skip navigation

3. สถานการณ์คนพิการในปัจจุบัน

3.1 คำนิยามและการจำแนกประเภท

พระราชบัญญัติคนพิการ (โอกาสที่เท่าเทียม การคุ้มครองสิทธิ และการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่) ให้คำจำกัดความ “ความพิการ” และแบ่งเป็น 7 ประเภทดังนี้

1. ตาบอด

หมายถึง บุคคลที่มีสภาพใดๆ ต่อไปนี้:

  • สูญเสียการมองเห็นทั้งหมด
  • การมองเห็นไม่เกิน 6/60 หรือ 20/200 สำหรับตาข้างที่ดีกว่าเมื่อใช้แว่นสายตา
  • มีพื้นที่รับภาพไม่เกิน 20 องศา

2. สายตาเลือนลาง

  • การสูญเสียการมองเห็นทั้งหมดแม้แต่หลงจากการรักษาหรือการแก้ไขมาตรฐาน คนที่มีสายตาเลือนลางหรือมองไม่เห็นเลยใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือที่เหมาะสมหรือสามารถใช้สายตาได้บ้าง

3. การรักษาโรคเรื้อน

หมายถึง ผู้ที่ได้รับการรักษาโรคเรื้อน แต่ต้อง:

  • การสูญเสียความรู้สึกของแขนหรือขา รวมทั้งการสูญเสียความรู้สึกภาวะอัมพฤกษ์ของตาและเปลือกตา แต่ไม่มีการผิดรูปร่าง
  • การผิดรูปร่างและภาวะอัมพฤกษ์ของแขนและขา แต่มีความสามารถในการเคลื่อนไหวได้พอสมควรทำให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้
  • การที่อวัยวะผิดรูปร่างอย่างรุนแรงและความสูงวัยทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และเกิดจากการรักษาโรคเรื้อน/li>

4. ความบกพร่องทางการได้ยิน

  • การสูญเสียศักยภาพในการได้ยินของหูข้างที่ดีกว่าในการสนทนาที่มีความถี่ของเสียง 60 เดซิเบลหรือมากกว่า

5. ความพิการทางการเคลื่อนไหว

  • หมายถึง ความพิการของกระดูก ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อ ซึ่งนำไปสู่การจำกัดการเคลื่อนไหวของแขนขา หรือ โรคสมองพิการ (cerebral palsy) รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

6. ความพิการทางสติปัญญา

  • สภาพหยุดชะงัก หรือการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ของระบบประสาทของบุคคล ทำให้ระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ

7. การเจ็บป่วยทางจิตใจ

  • หมายถึง ความผิดปกติทางจิตใจใดๆ นอกเหนือจากความพิการทางสติปัญญา

3.2 นโยบายรัฐบาลและแผนการดำเนินงานแห่งชาติเกี่ยวกับคนพิการ

การริเริ่มสำคัญๆ เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงการผ่านพระราชบัญญัติคนพิการ (โอกาสที่เท่าเทียม การคุ้มครองสิทธิและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่) พ.ศ. 2538 รวมทั้งการเปลี่ยนวิธีการจากการให้สวัสดิการและการกุศลไปสู่ทัศนคติที่อยู่บนพื้นฐานของสทิธิมนุษยชนมากขึ้น

การกระจายบริการให้กับคนพิการถือเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งของการพัฒนาในช่วงทศวรรษนี้ กระทรวงสร้างเสริมศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม (MSJE) พยายามปรับปรุงการตอบสนองความต้องการของคนพิการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยใช้วิธีการเข้าค่ายที่ทำให้สามารถเข้าถึงคนพิการมากขึ้น เมื่ออยู่ที่ค่าย คนพิการจะเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมตัวต่างๆ เช่น กระบวนการประเมินผลโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วซึ่งจะให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม (รวมทั้งการแพทย์และการผ่าตัด) การให้คำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องช่วยและความเหมาะสมของอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษาว่ามีโปรแกรมการศึกษาหรือฝึกอาชีพพิเศษอะไรที่ไหนบ้าง

กระทรวงฯ ยังได้วางแผนแห่งชาติว่าด้วยเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการ ซึ่งได้อบรมบุคคลจากระดับรากหญ้า ในเรื่องการป้องกันความพิการ การจำแนกความพิการ การให้คำแนะนำในการส่งตัวเข้ารับการฟื้นฟูซึ่งมีตั้งแต่การฟื้นฟูเล็กๆ น้อยๆ ในศูนย์อนามัยระดับมูลฐานไปจนถึงสถาบันระดับรัฐที่สามารถให้บริการที่ซับซ้อนได้

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิคนพิการ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานกลาง (Central Coordination Committee – CCC) โดยมีรัฐมนตรีของรัฐบาลเป็นประธาน คณะกรรมการนี้ทำหน้าที่ทบทวนและประสานกิจกรรมของกรมทั้งหมดในรัฐบาล รวมทั้งองค์กรภาครัฐ และองค์กรเอกชน (NGO) ซึ่งจะร่วมกันทำงานในเรื่องคนพิการ และให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลกลาง ในเรื่อง รูปแบบนโยบาย แผน การออกกฎหมาย และ โครงการที่เกี่ยวข้องกับความพิการ และยังคอยติดตาม และประเมินผลกระทบของนโยบายและแผนที่จัดทำขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสมอภาค และ การมีสวมร่วมอย่างเต็มที่ของคนพิการ

กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม (MSJE) ต้องอธิบายและชี้แจงให้สภาทราบถึงการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคนพิการ พระราชบัญญัติสภาการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอินเดีย (Rehabilitation Council of India Act) และพระราชบัญญัติทรัสต์แห่งชาติ (National Trust Act) ทั้ง 28 รัฐได้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิคนพิการมาใช้ และรัฐบาลแห่งรัฐก็มีหน้าที่ต้องอธิบายและชี้แจงต่อสภานิติบัญญัติของรัฐเพื่อให้ทราบความเป็นไป

รูป13

คณะกรรมการประสานงานระดับชาติและระดับรัฐ

National and State Coordination Committes
Description

(1) รวมทั้ง 28 รัฐของสาธารณรัฐอินเดีย
ที่มา:กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม, รายงานประเทศ – อินเดีย

3.3 ระบบรัฐบาล

มีสถาบันแห่งชาติอยู่ 6 สถาบัน ที่ทำงานด้านสวัสดิการ และ การฟื้นฟูสมรรถภาพ สำหรับคนพิการ สถาบันเหล่านี้ จะทำงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอัมพาต ความพิการด้านสายตา การได้ยิน และ สติปัญญา สถาบันจะจัดให้มีบริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ การดำเนินงานด้านโครงการการอบรมด้านวิชาชีพ และ โครงการการสร้างความสำนึกของชุมชน ตลอดจนบริการอื่นๆ ชุมชนได้รู้ถึงถึงการป้องกันความพิการ การวินิจฉัยเบื้องต้น การให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม และการฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่คนพิการ นอกจากนี้สถาบันเหล่านี้ยังได้ดำเนินการด้านกิจกรรมงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สถาบันแห่งชาติทั้ง 6 สถาบันนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนทั้งหมดจากกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม

มีโครงการ แผนการเงิน และหน่วยงานต่างๆ ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนพิการในประเทศ เช่น

  • แผนการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการแห่งชาติ – เจ้าหน้าที่ CBR และงานฟื้นฟูในด้านต่างๆ
  • บรรษัทเพื่อการพัฒนาและการเงินคนพิการแห่งชาติ (National Handicapped Finance and Development Corporation: NHFDC)
  • ทรัสต์แห่งชาติเพื่อสวัสดิการผู้ป่วยออทิสติก ผู้ป่วยโรคสมองพิการ คนพิการทางสติปัญญา และคนพิการซ้ำซ้อน (National Trust for the Welfare of Persons with Autism, Cerebral Palsy, Mental Retardation and Multiple Disabilities)

กระทรวง กรม และองค์กรของรัฐบาล ที่รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนประเด็นด้านสังคมแก่คนพิการ มีดังนี้:

กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม (MJJE)

กระทรวงฯ ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านสวัสดิการของคนพิการ จุดประสงค์เบื้องต้นของนโยบาย แผน กฎหมายต่างๆ และ สถาบันระบบสวัสดิการอินเดีย ก็คือ การนำคนพิการเข้าไปสู่งานพัฒนาหลัก โดยที่จะช่วยให้คนพิการสามารถพึ่งพาตัวเองได้ และได้วางแผนฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการ ตามระเบียบวาระ และการสนับสนุนเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับคนพิการ จาก สถาบันแห่งชาติทั้ง 6 สถาบัน และกรมต่างๆ และกระทรวงฯ ยังได้ดูแลการทำงานของศูนย์ในภูมิภาคสำหรับคนพิการทั้ง 4 ศูนย์ (Composite Regional Centers for Persons with Disabilities) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับผู้ป่วยด้านกระดูกสันหลัง (Regional Rehabilitation Centers for Persons with Spinal Injuries) และ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการเขต อีกประมาณ 100 ศูนย์ และศูนย์ผู้ป่วยด้านกระดูกสันหลังประเทศอินเดีย (Indian Spinal Injury Center) แผนภูมิการจัดการองค์กรของกระทรวงมีดังต่อไปนี้

รูป14

ผังโครงสร้างของกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม

Image:The Misistry of Social Justice and Empowerment (MSJE)
Description

ที่มา:: กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม Ministry of Social Justice & Empowerment , รายงานประเทศ – อินเดีย

APEX Corporations

1. บรรษัทเพื่อการพัฒนาและการเงินคนพิการแห่งชาติ (NHFDC)

NHFDC ก่อตั้งขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2538 มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจแก่คนพิการ โดยการให้เงินทุนเพื่อให้คนพิการสามารถประกอบอาชีพอิสระ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้รับประโยชน์ ในด้านการเพิ่มพูนทักษะทางเทคนิค และ การดำเนินงานวิสาหกิจ เพื่อการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ในกิจการของคนพิการที่สามารถสร้างงานเองได้

2. บริษัทผู้ผลิตแขนขาเทียมของประเทศอินเดีย จำกัด (ALIMCO)

ALIMCO เป็นบริษัทผู้ผลิตแขนขาเทียม ส่วนประกอบ และ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ สำหรับคนพิการในประเทศอินเดียที่ใหญ่ที่สุด ในช่วง พ.ศ. 2544 – 2545 ได้ผลิตอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ กว่า 900,000 ชิ้น และ ALIMCO ยังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการเรื่องของอภินันทนาการ ภายใต้ข้อตกลงร่วมระหว่างรัฐบาล กับประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และ เยอรมนี

การควบคุมดูแลด้านการบริหาร โดยกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม

1. กรรมาธิการใหญ่เพื่อคนพิการ

ภาระหน้าที่ของกรรมาธิการใหญ่ ประกอบด้วยการประสานงานกับกรรมาธิการเพื่อคนพิการแห่งรัฐ และการคุ้มครองสิทธิ และ อุปกรณ์เครื่องมือ ที่คนพิการพึงมี และการดูแลเรื่องคำร้อง ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธในเรื่องสิทธิของคนพิการ และ สำนักงานกรรมาธิการใหญ่ยังได้จัด การประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่มีประเด็นต่างๆ เกี่ยวข้องกับความพิการ ในขณะที่ ได้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการเพื่อคนพิการขึ้นในทุกรัฐของอินเดีย

2. ทรัสต์แห่งชาติเพื่อสวัสดิการผู้ป่วยออทิสติก ผู้ป่วยโรคสมองพิการ คนพิการทางสติปัญญา และคนพิการซ้ำซ้อน

ทรัสต์แห่งชาติตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในพระราชบัญญัติทรัสต์แห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพแก่คนพิการให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอิสระและบริบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ภายในหรือใกล้กับชุนชนของพวกเขาเอง ทรัสต์ยังได้เพิ่มการสนับสนุนองค์กรที่ได้จดทะเบียนไว้ เพื่อจัดหาบริการที่จำเป็นในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤตในครอบครัว และยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับท้องถิ่นให้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชบัญญัติทรัสต์แห่งชาติ ซึ่งจะมีบทบาทในการประสานงาน การริเริ่ม และการคุ้มครองสิทธิ และสนับสนุนผลประโยชน์ให้กับผู้ป่วยออทิสติก ผู้ป่วยโรคสมองพิการ คนพิการทางสติปัญญา และคนพิการซ้ำซ้อน และยังได้จัดให้มีกรรมการระดับท้องถิ่นจำนวน 369 คน ใน 26 รัฐ และ 4 และสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง

3. ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเขต (District Rehabilitation Centers: DRC)

ทั่วทั้งประเทศอินเดีย มีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพระดับเขตอยู่ทั้งสิ้น 11 แห่ง จุดประสงค์สำคัญ ก็คือเพื่อจัดหาบริการฟื้นฟูสมรรถภาพที่ครอบคลุมให้แก่คนพิการในชนบท และในขณะเดียวกันยังได้จัดให้มีบริการ สำหรับการป้องกัน การสังเกตเบื้องต้น การให้ความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ การแก้ไขด้วยศัลยกรรม อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้เทียม การบริการทางอายุรเวช เช่น กายภาพบำบัด การบำบัดอาชีพและการบำบัดการพูด การจัดฝึกอบรมเพื่อให้ได้มาซึ่งทักษะในการฝึกอาชีพ และ การจัดหางาน ในอุตสาหกรรมท้องถิ่น

สภาการฟื้นฟูสมรรถภาพ

รัฐบาลได้ตั้งสภาการฟื้นฟูสมรรถภาพขึ้นในปี 2536 โดยภายใต้การควบคุมบริหารงานของกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม สภาการฟื้นฟูสมรรถภาพมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • วางนโยบาย และ แผนการอบรม ในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่คนพิการ
  • กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านการศึกษา และ การอบรมด้านอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ
  • วางมาตรฐานสถาบันการฝึกอบรมให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งประเทศ
  • ให้การยอมรับสถาบัน/ มหาวิทยาลัย ที่จัดหลักสูตร ระดับปริญญา/ อนุปริญญา/ ประกาศนียบัตร ในสาขาการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการ
  • ให้การยอมรับปริญญา/ อนุปริญญา/ ประกาศนียบัตร ที่ได้จากมหาวิทยาลัย/ สถาบันในต่างประเทศเป็นสำคัญ
  • คงไว้ซึ่งการลงทะเบียนฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นสำคัญ ของบุคคลที่มีคุณสมบัติที่สมควรจะได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • สนับสนุนให้การศึกษาด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่ทำงานในด้านความพิการ

สถาบันแห่งชาติ ควบคุมดูแลโดยกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม

1. สถาบันเพื่อคนพิการทางออโธปีดิกส์แห่งชาติ (National Institute for Orthopaedically Handicapped: NIOH)

สถาบันนี้ได้จัดโปรแกรมระดับปริญญาในด้านการบำบัดอาชีพ กายภาพบำบัด กายอุปกรณ์เสริมและกายอุปกรณ์เทียม นอกจากนี้สถาบันยังมีหลักสูตรระดับปริญญาสาขาการจัดการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ (Disability Rehabilitation Management) และผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการการทดสอบแห่งชาติ (Diplomate in National Board of Examination) และหลักสูตรประกาศนียบัตรสำหรับเจ้าหน้าที่ฟื้นฟูสมรรถภาพรอบด้าน (Multipurpose Rehabilitation Workers) และ หลักสูตรประกาศนียบัตร 4 ปี สาขา การผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์ (Tool and Die Making) นอกจากนี้ทางสถาบันยังจัดให้มีบริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพที่ครอบคลุมสำหรับผู้ป่วยอัมพาต ซึ่งได้แก่ การประเมินความพิการ กายภาพบำบัด การบำบัดอาชีพ การผ่าตัดแก้ไข การผ่าตัดฟื้นฟู กายอุปกรณ์เสริมและกายอุปกรณ์เทียม การให้บริการแก่ผู้ป่วยใน การฟื้นฟูด้านอาชีพ เศรษฐกิจและสังคม การจัดหางาน และบริการวินิจฉัยโรค

2. สถาบันเพี่อคนพิการทางจิตเวชแห่งชาติ (National Institute for the Mentally Handicapped: NIMH)

สถาบันนี้ได้จัดโครงการการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รูปแบบการดูแลรักษา และ บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ ในขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินงานวิจัย เอกสารประกอบ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในสาขาความพิการทางสติปัญญา และสถาบันแห่งนี้ยังได้จัดหลักสูตรระดับปริญญา/ ประกาศนียบัตร ในสาขา การศึกษาพิเศษ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ การช่วยเหลือเบื้องต้นในการจัดหางาน และ การฝึกอบรมอาชีพ และการช่วยเหลือดูแลตั้งแต่ระยะแรก และยังมีหลักสูตรระยะสั้นมากกว่า 193 หลักสูตร ที่เปิดให้ทั้งสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และ เจ้าหน้าที่ระดับรากหญ้า เพื่อที่จะได้เพิ่มพูนความรู้ และ ทักษะ ในช่วงปี พ.ศ. 2544 – 2545 และในขณะเดียวกันมีการฝึกอบรมให้กับผู้ที่สนใจ ประมาณ 11,000 คน

3. สถาบันแห่งชาติอาลี ยาวาร์ จุงเพื่อคนพิการทางการได้ยิน (Ali Yavar Jung National Institute for the Hearing Handicapped: NIHH)

สถาบันนี้ได้จัดให้มีบริการวินิจฉัยโรคที่ครอบคลุม การบำบัดรักษา การบริการด้านอาชีพและการศึกษา กับผู้ที่มีปัญหาด้านการฟัง และสถาบันแห่งนี้ยังมีศูนย์ภาค และศูนย์อื่น ๆ ที่จัดโครงการการพัฒนากำลังคนระยะยาว รวมทั้งจัดหลักสูตร ระดับปริญญา / ประกาศนียบัตร

4. สถาบันเพื่อคนพิการทางสายตาแห่งชาติ (National Institute for the Visually Handicapped: NIVH)

สถาบันแห่งนี้ได้ดำเนินการด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ งานวิจัย และการออกแบบและการพัฒนารูปแบบบริการสำหรับการศึกษาและการฝึกอบรมด้านอาชีพ และยังผลิตหนังสืออักษรเบรลล์/ หนังสือเสียง และอุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับการเคลื่อนไหว การศึกษาและกิจกรรมสันทนาการสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา นอกจากนี้ทางสถาบันยังได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมระยะยาวสำหรับครู อาจารย์ โรงเรียนระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา และ การนิเทศ และ ครูผู้ฝึกสอนเรื่องการเคลื่อนไหว

5. สถาบันวิจัยและการอบรมฟื้นฟูแห่งชาติ (National Institute of Rehabilitation Training and Research)

เป็นสถาบันขนาด 100 เตียง ที่อำนวยความสะดวกสำหรับงานผ่าตัดฟื้นฟู ผ่าตัดเล็ก การบำบัดการพูด กายภาพบำบัด การบำบัดอาชีพ กายอุปกรณ์เทียมและการอุปกรณ์เสริม และสถาบันแห่งนี้ยังได้จัดโปรแกรมระดับปริญญา สาขากายภาพบำบัด การบำบัดอาชีพ กายอุปกรณ์เทียมและการอุปกรณ์เสริม และประกาศนียบัตรผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการการทดสอบแห่งชาติ นอกจากนี้ยังจัดหลักสูตรระดับปริญญาโท 2 ปี สาขากายภาพบำบัดและการบำบัดอาชีพ ร่วมกับ มหาวิทยาลัย Utkal นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีหลักสูตรระยะสั้น โปรแกรมการศึกษาทางการแพทย์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และ การสัมมนา ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสถาบัน สถาบันได้ออกแบบและพัฒนา Modular Above Knee Prosthesis devise ภายใต้หลักสูตร Scheme of Science and Technology Project in Mission Mode

6. สถาบันเพื่อคนพิการทางการเคลื่อนไหว (Institute for the Physically Handicapped)

สถาบันนี้ได้จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพความพิการระดับเขต (District Disability Rehabilitation Centers) ขึ้น 6 ศูนย์ในเขตต่างๆ ทั่วประเทศ และยังได้จัดหลักสูตรปริญญาเกียรตินิยม 4 ? ปีใน สาขากายภาพบำบัดและการบำบัดอาชีพ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเดลี นอกจากนี้ยังดำเนินการโรงเรียนพิเศษและสำนักพิมพ์ที่คอยให้บริการด้านการพิมพ์ตามความต้องการของทางสถาบัน และ กระทรวง

หน่วยงานรัฐบาลอื่น ๆ

1. คณะกรรมการประสานงานคนพิการแห่งชาติ (National Coordination Committee on Disability)

คณะกรรมการนี้อยู่ในสังกัด กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัว สมาชิกของคณะกรรมการ ได้แก่ ผู้แทนจาก องค์กรเอกชนและองค์กรของพิการ และยังมีตัวแทนจากหน่วยงานของรัฐอีก 25 คน ระเบียบวาระในการปฏิบัติงานได้ถูกเผยแพร่ไปยังกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาลกลาง รัฐบาลแห่งรัฐ และองค์กรเอกชนที่ทำงานด้านคนพิการ

2. กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัว (Ministry of Health and Family Welfare)

กระทรวงนี้ได้สนับสนุนโปรแกรมสุขภาพที่มีความสัมพันธ์โดยตรงในการป้องกันความพิการ อันเนื่องมาจาก โรคเรื้อน, โรคโปลิโอ, ความพิการทางสายตา และ การขาดสารไอโอดีน

3. กระทรวงกิจการและการจ้างงานในเขตเมือง (Ministry of Urban Affairs and Employment)

โดยมากแล้ว กระทรวงนี้จะเกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการสร้างมาตรฐานสำหรับคนพิการ ตามที่ได้กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคุ้มครองคนพิการ พ.ศ. 2538 และกระทรวงได้เตรียมการสร้างรูปแบบกฎหมาย (ที่ทำขึ้นในท้องถิ่น ไม่ใช่จากหน่วยงานส่วนกลาง) ซึ่งประกอบด้วยการจัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอุปสรรคตามนโยบาย และมาตรฐานระยะห่าง ซึ่งจะได้มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในรัฐบาลแห่งรัฐทุกรัฐและสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง

4. กระทรวงจัดหางานและการพัฒนาชนบท (Ministry of Rural Development and Employment)

กระทรวงนี้เกิดขึ้นมาจากเงิน 3% ของงบประมาณอุดหนุน ภายใต้โครงการการพัฒนาชนบทแบบบูรณาการ Integrated Rural Development Program ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการจัดหาความช่วยเหลือด้านกองทุน จำนวน 25,000 รูปีสำหรับกลุ่มช่วยเหลือคนพิการ และ คนพิการยากไร้ในชนบท และได้ดำเนินกิจกรรมเรื่องการเงินเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่คนเหล่านั้น

5. กระทรวงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Ministry of Human Resource Development)

กระทรวงนี้ได้จัดกิจกรรมมากมายเพื่อให้การศึกษาแก่คนพิการ รวมทั้งได้จัดแผนการดำเนินงานสำหรับ การศึกษาแบบบูรณาการสำหรับเด็กพิการ Integrated Education of Disabled Children (IEDC) ผ่านกรมการศึกษาแห่งมลรัฐ State Education Departments, สภาอิสระ autonomous bodies และ องค์กรอาสาสมัคร voluntary organizations 100 % ของการช่วยเหลือทางการเงินได้จัดไว้สำหรับการศึกษาของเด็กพิการ

6. กระทรวงแรงงาน (Ministry of Labour)

กระทรวงนี้ ตลอดจนคณะกรรมการบริหารทั่วไป ด้านการจัดหางานและการฝึกอาชีพ กรมการจ้างงานและการฝึกอาชีพ (Directorate General of Employment & Training: DGE&T) ได้ขยายการให้บริการแก่คนพิการผ่านแผนงานต่างๆ มากมาย DGE&T ได้ดำเนินงาน ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพ สำหรับ คนพิการ 17 แห่ง ทั่วทั้งประเทศ ครอบคลุมความพิการทุกรูปแบบ และ DGE&T ยังได้ดำเนินงาน ศูนย์การฟื้นฟูชนบท และสถาบันการวิจัยและการฝึกอบรมส่วนกลาง ในการให้บริการด้านการจัดหางาน

7. กระทรวงรถไฟ (Ministry of Railway)

โดยส่วนใหญ่แล้ว กระทรวงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยไม่ให้เป็นอุปสรรคภายในอาคารสำนักงานสถานีรถไฟ และสถานีรถไฟสำหรับคนพิการ และกระทรวงนี้ยังได้วางแผนปรับปรุงทางเข้าขบวนรถไฟ และ จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในขบวนรถไฟสำหรับคนพิการ

8. กระทรวงกิจการพลเรือน (Ministry of Civil Action)

กระทรวงนี้และหน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสายการบินและการท่าอากาศยานของประเทศอินเดีย (Ministry of Airlines and Airport Authority of India) ได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางที่สนามบิน

9. กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Department of Science and Technology)

กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ให้เงินทุนแก่โครงการ สำหรับงานวิจัย และการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือ และกรมนี้ยังได้ร่วมกับ กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม ให้ความช่วยเหลือในการจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ได้มาตรฐานและมีราคาต่ำสำหรับคนพิการ

10. กรมพัฒนาเด็กและสตรี (Department of Women and Child Development)

กรมพัฒนาเด็กและสตรี ได้จัดให้มีบริการที่หลากหลาย สำหรับโภชนาการเสริมของแม่และเด็ก และยังได้จัดโครงการสร้างภูมิต้านทาน และ การศึกษาด้านสุขภาพ ผ่านแผนการพัฒนาเด็กแบบบูรณาการ (Integrated Child Development Scheme) นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนยังจะได้รับการฝึกอบรมภายใต้แผนการตรวจ และ การป้องกันความพิการ ในการสร้างความระวังในที่สาธารณะ

3.4 ความร่วมมือระดับภูมิภาค

รัฐบาลได้จัด การประชุมเชิงปฏิบัติการ สัมมนา และ การประชุม มากมายในประเทศอินเดีย เพื่อแบ่งปันความคิด ความรู้ และ ประสบการณ์

รัฐบาลยังได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ UNESCAP Technical Workshop on the Production and Distribution of Indigenous Assistance Devices at Madras ใน เดือน กันยายน พ.ศ. 2538 ซึ่งมีตัวแทนจาก 22 ประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย และประเทศอินเดียยังได้มีส่วนร่วมในปีคนพิการสากล ทศวรรษคนพิการแห่งสหประชาชาติ ปีคนพิการแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ และเป็นสมาชิกของ ESCAP รัฐบาลยังได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ UNESCAP Technical Workshop on the Production and Distribution of Indigenous Assistance Devices at Madras ใน เดือน กันยายน พ.ศ. 2538 ซึ่งมีตัวแทนจาก 22 ประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย และประเทศอินเดียยังได้มีส่วนร่วมในปีคนพิการสากล ทศวรรษคนพิการแห่งสหประชาชาติ ปีคนพิการแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ และเป็นสมาชิกของ ESCAP

3.5 ข้อมูลเชิงสถิติ

องค์การอนามัยโลก WHO ได้ประมาณการว่า 10% ของประชากรโลกได้รับความทุกข์ทรมานจากความพิการ ในคำอธิบายของประเทศอินเดีย ที่บอกว่าในปี พ.ศ. 2544 มีคนพิการอยู่ประมาณ 103 ล้านคน และในปี พ.ศ. 2534 มีคนพิการ 8.3 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2534 กรมสถิติ กระทรวงการวางแผนและการดำเนินงานโครงการ ได้ดำเนินงานผ่านองค์กรสำรวจตัวอย่างแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นการสำรวจข้อมูลความพิการโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามการสำรวจตัวอย่างพบว่ามีเพียง 1.9% ของคนพิการที่อยู่ในประเทศอินเดีย และยังได้ชี้ให้เห็นอีกว่า มาตรการอื่นๆ น่าจะจำเป็นต่อการนำข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาแสดงในเรื่องของสถานภาพของคนพิการในประเทศอินเดีย

คณะกรรมการประสานงานกลาง (Central Coordination Committee – CCC) ได้กล่าวว่า ตัวเลขคนพิการจำนวน 5 ล้านคน ในประเทศ น่าจะได้รับการดูแลรักษาโดยรวม ซึ่งสอดคล้องกับแหล่งที่มาไม่เป็นทางการ เช่นเดียวกันกับ สภาการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งประเทศอินเดีย พบว่า 10 % ของประชากรเด็กในประเทศต่าง ๆ โดยประมาณ ที่ยังมีความต้องการเป็นพิเศษ เด็กจำนวนทั้งหมดกว่า 300 ล้านคน ที่มี อายุระหว่าง 0 – 14 ปีในประเทศอินเดีย คาดว่าน่าจะมีเด็กพิการที่ต้องอยู่ตามลำพังประมาณ 6 – 30 ล้านคน และยังไม่มีข้อมูลทางสถิติจากแหล่งที่มาองค์กรเอกชนใดที่สามารถนำมาใช้ได้ ในส่วนของจำนวนตัวเลขคาดการณ์ หรือ จำนวนของคนพิการในประเทศ

3. 6 กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ประเทศอินเดียได้วางนโยบายต่าง ๆ และ ได้ออกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2494 ซึ่งในอดีตจะให้ความสำคัญกับหน่วยงานอาสาสมัครได้เข้ามามีส่วนในงานด้านสวัสดิการของเด็กและสตรี เพื่อที่จะมาทำงานให้แก่คนพิการด้วย ส่วนสำคัญหลัก ๆ ในการออกพระราชบัญญัติ ดังต่อไปนี้ ซึ่งสามารถดูได้ที่ http://disabilityindia.org/pwdacts.cfm

  • พระราชบัญญัติสภาการฟื้นฟูสมรรถภาพ แห่งประเทศอินเดีย พ.ศ. 2535
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิคนพิการ พ.ศ. 2538 ว่าด้วยเรื่อง สิทธิของคนพิการ (เท่าเทียมกันทางโอกาส การคุ้มครองสิทธิ และการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่)
  • พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2540
  • พระราชบัญญัติทรัสต์แห่งชาติเพื่อสวัสดิการของบุคคลคนพิการทางด้านออทิสติก ด้านสมอง ด้านปัญญาทึบ และพิการด้านอื่น ๆ พ.ศ. 2535

พระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิคนพิการ พ.ศ. 2538 ว่าด้วยเรื่อง สิทธิของคนพิการ (ความเท่าเทียมกันทางโอกาส การคุ้มครองสิทธิ และการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่) ถือเป็นการออกพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญมากที่สุด ที่เคยออกพระราชบัญญัติในประเทศอินเดีย พระราชบัญญัตินี้จัดทำขึ้นมาเพื่อป้องกันและสนับสนุนการฟื้นฟู ด้านการศึกษา การจัดหางานและการฝึกอบรมด้านอาชีพ การพัฒนากำลังคน และงานวิจัย ที่ช่วยเหลือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่มีเครื่องกีดขวาง การฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการ การอนุญาตให้คนพิการไม่ต้องทำงาน แผนการประกันภัยแบบพิเศษสำหรับลูกจ้างที่พิการ และ การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนของบุคคลที่มีความพิการอย่างมาก พระราชบัญญัตินี้ยังเป็นพระราชบัญญัติที่มีความครอบคลุมมากที่สุด ที่ได้แสดงถึงความมั่นใจในเรื่องโอกาสที่เท่าเทียมกันของคนพิการ ที่จะอนุญาตให้คนพิการได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการสร้างชาติ (ดู พระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิคนพิการ ฉบับสมบูรณ์ ในภาคผนวก I)

พระราชบัญญัติอื่น ๆ รวมทั้ง พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2540 และ พระราชบัญญัติสภาการฟื้นฟูสมรรถภาพ ประเทศอินเดีย พ.ศ. 2535 จุดมุ่งหมายของพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2540 ก็คือ เพื่อจัดให้มีบริการทางสังคมที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชนคนพิการ และรวมถึงการสร้าง และบำรุงรักษา โรงพยาบาล และสถานพยาบาลสำหรับคนพิการด้านสติปัญญา การจัดให้มีพระราชบัญญัติสภาการฟื้นฟูสมรรถภาพ ประเทศอินเดีย ก็เพื่อจะกำหนดการฝึกอบรมด้านอาชีพ ในสาขาการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ

ในปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลได้ผ่านพระราชบัญญัติทรัสต์แห่งชาติ และได้จัดให้มีความคุ้มครองด้านกฎหมาย ในขณะที่มีการจัดตั้งองค์กรสำหรับคนพิการ จุดประสงค์ของทรัสต์ คือ การเสริมสร้างศักยภาพแก่คนพิการเพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอิสระและบริบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในหรือใกล้กับชุมชนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดไว้ให้สำหรับคนพิการได้อยู่อาศัยร่วมกับครอบครัวของพวกเขาเอง และทรัสต์ยังได้เพิ่มการสนับสนุนให้แก่องค์กรที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว เพื่อจัดหาบริการที่จำเป็นในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤตในครอบครัว

3.7 สวัสดิการสังคม

กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม ได้อนุมัติค่าใช้จ่ายในแผนอีก 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2545 – 2550) สำหรับ สวัสดิการของคนพิการ ซึ่งเป็น 17 % ของงบประมาณทั้งหมด สำหรับปีงบประมาณนี้ที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2546 กระทรวงจะเพิ่มให้เป็น 19.8 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในส่วนของสวัสดิการของคนพิการ

พระราชบัญญัติคุ้มครองคนพิการ พ.ศ. 2538 ได้จัดให้มีแผนการประกันภัยเพื่อผลประโยชน์ของลูกจ้างพิการ ตาม มาตราดังต่อไปนี้ที่ว่าด้วยเรื่องความมั่นคงทางสังคม

มาตรา 66 – เขตการปกครองพิเศษ และ หน่วยงานท้องถิ่นที่จะดำเนินงานด้านการฟื้นฟู

เขตการปกครองพิเศษ และ หน่วยงานท้องถิ่น ต้องกำหนดการพัฒนาและฐานะทางการเงิน หรือ มีการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูกับคนพิการทั้งหลาย

สำหรับจุดมุ่งหมายของ มาตราย่อย (1) เขตการปกครองพิเศษ และ หน่วยงานท้องถิ่นควรให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่องค์กรเอกชน เขตการปกครองพิเศษ และ หน่วยงานท้องถิ่น ควรให้คำปรึกษาองค์กรเอกชนที่ทำงานเพื่อคนพิการ ในช่วงที่มีการวางนโยบายการฟื้นฟู

มาตรา 67 – แผนประกันภัยสำหรับลูกจ้างพิการ

เขตการปกครองพิเศษ ควรวางกรอบแผนประกันภัยเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างพิการ

ถึงแม้จะมีแผนอื่นในอยู่ในมาตรานี้ เขตการปกครองพิเศษ อาจจะต้องวางกรอบแผนความมั่นคงอื่นแทนแผนประกันภัยเพื่อลูกจ้างพิการก็ได้

มาตรา 68 – การอนุญาตให้คนพิการไม่ต้องทำงาน

เขตการปกครองพิเศษ ต้องกำหนดการพัฒนาและฐานะทางการเงิน และวางกรอบแผนการใช้จ่ายของคนพิการที่ได้รับอนุญาตให้ไม่ต้องทำงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ สำนักจัดหางานพิเศษ (Special Employment Exchange) มากกว่า 2 ปี และเป็นผู้ไม่สามารถจัดหาอาชีพที่เป็นประโยชน์ให้ได้

3.8 การบริการทางการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก

คณะกรรมการการแพทย์ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก 22 รัฐ และ 398 เขต สำหรับการออกใบรับรองว่าเป็นคนพิการ ตามคำสั่งที่ออกโดยรัฐบาล เพื่อคนพิการทั้ง 7 ประเภท ที่ได้ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองคนพิการ

เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในการบริการด้านการฟื้นฟู สถาบันแห่งชาติทั้ง 6 สถาบันกำลังตั้งข้อกำหนดในเรื่องความพิการทางสายตา การฟัง สติปัญญา และ อัมพาต ในรายงานประจำปี มีบุคคลได้รับการอบรมจำนวน 1,870 คน จนถึงทุกวันนี้ สถาบันเหล่านี้ได้ฝึกผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 41,000 คน และรัฐบาลยังได้สนับสนุนการก่อตั้งศูนย์ผู้ป่วยด้านกระดูกสันหลังแห่งอินเดีย และศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยด้านกระดูกสันหลังระดับภูมิภาค อีก 4 ศูนย์

สถาบันให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งที่สถาบันและโดยการออกค่ายเพื่อให้บริการถึงพื้นที่ ในปี 2544–2545 ได้มีการจัดออกค่ายถึง 469 ครั้ง และมีผู้มารับบริการมากกว่า 80,000 คน ตารางที่ 9 ได้แสดงจำนวนคนพิการที่ได้รับประโยชน์จากสถาบัน ซึ่งดำเนินการโดย กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม (MSJE)

ตาราง 9
คนพิการที่ได้รับผลประโยชน์จากสถาบันต่างๆ ของ MSJE ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
สถาบัน ผู้สอนการศึกษาพิเศษที่ได้รับการอบรม บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการเสริม บริการด้านอายุรแพทย์ คนพิการที่ได้รับประโยชน์
NIHH

2,536

23,452

11,077

175,893

212,958

NIMH

31,804

14,445

54,071

18,923

119,243

NIOH

23,487

65,083

221,804

310,374

NIVH

5,972

325,771

83,463

24,128

439,514

IPH

619

22,090

47,201

65,652

135,562

NIRTAAR

415

26,369

1,863

330,437

359,089

DRC/RRTC

26,614

149,583

204,286

380,483

รวม

41,346

462,228

412,526

1,041,123

1,957,223

ที่มา:กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม, รายงานประเทศ – อินเดีย

เครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก

ประเทศอินเดียได้จัดให้มีการยกเว้นภาษีอากร และ การเรียกเก็บภาษีการค้า และ ภาษีศุลกากร กับสินค้า เช่น เก้าอี้รถเข็น หนังสืออักษรเบลล์ อุปกรณ์ช่วยเหลือการฟัง แขนขาเทียม และอุปกรณ์เครื่องมืออื่น ๆ ที่ผลิตโดยสถาบันคนพิการต่าง ๆ และได้ให้ความช่วยเหลือในการยกเว้นภาษีให้บุคคลผู้มีรายได้จำกัด และได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 50 %

ในปีงบประมาณ 2544 บริษัทผลิตแขนขาเทียม Artificial Limb Manufacturing Corporation ได้ผลิต ส่วนประกอบ อุปกรณ์เครื่องมือช่วยเหลือ มากกว่า 913,000 ชิ้น และได้แจกจ่ายอุปกรณ์เครื่องมือช่วยเหลือ ให้กับผู้รับประโยชน์กว่า 45,000 คน ภายใต้แผนปี 2545

3.9 การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR)

นโยบายที่เกี่ยวข้องกับความพิการของประเทศอินเดียกำลังดำเนินการจากการฟื้นฟูด้านการแพทย์ สู่วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ในช่วงต้นปี 2538 รัฐบาลได้เริ่มแผนก่อตั้งศูนย์การฟื้นฟูเขต (DRC) ซึ่งเป็นเหมือนต้นแบบการบริการฟื้นฟูสู่ครอบคลุมสำหรับคนพิการในชนบท และแผนนี้ยังได้ดำเนินการใน 11 ศูนย์ ใน 10 รัฐ DRC ได้ให้บริการต่างๆ รวมทั้งการป้องกันและการตรวจพบความพิการตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การให้ความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ การแก้ไขด้วยศัลยกรรม บริการรักษา บริการให้การศึกษา การฝึกอบรม การให้โอกาสในการสร้างงานและเงินกู้จากธนาคาร แผนนี้ตั้งขึ้นมาด้วยความร่วมมือจากสถาบันวิจัยงานฟื้นฟู และความพิการแห่งชาติ ณ วอชิงตันดีซี นอกจากนี้ยังมีการตั้งหน่วยประสานงานบริหารกลางขึ้นเพื่อประสานงาน และการบริหารงานกิจกรรม ของ ศูนย์ DRC

จุดประสงค์ของ DRC ก็เพื่อการสำรวจประชากรคนพิการ การป้องกันและการตรวจพบความพิการตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ความเหมาะสมของอุปกรณ์เครื่องมือช่วยเหลือเทียม บริการรักษา ทั้งกายภาพบำบัด การบำบัดอาชีพ และการบำบัดการพูด การให้บริการด้านการศึกษาทั้งในโรงเรียนการศึกษาพิเศาและโรงเรียนบูรณาการ (ที่เด็กพิการเรียนร่วมกับเด็กปกติ) การจัดฝึกอบรมอาชีพ การจัดหางานในแหล่งอุตสาหกรรมและการค้าในท้องถิ่น โอกาสในการสร้างงานให้ตนเอง การสร้างความตระหนักให้ชุมชนและครอบครัวที่เกี่ยวข้อง เพี่อสร้างเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านในการดูแลกลุ่มคนพิการ

ในเขตมีศูนย์การอบรมฟื้นฟูระดับภูมิภาค (RRTC) อยู่ 4 แห่ง ใน Mumbai, Chennai, Cuttack และ Lucknow ศูนย์ RRTC ได้จัดฝึกอบรมให้กับผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องระดับหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ DRC และ เจ้าหน้าที่รัฐบาลแห่งรัฐ และศูนย์ฯ ยังได้ดำเนินงานวิจัยด้านการให้บริการ และ การผลิตอุปกรณ์เครื่องมือช่วยเหลือที่มีราคาต่ำ นอกเหนือจากการพัฒนา การฝึกอบรม การใช้วัสดุอุปกรณ์ และคู่มือ ศูนย์ RRTC ยังได้ผลิตวัสดุอุปกรณ์ ยังได้จัดทำสื่อแผ่นพับ โปสเตอร์ วีดีทัศน์ ภาพยนตร์ และ คำขวัญ เพี่อให้ชุมชนได้ตระหนักในเรื่องนี้

ศูนย์ข้อมูลด้านความพิการและการฟื้นฟูแห่งชาติ ก่อตั้งขึ้นภายใต้ CACU ในปี 2530 เพื่อจัดทำฐานข้อมูลที่มีประโยชน์ ด้านบริการสิ่งอำนวยความสะดวกและสวัสดิการสำหรับคนพิการภายในประเทศ และศูนย์นี้ยังเป็นเหมือนหน่วยงานสำหรับการสร้าง การเตรียม การรวบรวม การเผยแพร่ ข้อมูลการบรรเทาและการฟื้นฟูความพิการ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เก็บไว้จะสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับสถาบัน/ ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ทำงานให้กับคนพิการ เครื่องมืออุปกรณ์ช่วยเหลือ ทุนการศึกษา และ การปฏิบัติงานทางการแพทย์ และการเงิน ของ DRC/ RRTC และยังเผยแพร่วารสาร Indian Journal of Disability and Rehabilitation

ตัวอย่าง CBR ที่เกี่ยวข้องข้องกับโครงการต่าง ๆ ของประเทศอินเดีย ดังต่อไปนี้

  1. สภาการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอินเดีย (Rehabilitation Council of India) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยบางกาลอร์ (Bangalore University) ได้แนะนำหลักสูตรการศึกษาทางไกล สาขา CBR โดยมีทั้งหลักสูตรระดับปริญญาและระดับประกาศนียบัตร ระยะเวลาการเรียนในหลักสูตร คือหนึ่งปี และจะมุ่งเน้นที่การพัฒนา การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ระดับกลางและระดับรากหญ้าให้กับ CBR โปรแกรมระดับอนุปริญญาโท จะมุ่งเน้นที่การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในงานด้านสุขภาพ งานด้านการศึกษา งานด้านการพัฒนา และงานด้านสังคม
  2. สถาบันเชทานาเพื่อคนพิการด้านจิตเวช (Chetana Institute for the Mentally Handicapped) ได้พัฒนารูปแบบของ CBR ในระดับการพัฒนาชุมชนที่มีประชากรประมาณ 100,000 คน หลังจากนั้นได้มีการคัดเลือกเจ้าหน้าที่ CBR 3 คน ที่มีปริญญาด้านการศึกษาพิเศษ ให้ดำเนินการสำรวจตามบ้านเรือนในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
    • การจำแนก และการประเมิน บุคคลที่มีความพิการ
    • การพัฒนาบ้านเรือน ตามการฝึกอบรม และโปรแกรมการศึกษาในเด็กที่พิการแต่ละคน
    • การมีเครื่องมือช่วยสอน และ อุปกรณ์เครื่องมือช่วยเหลือes
    • โครงการสร้างความคุ้นเคยสำหรับผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ด้านงานสังคม
    • โครงการฝึกอบรมสำหรับพ่อแม่ ที่บ้านที่ต้องมีการดูแล และการเข้าใจคนพิการ
    • การพิมพ์และการผลิตวรรณกรรมสำหรับคนพิการเป็นภาษาท้องถิ่นe
    • การจัดตั้งสมาคมคนพิการ พ่อแม่ของคนพิการ ผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ด้านงานสังคม ระดับเขต / เขต
    • การฟื้นฟูอาชีพสำหรับคนพิการเป็นเป้าหมายสูงสุดของโครงการ CBR ปัจจุบัน เชทานากำลังดำเนินโครงการ CBR ใน 17 เขต โครงการนี้จะใช้เวลาทั้งสิ้น 3 ปี
  3. 3. ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 Sabala and Action Aid India ได้จัดหลักสูตรการฝึกอบรม CBR สำหรับผู้จัดการ โครงการนานาชาติครั้งที่ 6 (the 6th International Training Course on CBR for Program Managers in India) แผนการฝึกอบรมมีระยะเวลา 10 วัน ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ผู้จัดการโครงการจากองค์กรต่าง ๆ และ โครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงการ CBR ในประเทศที่กำลังพัฒนา หลักสูตรนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดเตรียมผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมที่มีทัศนคติที่ดี มีความรู้ความสามารถ และมีทักษะความชำนาญพื้นฐาน เพื่อที่จะช่วยกันริเริ่ม ติดตาม พัฒนา และสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงการ CBR และผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมนี้ยังได้ทำความเข้าใจในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การสร้างเครือข่าย และการสนับสนุน ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูความพิการ และ CBR

3.10 ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ

ปัจจุบันนี้ ในประเทศอินเดีย ยังไม่มีการริเริ่มอย่างเป็นทางการในเรื่องการอยู่อาศัยโดยไม่ต้องพึ่งใคร อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีศูนย์ฝึกอบรมอาชีพมากมายในประเทศอินเดียที่มีแผนบรรเทาความยากจน และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อส่งเสริมให้มีความภาคภูมิใจในตนเอง

3.11 ความตื่นตัวของสาธารณชน

กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม และสถาบันที่เกี่ยวข้องได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางวารสาร โปสเตอร์ วีดีโอ ซีดี ที่บุคคลและองค์การที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและฟื้นฟูสามารถนำไปใช้ได้ โครงการเผยแพร่ต่าง ๆ ระดับเขต ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลอินเดีย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการป้องกันและการสังเกตเบื้องต้น และ การฟื้นฟูสมรรถภาพที่เหมาะสม

3.12 กีฬา

ประเทศอินเดียมีสมาคมและสโมสรกีฬามากมายที่ส่งเสริมและสนับสนุนคนพิการให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมกีฬา นักกีฬาจากอินเดียได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาระดับโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล การแข่งขัน Petro World Cup Cricket สำหรับคนตาบอดได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2541 ณ กรุงนิวเดลี และยังดำเนินการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติเพื่อให้ทีมนักกีฬาจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันด้วย

ขอบเขตสำคัญ 7 ประการ ภายใต้กรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวา (BMF)

33.13 องค์กรเพื่อการพึ่งตนเองของคนพิการ และครอบครัว และผู้ปกครองที่เกี่ยวข้อง

ตามที่กรรมาธิการสวัสดิการคนพิการ มีกลุ่มที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ประมาณ 49,500 กลุ่ม และมีสมาชิกคนพิการมากกว่า 346,000 คน ซึ่งทำงานในเรื่องการกำหนดประเภทของคนพิการ ความเข้าใจปัจจัยด้านร่างกาย สังคม เศรษฐกิจ จิตวิทยา และอารมณ์ และสร้างความตื่นตัว และ สร้างศักยภาพ และยังมีสมาคมผู้ปกครองกว่า 100 สมาคมที่ดำเนินงานอยู่ใน 22 มลรัฐ และ 1 แคว้น องค์กรหลายองค์กรได้ดำเนินงานโครงการหลายโครงการ รวมถึงโครงการการศึกษาพิเศษ โครงการฝึกอบรมอาชีพ โครงการบริการจัดหางาน โครงการสนับสนุนเพื่อการศึกษา และยังดึงการสนับสนุนทางด้านการเงินจากกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม

กลุ่มสตรีพึ่งตนเอง (SHGs) เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีในการบรรเทาความยากจน การสร้างเสริมศักยภาพของตนเอง และปรับปรุงการบริหารและการให้บริการในระดับท้องถิ่น กลุ่ม SHGs เป็นกลุ่มสินเชื่อ/ออมทรัพย์ที่ประกอบด้วยสมาชิก 10–15 คน ซึ่งจะมาประชุมกันเป็นประจำเพื่อดำเนินงานโครงการออมทรัพย์ประจำเดือน ในขณะเดียวกันก็จัดให้มีการกู้ยืมภายใน กลุ่ม SHGs ได้กลายเป็นเวทีสำหรับการพัฒนาศักยภาพของสตรีเหล่านี้ รัฐบาลแห่งรัฐอันธรประเทศได้นำรูปแบบของกลุ่ม SHGs มาใช้ทั่วรัฐ เพื่อ (1) การเชื่อมโยงกิจกรรมสินเชื่อ สู่ธนาคารหลัก (ธนาคารแห่งชาติเพื่อการพัฒนาชนบท) และ (2) การให้ กลุ่ม SHGs และองค์กรต่าง ๆ รวมตัวกันในระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล และระดับเขต เพื่อเพิ่มอำนาจสตรีในชนบท เพื่อเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการและผู้ค้า การปฏิบัติงานนำร่องสำหรับโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และตามมาด้วยโครงการลดความยากจนในชนบทของรัฐบาลอันธรประเทศโดยได้รับทุนสนับสนุนจากธนาคารโลก โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนเงินกู้ 250 ล้านเหรียญจาก World Bank’s International Development Association และโครงการนี้ยังมีกลุ่ม SHGs เพิ่มถึง 25,000 กลุ่ม ในปัจจุบัน ซึ่งเกือบ 50 % เป็นตัวแทน กลุ่ม SHGs จากทั่วประเทศ (ดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม ใน ข้อ 3.19)

3.14 สตรีพิการ

กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคมได้เน้นแผนสำหรับความต้องการของสตรีที่ถูกตัด และจำกัดสิทธิในสังคมที่มีการดูแลกลุ่มเป้าหมาย และไม่มีข้อจำกัดทางด้านเพศ ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่มีแผนหรือโปรแกรมเฉพาะ ที่กระทรวงฯ ทำขึ้นเพื่อสตรี อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ก็ยอมรับว่า สตรีเป็นกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในบรรดากลุ่มผู้ที่อ่อนแอ และได้พยายามที่จะสร้างความมั่นใจว่าสตรีจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นภายใต้แผนนี้

เพื่อการดำเนินงานตามแผนของบรรษัทเพื่อการพัฒนาและการเงินของชนชั้นล้าหลังแห่งชาติ (National Backward Classes Finance and Development Corporation: NBCFDC) ในระดับรากหญ้าและเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแผนสินเชื่อขนาดเล็ก โดยเฉพาะ สำหรับผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่เป็นสตรี (ซึ่งรวมทั้งสตรีที่มีความพิการ) NBCFDC ได้ใช้วิธีให้สินเชื่อขนาดเล็ก ผ่าน SCAs และองค์กรพัฒนาเอกชนที่ได้ผ่านการรับรอง ทั้งโดยตรงและผ่านกลุ่มช่วยเหลือตนเอง นอกจากนี้ NBCFDC ยังได้ดำเนินงานตามแผน Swarnima Scheme เพื่อสตรีในชนชั้นล้าหลังและยากจน ช่วงปีงบประมาณ 2545 มีจำนวนเงินที่จัดไว้ช่วยเหลือสตรีที่ควรได้รับประโยชน์ถึง 16,600 คน นอกจานี้ กระทรวงฯ ยังได้สนับสนุนการสร้างหอพักสำหรับเด็กหญิงในชนชั้นศูทรหรือจัณฑาล และชนชั้นล้าหลังอื่นๆ เพื่อให้เด็กๆ เหล่านี้ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น

3.15 การค้นหาความพิการและการเข้าฟื้นฟูตั้งแต่แรกเริ่ม

รัฐบาลทราบดีว่าความพิการประมาณ 50 % เป็นความพิการที่สามารถป้องกันได้ และค่าใช้จ่ายในการป้องกันนั้นน้อยกว่าการฟื้นฟูสมรรถภาพมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงได้นำการรณรงค์ดังต่อไปนี้มาใช้

  • การรณรงค์ป้องกันโรคโปลิโอ
  • โครงการกำจัดโรคเรื้อน
  • โครงการควบคุมการตาบอดแห่งชาติ
  • การขาดวิตามิน เอ และไอโอดีน
  • งานโภชนาการ โดย กรมพัฒนาเด็กและสตรี (การขาดสารอาหารในสตรีมีครรภ์ มารดา และ ทารก)

เพื่อสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการกำหนดความพิการ เช่นเดียวกันกับ การสังเกตเบื้องต้น องค์กรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการแห่งชาติ ที่ดำเนินงานโดยรัฐบาลแห่งรัฐ ด้วยโครงการนี้ เจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ได้ผ่านการฝึกอบรมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความพิการ และจะมีการส่งต่อคนไข้กันเป็นทอด ๆ จากหมู่บ้าน สู่เขต และ ศูนย์ต่าง ๆ ของมลรัฐ

เพื่อให้มั่นใจว่า แพทย์ที่โรงพยาบาลในชนบท มีความรู้เรื่องความพิการและสามารถส่งผู้ป่วยให้ได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์ และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพที่เหมาะสม แพทย์ที่ศูนย์สุขภาพได้รับการอบรมจากโครงการกำหนดทิศทางเกี่ยวกับความพิการแห่งชาติ (National Orientation Program on Disability) ปัจจุบันนี้ มีแพทย์ 9,529 คนที่ได้รับการฝึกอบรมในด้านการป้องกันและการดูแลว่าด้วยเรื่องความพิการ เป็นที่ทราบกันว่า เด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น เด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวน้อย เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ต้องให้ความใส่ใจดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกัน/ ให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด และอุปกรณ์เครื่องดูแลเด็กที่เกิดใหม่ก็มีใช้อยู่ใน 130 เขต เพื่อป้องกัน/ ให้เกิดผลกระทบ หรือได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด ก่อน ระหว่าง และหลังจากมีการส่งต่อคนไข้

การศึกษา

รัฐบาลได้เริ่มโครงการ การศึกษาถ้วนหน้า (The Sarv Shiksha Abhiyan) โดยเฉพาะได้มุ่งเน้นที่จะให้การศึกษากับคนพิการ การศึกษาภาคบังคับสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษาชั้นต้น มีผลใน 4 มลรัฐ และแคว้นอื่นๆ ในขณะที่อีก 8 มลรัฐ และแค้วนอื่น ๆ มีการศึกษาภาคบังคับครอบคลุมระดับประถมศึกษาทั้งหมด รัฐบาลแห่งรัฐจึงได้กำหนดทิศทางให้แก่โรงเรียนว่าคงไม่มีนักเรียนคนใดที่จะสามารถปฏิเสธการศึกษาได้ ถึงแม้ว่าจะพิการ

คณะกรรมการประสานงานกลาง (CCC) ได้คาดการณ์ว่า น่าจะมีโรงเรียนพิเศษ 2,500 โรงเรียน ในประเทศอินเดีย ซึ่งรวมเด็ก ๆ ที่มีความต้องการพิเศษในลักษณะสภาพแวดล้อมที่บูรณาการ หรือ ในรูปแบบการศึกษาแบบไม่เป็นทางการ โรงเรียนเหล่านี้ได้ให้การศึกษาแก่เด็ก ๆ จำนวนถึง 100,000 คน ที่มีความต้องการพิเศษ และมีโรงเรียนอีก 15,000 โรงเรียนที่มีเด็ก ๆ ลงทะเบียนเรียนถึง 60,000 คน ซึ่งเป็นเด็กที่อยู่ในโครงการการศึกษาแบบบูรณาการสำหรับเด็กพิการ (Integrated Education of Disabled Children: IEDC) ของกระทรวงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ IEDC ได้จัดหาสิ่งดี ๆ มีประโยชน์แก่เด็ก ๆ เช่น การจัดหาทุนการศึกษา เสื้อผ้านักเรียน สมุดหนังสือ และ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ในการเดินทางไปโรงเรียน ตารางที่ 10 แสดงจำนวนนักเรียนพิการที่เข้าศึกษาในโรงเรียนตามรายงานของกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม

ตาราง 10
นักเรียนพิการในโรงเรียน
ทางเลือกด้านการศึกษา นักเรียนพิการ อาจารย์ประจำ
การศึกษาแบบบูรณาการสำหรับคนพิการ
133,000
โครงการการศึกษาขั้นต้นระดับเขต
460,608
987,850
โรงเรียนเปิดแห่งชาติ
1,800
โรงเรียนพิเศษ
160,000
รวม
755,408
987,850
ที่มา:กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม, รายงานประเทศ – อินเดีย

ภายใต้โครงการการศึกษาขั้นต้น ธนาคารโลกเป็นผู้ให้เงินสนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 271 เขต ใน 24 มลรัฐ และได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเด็ก ๆ พิการ โครงการนี้ยังส่งผลให้มีเด็ก ๆ เพิ่มขึ้น 350,000 คน โดยประมาณที่เข้าศึกษาในโรงเรียน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า นักเรียนพิการได้เข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นอย่างยุติธรรม 3% ของที่นั่งในสถาบันการศึกษาสงวนสิทธิ์ไว้สำหรับนักเรียนพิการ กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม ได้สนับสนุนทุนการศึกษาจำนวน 500 ทุน สำหรับนักเรียนพิการเพื่อที่จะได้สามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษา

ขณะที่เด็กพิการได้เข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ แต่ก็ยังมีโรงเรียนพิเศษสร้างขึ้นมาเพื่อเด็กพิการอีกมากมาย องค์กรอาสาสมัครได้ริเริ่มการเปิดโรงเรียนพิเศษทั่วทั้งประเทศ ตารางที่ 11 แสดงจำนวนสถาบันการศึกษาสำหรับคนพิการ

ตาราง 11
สถาบันการศึกษาสำหรับคนพิการ
สถาบันการศึกษา นักเรียนพิการ
โรงเรียนประจำสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น
5
โรงเรียนประจำสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน
6
วิทยาลัยสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น
1
วิทยาลัยสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน
1
ศูนย์ฝึกอบรมสำหรับครูสอนคนพิการทางการมองเห็น
1
โรงเรียนการศึกษาแบบบูรณาการ (กรมศึกษาธิการ)
161
โรงเรียนการศึกษาพิเศษ (กรมศึกษาธิการ)
11
โรงเรียนที่ดำเนินการโดยองค์กรพัฒนาเอกชน
144
รวม
330
ที่มา:กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม, รายงานประเทศ – อินเดีย

กรมศึกษาธิการได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่องค์การที่จะก่อตั้งโรงเรียนพิเศษ โรงเรียนพิเศษหลายแห่งมีการจัดฝึกอบรมอาชีพเพื่อพาณิชย์ เช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า การช่างไม้ และ การเย็บปกหนังสือ และยังมีสถาบันการศึกษาแห่งชาติอีก 4 แห่ง สำหรับคนพิการทางด้านสายตา การฟัง จิตใจ และ อัมพาต ซึ่งได้จัดให้มีโครงการสำหรับฝึกอบรมครูผู้สอนคนพิการเป็นประจำ

ภายใต้แผนการศึกษาแบบบูรณาการสำหรับคนพิการ ซึ่งดำเนินการโดยกรมการศึกษา เด็ก ๆ พิการจะได้เข้าเรียนในระบบโรงเรียนปกติ และได้มีการจัดให้มีความช่วยเหลือทางการศึกษาในมลรัฐ และแคว้นต่าง ๆ สำหรับเด็ก ๆ ที่ทุกข์ทรมานเนื่องจากความพิการทางด้านจิตใจในโรงเรียนปกติ จะได้รับความช่วยเหลือ รางวัล และจากครูผู้สอนที่ได้รับการอบรมเป็นพิเศษ

ประเภทเด็กพิการในแผนนี้ มีดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีความพิการทางกระดูก
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการฟังเล็กน้อย และปานกลาง
  • เด็กที่สามารถมองเห็นได้บ้าง
  • เด็กที่พิการทางสติปัญญา กลุ่มเด็กที่มี IQ ระหว่าง 50 – 70
  • เด็กพิการซ้ำซ้อน ได้แก่ เด็กที่มีความพิการทางการฟังและทางกระดูก เด็กพิการทางสติปัญญาและทางกระดูก และเด็กพิการทางการมองเห็นและการฟัง
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

แผนนี้ได้จัดเตรียมเงินไว้สำหรับเด็กพิการ ดังต่อไปนี้

  • เงินค่าหนังสือ และเครื่องเขียน 400 รูปีต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายตามจริง สำหรับชุดนักเรียน สูงถึง 200 รูปต่อปี
  • เงินค่าเดินทาง 50 รูปีต่อเดือน
  • เงินค่าหนังสืออ่าน 50 รูปีต่อเดือน ในกรณีที่เป็นเด็กตาบอดที่เรียนสูงกว่าชั้น เกรด 5
  • เงินค่าพี่เลี้ยงสำหรับเด็กที่พิการมาก 75 รูปีต่อเดือน
  • ค่าใช้จ่ายตามจริง สำหรับวัสดุอุปกรณ์ ให้สูงสุดถึง 2,000 รูปีต่อนักเรียน 1 คน ในช่วงระยะเวลา 5 ปี

การช่วยเหลือฟื้นฟู

กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม ได้ให้การสนับสนุนสถาบันถึง 644 สถาบัน ที่ดำเนินการในเรื่องโครงการช่วยเหลือฟื้นฟู โครงการการศึกษาพิเศษ โครงการฝึกอบรมอาชีพ ซึ่งมีคนเข้าร่วมถึง 160,000 คน

3.16 การฝึกอบรมและการจ้างงาน

กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม ได้สนับสนุนองค์กรเอกชนประมาณ 190 องค์กร ที่ดำเนินการด้านโครงการฝึกอบรมอาชีพสำหรับคนพิการ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535 ถึง ปี พ.ศ. 2543 มีคนจำนวน 11,400 คนที่ได้รับการจัดหางานให้โดยสำนักงานจัดหางานพิเศษ 40 แห่ง และ 3% ของงานที่ลงประกาศไว้จะสงวนสิทธิ์ไว้ให้องค์กรรัฐบาลเพื่อคนพิการ และอีก 1% จะเป็นของคนพิการทางด้านสายตา ด้านการฟัง และอัมพาต หน่วยงานของรัฐบาลแห่งรัฐที่ทำงานเกี่ยวข้องกับความพิการได้จัดหาเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการจัดหางานให้กับคนพิการ

ในปี พ.ศ. 2544 รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในการจัดประเภทของงานที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ มีงานจำนวนมากกว่า 1,900 งาน ในรายการ ที่จัดเตรียมไว้ และส่งต่อไปยังกระทรวงทั้งหมดในรัฐบาล ในขณะที่มีงานอีก 1,075 งาน ที่ส่วนงานเอกชนได้ทำการจัดประเภทไว้

รัฐบาลพิจารณาแล้วว่า กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม และ กระทรวงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เหมาะที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอบิลิมปิกส์ ครั้งที่ 6 ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ที่เมืองนิวเดลี มีนักกีฬาจำนวนทั้งหมด 425 คนเข้าร่วมแข่งขัน และประเทศอินเดียได้ส่งนักกีฬา 115 คน และในปี พ.ศ. 2545 มีนักกีฬาจำนวน 600 คนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอบิลิมปิกส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดการแข่งขันโดยสมาคมอบิลิมปิกส์แห่งชาติของอินเดีย (National Abilympics Association of India)

3.17 การเข้าถึงอาคารและขนส่งมวลชน

กระทรวงสุขภาพและสวัสดิการครอบครัว และคณะกรรมการประสานงานคนพิการแห่งชาติ จะรับผิดชอบในการจัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอุปสรรคในที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน โรงเรียน และสถานที่สาธารณะอื่น ๆ

พระราชบัญญัติคุ้มครองคนพิการ ได้กำหนดแนวทางดังต่อไปนี้เพื่อรวบรวมลักษณะภูมิทัศน์ที่ไม่เป็นอุปสรรคในโครงสร้างที่กำลังดำเนินการอยู่ และโครงสร้างในอนาคต เช่นเดียวกันกับ รูปแบบการขนส่งสาธารณะ

มาตรา 44

  • ส่วนงานขนส่งที่จะออกแบบราวจับตามห้อง รถโดยสาร และอื่นๆ จะต้องเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนพิการเข้าถึงได้โดยง่าย.

มาตรา 45

  • การติดตั้งสัญญาณต่าง ๆ ไว้ที่ไฟจราจร บนถนนสาธารณะ ขอบถนน และทางลาดชัน การทำสัญลักษณ์ไว้บนบาทวิถี เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้เก้าอี้รถเข็น Wheel Chair และการสลักหรือทำสัญลักษณ์ไว้ที่ขอบชานชรารถไฟ การออกแบบสัญลักษณ์คนพิการ และป้ายเตือนไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม

มาตรา 46

  • เขตการปกครองพิเศษ และ หน่วยงานท้องถิ่น ต้องกำหนดการพัฒนาและฐานะทางการเงินของคนพิการ เพื่อจะได้จัดทำทางลาดในอาคารสาธารณะ ห้องน้ำที่ไม่เครื่องกีดขวางสำหรับผู้ที่ใช้เก้าอี้รถเข็น สัญลักษณ์อักษรเบรลล์ และสัญญาณเสียงในลิฟต์ และทางลาดในโรงพยาบาล ศูนย์สุขภาพ และสถาบันฟื้นฟูสมรรถภาพและการรักษาทางการแพทย์

เนื่องด้วยกระทรวง กระทรวงเสริมสร้างศักยภาพและความยุติธรรมทางสังคม ต้องดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนพิการ จึงได้มีการเริ่มสร้างสิ่งต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จ

  • สถานีรถไฟ 150 สถานี ของการรถไฟแห่งประเทศอินเดีย ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ไม่เป็นอุปสรรคที่ทางเข้า ทางเดินกันลื่น ก๊อกน้ำและห้องน้ำ เก้าอี้รถเข็นที่สถานีรถไฟ และ สัญลักษณ์ต่าง ๆ
  • รางรถไฟในกรุงเดลี (Delhi Metro Rail) ได้ถูกออกแบบมาโดยปราศจากสิ่งกีดขวาง
  • กระทรวงการพัฒนาเมือง และกรมโยธาธิการกลาง ได้เผยแพร่อาคารต้นแบบตามกฎหมาย และ ได้ออกแบบสภาพแวดล้อมที่ไม่มีเครื่องกีดขวาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำอาคารนี้มาใช้ในท้องถิ่นในแต่ละมลรัฐ
  • คณะกรรมาธิการมหาวิทยาลัย ได้จัดสรรกองทุนต่างหากเพี่อให้มั่นใจไว้ว่าจะไม่มีเครื่องกีดขวางทางเข้าไปมหาวิทยาลัย

ระหว่างปี 2544 – 2545 ได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการจำนวน 5 ครั้ง ซึ่งมีตัวแทนจาก 6 หน่วยงาน (จากหน่วยงานรัฐบาล 3 แห่ง และจากหน่วยงานเอกชนอีก 3 แห่ง) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการอบรมการตรวจสอบการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ผู้แทนทุกคนได้รับการอบรมเพื่อดำเนินการตรวจสอบการเข้าถึงและส่งรายงานการแก้ไขเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงอาคารทั้งของรัฐและเอกชน รวมทั้งสถานที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการ สำนักงานกรรมาธิการใหญ่เพื่อคนพิการได้ทำรายงานเสนอ เพื่อที่จะให้เจ้าของอาคารที่ไม่ผ่านการตรวจสอบทำการแก้ไขและปรับปรุงอาคารของตนตามความจำเป็นเพื่อให้การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากสิ่งกีดขวางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประธานกรรมาธิการได้ตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ และ คณะกรรมการหลักของบุคคลที่ได้การอบรม เพื่อวางแผนประชุมเชิงปฏิบัติการ และดำเนินการตรวจสอบทั่วทั้งประเทศ

3.18 การเข้าถึงข้อมูล และการสื่อสาร

ช่องข่าวโทรทัศน์แห่งชาติ ดอร์ดาร์ชาน (Doordarshan) ได้เผยแพร่ข่าวโดยใช้ภาษามือ และยังมีช่องข่าวอื่นๆ กำลังจะจัดให้มีคำบรรยายใต้ภาพในการรายงานข่าว พจนานุกรมภาษามือมาตรฐานของประเทศอินเดียได้รับการพัฒนาที่ Ramakrishna Mission Vidyalay และศูนย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นานาชาติเพื่อคนพิการ ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจาก CBM International Germany ทำให้การอ่านอักษรเบรลล์ และรูปแบบการฟังถูกสร้างขึ้นมา และมีใช้ที่สถาบันแห่งชาติเพื่อคนพิการทางสายตา และยังมีหนังสือพูดได้อีกมากมาย อยู่ที่ห้องสมุดทั่วประเทศ

องค์การ UNESCO ประจำกรุงนิวเดลี ได้ให้เงินช่วยเหลือ จำนวน 115,000 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการที่จะให้รัฐบาลพัฒนาเทคโนโลยีอักษรเบลล์ราคาต่ำในประเทศอินเดีย เทคโนโลยีใหม่จะช่วยให้คนตาบอดสามารถที่จะใช้คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่พัฒนาเพื่อความต้องการของคนตาบอดโดยเฉพาะ เช่น จอสัมผัสที่เหมาะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและใช้กับแป้นคีย์บอร์ดมาตรฐาน และระบบนี้จะมีเสียงพูดดังๆ เกิดขึ้น ในตอนที่พิมพ์อักษรแต่ละตัวบนคอมพิวเตอร์และมีลำโพงติดอยู่ด้วย

ในปี พ.ศ. 2534 ศูนย์การเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-learning center) แห่งแรกสำหรับคนตาบอดได้ก่อตั้งขึ้นที่ สภาการฝึกอบรมและการวิจัยทางการศึกษาแห่งชาติ ในนิวเดลี และถือเป็นศูนย์แห่งแรกในบรรดาสถาบันซึ่งได้นำระบบการศึกษาทางไกลให้เด็กพิการทางสายตาประมาณสองล้านคนได้เรียน และยังมีซอฟต์แวร์ Ten Braille terminals with ZOOM text และ เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์ใช้ในโครงการนี้ด้วย ผู้เชี่ยวชาญขององค์การ UNESCO ด้านการศึกษาทางไกลได้อบรมเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ ช่างเทคนิค ครูผู้สอน และบุคคลที่ทำงานกับเด็กพิการทางสายตาโดยเฉพาะ ให้รู้จักการใช้ระบบต่างๆ นี้ นอกจากนี้ยังได้มีการสาธิตเทคโนโลยีต่าง ๆ แก่ตัวแทนของแต่ละมลรัฐในอินเดีย และองค์กรอื่น ๆ เช่น สถาบันเพื่อคนพิการทางสายตาแห่งชาติ และ สมาคมการศึกษาพิเศษและการฟื้นฟูแห่งประเทศอินเดีย

องค์กรอื่นๆ ที่จัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือ ซึ่งรวมทั้งสมาคมคนตาบอดแห่งชาติ (NAB) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ให้บริการหลักแก่คนตาบอดแห่งแรกในประเทศอินเดีย และ NAB ยังมีสาขาอีก 18 สาขาในรัฐ และในสถาบันอีก 7 แห่ง และ มียังบุคลากรอีก 106 คน ที่คอยให้บริการ เช่น การสนับสนุนการศึกษาแบบบูรณาการ การผลิตหนังสืออักษรเบรลล์ ห้องสมุดหนังสือพูดได้ บ้านสำหรับคนตาบอดสูงอายุ โปรแกรมพิเศษสำหรับคนพิการหลายด้าน การป้องกันโรคจักษุพิการ การฝึกอบรมอาชีพ การฝึกอบรมและการพัฒนาเทคโนโลยี การจัดหางานในทางอุตสาหกรรม และการฝึกอบรมการเคลื่อนที่และการสร้างความคุ้นเคย ทั่วทั้งประเทศอินเดีย

NAB ได้กลายเป็น สมาชิกของ DAISY Consortium ในปี พ.ศ. 2545 และเริ่มมีการผลิตหนังสือ Daisy ในปีเดียวกัน และยังมีการเพิ่มศักยภาพในการจัดทำเอกสารแบบสมบูรณ์ และ หนังสือ Synchronized Daisy ในช่วงระยะเวลาเดียวกันอีกด้วย องค์กรนี้ได้กลายเป็นศูนย์หนึ่งในจำนวนสองศูนย์ของสมาคม DAISY "For All Project"ซึ่งดำเนินงานโดยสมาคม DAISY และได้มีการจัดการฝึกอบรมเพื่อสมาคม DAISY ขึ้นที่ NAB ใน ปี พ.ศ. 2545 และดูแลการใช้ ซอฟท์แวร์ My Studio PC and Sigtuna DAR software (ที่ใช้ในการสร้างหนังสือพูดได้) ในขณะเดียวกันก็ยังมีการผลิตหนังสือพูดได้ดิจิตอล (Digital Talking Book) ซึ่งหลักสูตรนี้มีผู้ที่รับการอบรม 18 คนจากองค์การต่อไปนี้

สมาคมเพื่อคนตาบอดแห่งชาติ
สถาบันเพื่อคนพิการทางสายตาแห่งชาติ
สมาคมเพื่อคนตาบอดแห่งชาติ
Mitra Jyoti
Arushi
มหาวิทยาลัยเดลี
ศูนย์สารสนเทศน์ Shruty
สมาคมบรรเทาความพิการทางสายตา

3.19 การบรรเทาความยากจน โดยการเสริมสร้างศักยภาพ สวัสดิการสังคม และโครงการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

ตามที่รัฐบาล ได้จัดให้ 3 % ขององค์กรทั้งหมดต้องจัดโครงการบรรเทาความยากจนทั่วทั้งประเทศ ทั้งในระดับเขตการปกครอง และ ระดับมลรัฐ ซึ่งโครงการนี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อคนพิการ ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2544 ซึ่งสิ้นสุดในเดือน มิถุนายน 2545 มีคนพิการจำนวน 27,062 คน ได้รับประโยชน์จากแผนบรรเทาความยากคนมากมาย และยังมีคนพิการอีกจำนวน 25,697 คน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทของประเทศ

ธนาคารโลกได้สนับสนุนโครงการบรรเทาความยากจนในชนบท ซึ่งดำเนินงานโดยสมาคมขจัดความยากจนในชนบท ที่รู้จักกันในชื่อ โครงการ Velugu โครงการเหล่านี้มีความสามารถที่จะส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของคนยากจน และการปรับปรุงคุณภาพชีวิต คนยากจนเกือบ 2.3 ล้านคน ของ คนยากจนในชนบททั้งหมด 4 ล้านคน ในรัฐอานธรประเทศที่คาดว่าน่าจะได้รับประโยชน์จากการที่ธนาคารโลกให้การช่วยเหลือโครงการนี้

กลุ่มสตรีพึ่งตนเอง ซึ่งมีการรวมตัวกันในระดับหมู่บ้าน และระดับตำบล ให้เป็นเขตของโครงการ ซึ่งอยู่ภายใต้ความเชื่อที่ว่าความก้าวหน้าทางสังคมจะสามารถช่วยให้คนยากจนสร้างองค์กรขึ้นมา และสามารถทำการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ทั้งหลายได้ สืบเนื่องจากธนาคารโลก จึงทำให้โครงการนี้เป็นโครงการแรกที่มีรูปแบบการลงทุนในการสร้างงาน และกระจายรายได้ของคนพิการ

ตามที่ Ms. Heumann ที่ปรึกษาธนาคารโลก กลุ่มพึ่งตนเอง Sangram ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อสองปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้ยังได้รับเครดิตอยู่ ในปัจจุบันนี้ 70 % ของสมาชิกในกลุ่มมีบ้านอยู่ มีกองทุนเพื่อการลงทุนชุมชนของกลุ่ม ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเก็บเงินออมของกลุ่มเอง และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกสามารถจัดกิจกรรมการกระจายรายได้ได้ เป้าหมายต่อไปของกลุ่มก็คือ การเปิดศูนย์ฟื้นฟูความพิการ อย่างไรก็ตาม เด็กๆ พิการส่วนมากในชุมชนนี้ ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน "หากท่านปฏิเสธโอกาสทางการศึกษาของคนพิการ ก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ และไม่ใช่เพราะความพิการของพวกเขาที่จำกัดโอกาสของพวกเขา" Heumann กล่าว

  • "บางครั้งพ่อแม่ก็มักจะกลัวหรือไม่รู้ว่าลูกๆ ที่พิการของพวกเขา ควรเรียนอยู่ในโรงเรียน" Heumann ยังกล่าวต่อไปอีกว่า " −การนำพ่อแม่ของเด็กพิการมารวมกลุ่มกันเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ที่จะต้องพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ โครงการริเริ่มเพื่อบรรเทาความยากจนในรัฐอานธรประเทศ (Andhra Pradesh District Poverty Initiatives Project) กำลังอำนวยความสะดวกในการที่จะให้พ่อแม่ของเด็กได้แสดงความคิดเห็น และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยให้เด็กพิการมีความมั่นใจ ความสำนึก และ มีโอกาส และความหวัง ในระดับที่เหมาะสม."

ใน ปี พ.ศ. 2546 ธนาคารโลกได้อนุมัติสินเชื่อเป็นเงินจำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อเป็นเงินทุนในช่วงระยะที่สอง ของโครงการ Velugu ในระยะที่สองนี้มีการคาดการณ์ว่าน่าจะครอบคลุมพื้นที่ 16 เขต ในรัฐไฮเดอราบัด ในขณะเดียวกันได้มีการช่วยเหลือครอบครัวประมาณ 20,000 ครอบครัว ใน 548 ตำบล




Logo of Japan International Cooperation Agency (JICA)
Logo of Ministry of Social Development and Human Security


Valid XHTML 1.0 Strict! Valid CSS!
  © , APCD Project. All rights reserved.
last updated: