็นองค์กรที่รับผิดชอบด้านอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ยกเว้น เมือง Suva และเมืองใกล้ๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการบริการของสภา
FNCDP ดูแลด้านการฝึกอบรมและการจ้างงานโดยได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งประกอบ ด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันได้แก่ กระทรวงแรงงาน สถาบันเทคโนโลยีฟิจิ และสภาการฝึกอบรมแห่งชาติฟิจิ
อย่างไรก็การดำเนินงานก้าวหน้าไปช้ามากเนื่องจากว่ามีข้อจำกัดด้านบุคลากรและหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ
ด้วยเหตุนี้คนพิการจึงไม่มีโอกาสได้จัดการศึกษาและทักษะขั้นพื้นฐานเพื่อให้เกิดการจ้างงานและการประกอบธุรกิจส่วนตัว อย่างไรก็ตามในโรงเรียนศึกษาพิเศษก็มีการฝึกอาชีพเบื้องต้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการให้ผลิตงานศิลปะและงานฝีมือ ของเล่นเด็ก และเครื่องเรือน และปัจจุบันนี้การฝึกอบรมเช่นนี้ก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
แนวนโยบายที่เกี่ยวกับการฝึกอาชีพและการส่งเสริมการจ้างงานในฟิจิ มีดังนี้
• การฟื้นฟูด้านอาชีพ เริ่มใช้ปี 2513
• ยุทธศาสตร์การช่วยเหลือและการฝึกอบรมด้านอาชีพ โดยกระทรวงศึกษาธิการ เริ่มใช้ปี 2513
การเข้าถึงบริการในที่นี้ครอบคลุม ถึง การศึกษา สวัสดิการสังคมด้านสุขภาพ กฎหมาย การคมนาคมสื่อสาร และการจ้างงาน เป็นต้น โดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมได้สั่งการให้คณะกรรมการที่ปรึกษาร่วมกันอภิปรายถึงประเด็นเหล่านี้ในเดือนพฤศจิกายน ปี2538 โดยอ้างถึงการนำเสนอร่างบทสรุปความต้องการของคนพิการเพื่อบรรจุในประมวลกฎหมายการก่อสร้างอาคารแห่งชาติ
คนพิการต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อสภาพร่างกายโดยเฉพาะในส่วนของขอบถนน ทางเดินเท้า ทางข้าม บันได สาธารณประโยชน์ และการขนส่งสาธารณะต่างๆ หลังจาการเรียกร้องของ FNCDP ประเด็นความต้องการของคนพิการได้รับการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาของเทศบาล เมือง Suva ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศและเป็นเมืองที่ริเริ่มการติดตั้งป้ายบอกทาง ลานจอดรถ และห้องน้ำห้องสุขาที่เหมาะกับคนพิการ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายๆ เมืองที่ให้ความร่วมมือในการสร้างสภาพแวดล้อมของเมืองที่เอื้อความสะดวกให้กับคนพิการ ดังนั้นการตระหนักถึงความต้องการของคนพิการได้ขยายวงกว้างออกไปสู่หลายหน่วยงานหลายองค์กรรวมทั้งสถาบันเทคโนโลยีแห่งฟิจิ และมหาวิทยาลัย South Pacific
การขนส่งมวลชน เช่น รถโดยสาร รถแท็กซี่ ก็เป็นประเด็นที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณาเช่นกัน โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาให้ความสำคัญในส่วนของการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา รวมถึงการฝึกอาชีพ การจ้างงาน และการมีส่วนร่วมในสังคมด้วย
พระราชบัญญัติผังเมือง (ข้อ 19) กล่าวถึงการเตรียมการด้านสาธารณูปโภคเพื่อเอื้อความสะดวกต่อคนพิการ ส่งผลให้เทศบาลริเริ่มการดำเนินการจัดทำทางลาดบริเวณทางข้าม อย่างไรก็ตามการดำเนินการก็ประสบกับอุปสรรคในการก่อสร้างสาธารณูปโภคแก่คนพิการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องงบประมาณ
นโยบายที่เกี่ยวกับการบริการสังคม มีดังนี้
•นโยบายการบริการสังคม และยุทธศาสตร์บรรเทาความยากจน โดยกระทรวงสวัสดิการสังคม ซึ่งนำมาใช้ในปี 2523
โครงการให้งบอุดหนุนและความความช่วยเหลือแด่องค์กรและบุคคล
_______
_______