สาธารณรัฐอินเดียเป็นประเทศใหญ่และมีประชากรมากกว่าพันล้านคนอาศัยอยู่กระจัดกระจายทั่วพื้นที่กว่า 3,287,590 ตารางกิโลเมตร อินเดียเป็นสาธารณรัฐ ซึ่งประกอบด้วยรัฐ 28 รัฐ และสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง (Union Territories) อีก 7 เขต ซึ่งแบ่งย่อยลงไปอีกเป็นเกือบ 600 เขต (District) อินเดียมีภาษาต่างๆ กันถึง 32 ภาษา และมีภาษาถิ่นอีกนับไม่ถ้วน ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อินเดียตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร หลังจากการรณรงค์ต่อสู้มาเป็นเวลานาน อินเดียจึงได้รับเอกราชเมื่อปี 2490
อินเดียตั้งอยู่ในเอเชียใต้ มีพรมแดนติดกับพม่า ภูฏาน จีน เนปาลและบังคลาเทศเลียบทะเลอาระเบียและอ่าวเบงกอล อินเดียมีลักษณะภูมิประเทศหลากหลายทั้งที่ราบแบนไปจนถึงที่ราบลูกคลื่นบริเวณแม่น้ำแยงซี ทะเลทรายทางตะวันตกและเทือกเขาหิมาลัยทางเหนือ

ที่มา :Ministry of Forign Affairs, Kingdom of Thailand
สัญชาติของคนอินเดีย คือ อินเดียน โดยมีชนเชื้อสายอินโด-อารยันคิดเป็น 72% ของประชากรทั้งหมด อีกราว 25% มีเชื้อสายดราวิเดียน และที่เหลือ 3% เป็นเชื้อสายมองโกลอยด์และอื่นๆ สำหรับภาษาที่ใช้ ประกอบด้วย ภาษาฮินดี ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติ และเป็นภาษาที่ใช้โดยประชากรส่วนใหญ่กว่า 30% นอกจากนี้ยังมีภาษาราชการอีก 14 ภาษา โดยภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในวงธุรกิจและราชการ รูป 3 แสดงสัดส่วนประชากรที่นับถือศาสนาต่างๆ
การนับถือศาสนาของชาวอินเดียการสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2544ช
ศาสนาอื่นๆ ประกอบด้วย พุทธ, Jain (ศาสนาพระชิน) และ Parsi (ลัทธิปาร์ซี)
ที่มา: สำนักทะเบียนทั่วไป การสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2544
จากข้อมูลสำมะโนประชากรในปี 2544 พบว่าอินเดียมีประชากรทั้งสิ้น 1,027,015,247 คน เทียบกับ 838.6 ล้านคนในปี 2534 จะเห็นว่าอัตราการเจริญเติบโตของประชากรเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1.5% ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ประมาณการว่าในปี 2545 อินเดียมีประชากรทั้งสิ้น 1,055 ล้านคน
| กลุ่มอายุ | รวม | % | ชาย | % | หญิง | % |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 − 6 | 157,863,145 | 15.4 | 81,911,041 | 51.9 | 75,952,104 | 48.1 |
| 6 − 65 + | 869,152,102 | 84.6 | 449,366,037 | 51.7 | 419,786,065 | 48.3 |
| รวม |
1,027,015,247 | 100 | 531,277,078 | 51.7 | 495,738,169 | 48.3 |
ที่มา: สำนักทะเบียนทั่วไป การสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2544
| เพศ | รวม | % | ชนบท | % | ในเมือง | % |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ชาย | 530,422,415 | 51.7 | 380,438,194 | 71.7 | 149,984,221 | 28.3 |
| หญิง | 494,828,644 | 48.3 | 359,817,177 | 72.7 | 135,011,467 | 27.3 |
| รวม | 1,025,251,059 | 100.0 | 740,255,371 | 72.2 | 284,995,688 | 27.8 |
ที่มา:สำนักทะเบียนทั่วไป การสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2544
หมายเหตุ:ตัวเลขจำนวนประชากรทั้งหมดต่างกันเนื่องจากรวบรวมจากหลายแหล่ง
จากการสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2544 ประมาณ 39.3% ของประชากรทั้งหมดหรือราว 400 ล้านคนมีงานทำ โดยแบ่งเป็นชาย 51.9% และหญิง 35.7% ข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2544 ยังไม่มีตัวเลขแรงงานภาคอุตสาหกรรม ตาราง 3 แสดงข้อมูลจาก ADB ณ ปลายปี 2543
| Total | % | |
|---|---|---|
| การเกษตร | 1.42 | 2.0% |
| การผลิต |
6.62 | 9.6% |
| เหมืองแร่ | 1.01 | 1.5% |
| อื่นๆ | 18.92 | 27.3% |
| รวมผู้มีงานทำ | 27.96 | 40.3% |
| ไม่มีงานทำ | 41.34 | 59.7% |
| แรงงานรวม |
69.30 | 100.0% |
ที่มา: ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย
คิดเป็นร้อยละของประชากรวัยทำงาน อายุ 15 ปีขึ้นไป
องค์การสหประชาชาติระบุว่าเส้นความยากจนจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ภายในประเทศนั้นๆ อย่างไรก็ตามการกำหนดเส้นความยากจนมักไม่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยความต้องการด้านคุณภาพ เช่น การดูแลสุขภาพ ที่พักอาศัย และการศึกษา จากข้อมูลของ ADB ในปี 2544 อินเดียมีประชากรที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน 26.1% โดยในชนบทมีประชากรยากจน 27.1% และในเมือง 23.6%
เศรษฐกิจของอินเดียครอบคลุมทั้งการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมตามหมู่บ้าน การเกษตรสมัยใหม่ งานฝีมือ และอุตสาหกรรมทันสมัย รวมทั้งการบริการ อินเดียเป็นผู้ส่งออกซอฟต์แวร์และผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก
การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงในปี 2545 เนื่องจากความแห้งแล้งซึ่งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเองก็ชะลอตัวลงซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ต่อไปในปีงบประมาณ 2546 โดยภาคเกษตรและบริการจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น คาดว่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในปี 2546 ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับปานกลางประมาณ 5% ส่วนการขาดดุลงบประมาณคาดว่าจะยังดำเนินอยู่ต่อไปในอัตราเฉลี่ยที่ 9.5% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2546
การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คิดเป็นอัตราเฉลี่ยประมาณ 6% ตลอดทศวรรษที่ 190 อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2543 และ 2544 การขยายตัวของ GDP ลดลงเหลือ 5% ระหว่างปีงบประมาณ 2545 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2546) อัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ประมาณ 4.4% สาเหตุหลักที่ทำให้การขยายตัวลดลงคือการเติบโตของภาคบริการที่ลดลงและผลจากภายนอก เช่น การชะลอตัวของตลาดโลก ความแห้งแล้ง ผลกระทบจากการขาดดุลงบประมาณครั้งใหญ่ของรัฐบาล และการปฏิรูปในวงกรอุตสาหกรรมบางประเภท ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียคาดว่าในปีงบประมาณ 2546 GDP ของอินเดียจะโตขึ้น 6.3% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตภาคเกษตรและภาคบริการ
ในปี 2545 GDP ของอินเดียอยู่ที่ประมาณ 2.66 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นภาคเกษตรกรรม 25% และภาคผลิตและการค้า 29.7% รูป 4 แสดงปัจจัยเกื้อหนุน GDP
GDP จำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม ปีงบประมาณ 2545
ที่มา: ดัชนีชี้หวัดหลัก โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย 2545
จากข้อมูลของธนาคารสำรองเงินตราของอินเดีย ในปีงบประมาณ 2546 อินเดียมีรายได้ 48.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่มีรายจ่าย 78.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (รวมทั้งค่าใช้จ่ายลงทุน 14.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ทำให้ประเทศขาดดุลงบประมาณ 29.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ การขาดดุลของรัฐบาลกลางลดลงเหลือ 5.9% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2545 จาก 6.1% ในปีก่อน เมื่อรวมการขาดดุลของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลแห่งรัฐแล้ว พบว่าอินเดียขาดดุลงบประมาณถึง 9.3% ของ GDP การขาดดุลงบประมาณรวมยังเป็นปัญหาสำคัญในการจัดการเศรษฐกิจมหภาค ประมาณการว่ารัฐบาลต้องกู้ยืมเงินมาแก้ปัญหาขาดดุลงบประมาณถึง 72.6% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2544
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียคาดว่ามาตรการภาษีในงบประมาณของปีงบประมาณ 2546 น่าจะเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาล อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเมื่อไม่มีมาตรการที่เข้มแข็งในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การขาดดุลงบประมาณของทั้งประเทศก็น่าจะยังอยู่ที่ 9.5% ของ GDP
ในปีงบประมาณ 2545 การนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 61.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวปานกลางของภาคอุตสาหกรรมในประเทศตลอดปีงบประมาณ 2544 การนำเข้าสินค้าทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ขนส่ง เพิ่มขึ้นเนื่องจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง แม้ว่าความต้องการของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2545 ก็เป็นการบริโภคภายในประเทศและไม่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า
| ปีงบประมาณ 2545 | % ของทั้งหมด | |
|---|---|---|
| ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม | 17,640 | 28.8 |
| สินค้าทุน | 12,746 | 20.8 |
| อื่นๆ | 9,836 | 16.1 |
| อัญมณีและกึ่งอัญมณี | 6,054 | 9.9 |
| ทอง / เงิน | 4,234 | 6.9 |
| เคมีภัณฑ์ |
2,966 | 4.8 |
| สินค้าบริโภค | 2,368 | 3.9 |
| ถ่านหิน ฯลฯ | 1,222 | 2.0 |
| สินค้าวิทยาศาสตร์ | 1,068 | 1.7 |
| สินแร่และโลหะ | 1,003 | 1.6 |
| สิ่งทอ | 956 | 1.6 |
| เหล็กและเหล็กกล้า |
940 | 1.5 |
| เกลียว | 254 | 0.4 |
| รวม | 61,287 | 100.0 |
ที่มา: ธนาคารสำรองเงินตราแห่งอินเดีย, DGCIandS
การส่งออกมีมูลค่าประมาณ 52.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2545 โดยประกอบด้วยสินค้าสิ่งทอ อัญมณี สินค้าวิศวกรรม เคมีภัณฑ์และเครื่องหนัง การขยายตัวของการส่งออกฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในปีงบประมาณ 2545 หลังจากการชะลอตัวของตลาดโลกอันเป็นผลกระทบจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 การขยายตัวของการส่งออกช่วงปีงบประมาณ 2545 เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของความต้องการในตลาดโลก การเพิ่มขึ้นของ GDP การใช้จ่ายเพื่อบริโภคในสหรัฐฯ และการฟื้นตัวของหลายประเทศในเอเชีย การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายเพื่อบริโภคในสหรัฐฯ มีส่วนอย่างยิ่งต่อการขยายตัวของการส่งออกสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และอัญมณี
| ปีงบประมาณ 2545 | % ของทั้งหมด | |
|---|---|---|
| สิ่งทอ | 10,567 | 20.2 |
| อัญมณี | 8,854 | 17.0 |
| สินค้าวิศวกรรม |
8,393 | 16.1 |
| เคมีภัณฑ์ |
7,031 | 13.5 |
| สินค้าเกษตร |
6,412 | 12.3 |
| อื่นๆ | 3,149 | 6.0 |
| ปิโตรเลียม น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ |
2,421 | 4.6 |
| สินแร่และแร่ | 1,900 | 3.6 |
| หนัง | 1,787 | 3.4 |
| งานฝีมือ |
721 | 1.4 |
| พรม |
497 | 1.0 |
| รวม | 52,234 | 100.0 |
ที่มา:ธนาคารสำรองเงินตราแห่งอินเดีย, DGCIandS
Export Trading Partners FY2002
ที่มา: ดัชนีชี้หวัดหลัก โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย 2545
อินเดียประกอบด้วย 28 รัฐและ 7 สหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง (Union Territories) อินเดียเป็นสหพันธรัฐ ซึ่งประธานาธิบดีได้รับเลือกตั้งทางอ้อมจากผู้แทนของทั้งสองสภา รวมทั้งสภานิติบัญญัติของรัฐ ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี รองประธานาธิบดีได้รับเลือกตั้งทางอ้อมจากผู้แทนของทั้งสองสภาและดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปีเช่นกัน ส่วนนายกรัฐมนตรีได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎรโดยพรรคที่ได้รับเลือกส่วนใหญ่จากการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี Abdul Kalam ได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 รูป 6 แสดงกระทรวงหลักๆ ของรัฐบาล
กระทรวงสำคัญของรัฐบาลอินเดีย
ที่มา:JICA, ข้อมูลคนพิการของประเทศ 2545
รัฐบาลมีโครงการสวัสดิการให้ประชาชน โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณด้านสวัสดิการขึ้นอีก 4 เท่า สำหรับวรรณะศูทรและจัณฑาล ชนชั้นล้าหลังอื่นๆ รวมทั้งสวัสดิการและการพัฒนาสำหรับชนเผ่า นอกจากนี้รัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณให้คนพิการต่างหากภายใต้โครงการที่แยกออกไปโดยเฉพาะ จากการสำรวจทางเศรษฐศาสตร์ของรัฐบาลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสำหรับภาคสังคมในปีงบประมาณ 2543 การพัฒนาชนบท การจ้างงานและการบรรเทาความยากจนมีสัดส่วนสูงสุดในโครงการสวัสดิการสังคมถึง 42% ของงบประมาณทั้งหมดของภาคสังคม
ค่าใช้จ่ายหลักในภาคสังคม2543-2544
ที่มา: การสำรวจทางเศรษฐศาสตร์ 2543-2544
จากข้อมูลของกรมศึกษาธิการ มีสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่ ปี 2493-2494 ถึง 2544-2545 ระหว่างช่วงเวลานี้ จำนวนโรงเรียนประถมศึกษาเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในขณะที่โรงเรียนประถมปลาย (Upper Primary Schools) และโรงเรียนมัธยมต้น (Jr. Secondary Schools) เพิ่มขึ้นถึง 16 และ 18 เท่าตามลำดับ จำนวนวิทยาลัยสำหรับการศึกษาทั่วไปและการศึกษาในสายอาชีพเพิ่มขึ้นประมาณ 24 และ 12 เท่าตามลำดับ ในขณะที่จำนวนมหาวิทยาลัยก็เพิ่มขึ้น 10 เท่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้การศึกษาระดับประถมศึกษา 5 ปีเป็นการศึกษาภาคบังคับ การศึกษาภาคบังคับดังกล่าวนี้ใช้บังคับใน 4 รัฐและและสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง ส่วนในอีก 8 รัฐและสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง การศึกษาภาคบังคับครอบคลุมการศึกษามูลฐานทั้งหมด ทั้งนี้ระบบการศึกษามูลฐานของอินเดียใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยมีนักเรียนมากกว่า 149.4 ล้านคน อายุระหว่าง 6-14 ปี และเรียนในโรงเรียนที่มีครูทั่วประเทศกว่า 2.9 ล้านคน
รัฐธรรมนูญอินเดียแสดงถึงเจตนารมย์ของรัฐบาลในการให้ความรู้และเสรีภาพทางความคิดแก่พลเมือง มาตรา 45 บัญญัติว่า รัฐจะดำเนินความพยายามเพื่อให้การศึกษาภาคบังคับแก่เด็กทุกคนจนพวกเขาอายุครบ 14 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายภายใน 10 ปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ มาตรา 29 ระบุว่า พลเมืองทุกคนที่มีภาษาพูด ภาษาเขียนของตน ได้รับการดูแลเป็นพิเศษด้านเศรษฐกิจและการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณะศูทรและจัณฑาลและชนเผ่าจะตกเป็นภาระผูกพันของรัฐ แม้ว่าการศึกษาเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของพลเมืองอินเดีย แต่รัฐบาลแห่งรัฐก็มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
จากข้อมูลของกรมศึกษาธิการ มีสถาบันการศึกษาอยู่ประมาณ 888,000 แห่งทั่วประเทศ และมีนักเรียนเข้าเรียนราว 179 ล้านคน
ทั่วทุกรัฐและสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง ใช้ระบบการศึกษาแบบ 10+2 ปี อย่างไรก็ตาม ภายในแต่ละรัฐและสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลางนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต่างกันไป เช่น จำนวนชั้นเรียนที่มีทั้งระดับประถมศึกษา ประถมศึกษาตอนปลาย มัธยมต้น มัธยมปลาย อายุของเด็กที่เข้าเรียน สื่อการสอน การสอบวัดผล การสอนเป็นภาษาฮินดีและภาษาอังกฤษ จำนวนวันทำงานในแต่ละปี ปีการศึกษา ช่วงปิดเทอม ค่าเล่าเรียนและการศึกษาภาคบังคับ
รัฐบาลแห่งรัฐแต่ละรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษา ข้างล่างนี้ คือ การศึกษาระดับมูลฐานทั่วไปของระบบโรงเรียนในอินเดีย
| • | การศึกษาระดับประถม (Primary Stage) ประกอบด้วย ชั้น 1-5 รวมระยะเวลาเรียน 5 ปี |
| • | การศึกษาระดับกลาง (Middle Stage) ประกอบด้วย ชั้น 6-8 |
| • | การศึกษาระดับมัธยม (Secondary Stage) ประกอบด้วย ชั้น 9-10 |
จากข้อมูลของ UNICEF สัดส่วนการเข้าเรียนสุทธิในระดับประถมศึกษาตั้งแต่ปี 2538 ถึง 2544 คือ 78% สำหรับเด็กชาย และ 64% สำหรับเด็กหญิง ร้อยละของการเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาสุทธิเท่ากับ 79% สำหรับเด็กชาย และ 73% สำหรับเด็กหญิง สำหรับสัดส่วนการเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา (รวม) สำหรับช่วงปี 2538 ถึง 2542 เท่ากับ 59% สำหรับเด็กชาย และเพียง 39% สำหรับเด็กหญิง ตาราง 6 แสดงจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนแบ่งตามระดับการศึกษาจากข้อมูลของกรมศึกษาธิการ
| ประถมศึกษา (ชั้น 1 - 5) |
ประถมปลาย/มัธยมต้น (ชั้น 6 - 8) |
มัธยมปลาย/ ก่อนปริญญา (ชั้น 9 - 12) |
||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี | ชาย | หญิง | รวม | ชาย | หญิง | รวม | ชาย | หญิง | รวม | |
| 1950 | 13.8 | 5.4 | 19.2 | 2.6 | 0.5 | 3.1 | 1.3 | 0.2 | 1.5 | |
| 1960 | 23.6 | 11.4 | 35.0 | 5.1 | 1.6 | 6.7 | 2.7 | 0.7 | 3.4 | |
| 1970 | 35.7 | 21.3 | 57.0 | 9.4 | 3.9 | 13.3 | 5.7 | 1.9 | 7.6 | |
| 1980 | 45.3 | 28.5 | 73.8 | 13.9 | 6.8 | 20.7 | 7.6 | 3.4 | 11.0 | |
| 1990 | 57.0 | 40.4 | 97.4 | 21.5 | 12.5 | 34.0 | 12.8 | 6.3 | 19.1 | |
| 2000 | 64.0 | 49.8 | 113.8 | 25.3 | 17.5 | 42.8 | 16.9 | 10.7 | 27.6 | |
| 2001 | 63.6 | 50.3 | 113.9 | 26.1 | 8.7 | 44.8 | 18.4 | 12.1 | 30.5 | |
UNICEF ระบุว่าค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของรัฐคิดเป็น 4.02% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2544 ทั้งนี้ในปี 2493 อินเดียมีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาเพียงไม่ถึง 1% เท่านั้น ในปีงบประมาณ 2544 งบประมาณทางการศึกษาและการฝึกอบรมทั้งหมดคิดเป็น 13.17% ของงบประมาณทั้งหมดของรัฐบาล เฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษาก็คิดเป็น 6.6% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของรัฐในปีงบประมาณ 2544 ในขณะที่งบประมาณสำหรับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาคิดเป็น 4.1% ของงบประมาณทั้งหมด
จากการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2544 อัตราการรู้หนังสือของชาวอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 65.4% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 567 ล้านคน เมื่อเทียบกับการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2534 พบว่าประชากรที่รู้หนังสือมีเพียง 42.8% หรือ 359 ล้านคนเท่านั้น
| เพศ | รวม | % |
|---|---|---|
| ชาย | 339,905,576 | 75.9 |
| หญิง | 226,797,704 | 54.2 |
| รวม | 566,703,280 | 65.4 |
ที่มา: สำนักงานทะเบียนทั่วไป, การสำรวจสำมะโนประชากรของอินเดียประจำปี 2544
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) อายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรอินเดีย 60 ปีสำหรับเพศชาย และ 61.7 ปีสำหรับเพศหญิง ทั้งนี้ WHO ประมาณการว่าในปี 2535 อินเดียมีแพทย์ 48 คนและพยาบาล 45 คนต่อประชากร 100,000 คน WHO ระบุว่าในปี 2543 ค่าใช้จ่ายของรัฐด้านสาธารณสุขคิดเป็น 4.9% ของ GDP ในขณะที่งบประมาณด้านการสาธารณสุขของรัฐในปี 2543 คิดเป็น 5.3% ของงบประมาณทั้งหมด
WHO ประมาณว่าในปี 2543 มีประชากรในกลุ่มอายุ 15-49 ปีติดเชื้อ HIV/AIDS ราว 3.9 ล้านคน ในขณะที่อีก 350,000 คนเสียชีวิตเนื่องจาก HIV/AIDS อัตราการติดเชื้อ HIV/AIDS ของผู้ใหญ่คิดเป็น 0.8% ของประชากรทั้งหมด
อินเดียเป็นผู้ส่งออกซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์และบริการคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก ณ ปี 2543 อินเดียมีผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต 43 ราย CIA สหรัฐฯ ประมาณการว่าในประเทศอินเดียมีผู้ใหญ่อินเตอร์เน็ตมากกว่า 7 ล้านราย มีโทรศัพท์บ้าน 27.7 ล้านเลขหมายและโทรศัพท์มือถือ 2.93 ล้านเลขหมาย รหัสอินเตอร์เน็ตของอินเดีย คือ .in