skip navigation

3. สถานการณ์คนพิการในปัจจุบัน

3.1 คำนิยามและการจำแนกประเภทคนพิการ

ปัจจุบัน สปป.ลาวยังไม่มีการให้คำจำกัดความของคำว่าคนพิการไว้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ได้มีการหารือกันในการประชุมเรื่อง "ยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชาติเพื่อคนพิการ" เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ในการประชุมดังกล่าว ที่ได้กำหนดกรอบความเข้าใจในความหมายของคำว่าคนพิการเอาไว้ว่า "บุคคลผู้ซึ่งถูกซ่อนเร้นความสามารถในการที่จะกระทำการใดๆ"ผู้เข้าร่วมประชุม ยังได้ร่วมกันบ่งชี้ปัจจัยหลักของความพิการว่า เป็นความพิการแต่กำเนิด เกิดจากโรคภัย และเกิดจากความบาดเจ็บในสงครามและอุบัติเหตุ

3.2 นโยบายและแผนการดำเนินงานแห่งชาติเกี่ยวกับคนพิการ

รัฐบาลสปป.ลาว ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อคนพิการแห่งชาติขึ้น โดยการนำของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม มีนายกรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข รองนายกรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และรองนายกรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเป็นคณะกรรมการ และมีคณะทำงานเป็นตัวแทนจากกระทรวงดังกล่าว

คณะกรรมการแห่งชาตินี้ ได้มีการดำเนินงานไปพร้อมกับการดำเนินงานของรัฐ มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับคนพิการ รวมถึงการป้องกันเหตุที่จะทำให้เกิดความพิการ การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรวมถึงการบริการจัดหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และบริการด้านการให้การศึกษาแก่คนพิการ หน่วยงานของรัฐและองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากจะดำเนินการตามหน้าที่และความรับผิดชอบของตนแล้วยังได้มีการประสานงานกันอีกด้วย

ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ได้จัดการประชุมเรื่อง "ยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชาติเพื่อคนพิการ"โดยมีหัวข้อหลักของการประชุมดังกล่าวคือ การให้คำนิยามของคำว่าคนพิการ พิจารณาถึงปัญหาของคนพิการ ประชากรคนพิการใน สปป. ลาว และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ

3.3 ระบบรัฐบาล

กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (MOLSW) เกี่ยวข้องกับคนพิการในด้านการให้ความช่วยเหลือการฝึกอาชีพ การจ้างงาน และการดูแลคนพิการที่เกิดจากสงครามทุ่นระเบิด

องค์กรที่อยู่ภายใต้การดูแลของ MOLSW ได้แก่ 1) กรมการทหารผ่านศึกสูงอายุ (ส่วนกลาง) 2) ศูนย์บริการแรงงานและสวัสดิการสังคมระดับจังหวัด และ กองสวัสดิการทหารผ่านศึก

นอกจากนี้ MOLSW ยังมีความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศในการปฏิบัติการเก็บกู้ให้ทุ่นระเบิดให้หมดสิ้นไปจากประเทศ

แผนผังที่ 1: ผังองค์กรของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

รูป 5
Image:Organizational Chart of Ministry of Labor and Social Welfare Description

แผนผังที่ 2: แผนการดำเนินงานถึงปี พ.ศ. 2553

คณะกรรมการเพื่อคนพิการ ระดับจังหวัด

คณะกรรมการเพื่อคนพิการ ระดับตำบล

กระทรวงศึกษาธิการ (MOE)

กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดการศึกษาภาคบังคับของทั้งเด็กทั่วไปและเด็กที่มีความพิการทั่วประเทศ ด้วยอำนาจหน้าที่ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องสั่งการไปยังโรงเรียนอนุบาล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนประถม ว่าเด็กที่มีความพิการจะต้องได้เข้าเรียน

กระทรวงสาธารณสุข (MOH)

กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการป้องกันและลดความพิการ ดังต่อไปนี้

  1. จัดการแผนงานด้านการป้องกันการเกิดโรคแก่เด็ก
  2. จัดหาสาธารณสุขมูลฐานและสุขอนามัย
  3. จัดหาแหล่งน้ำและน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภค บริโภค
  4. รณรงค์การป้องกันด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม
  5. ป้องกันและปราบปรามโรคมาลาเรีย
  6. ป้องกันและให้การรักษาวัณโรค
  7. ตรวจและให้การรักษาโรคผิวหนังและกามโรค
  8. ให้การรักษาโรคที่เกี่ยวกับ หู ตา จมูกและปาก
  9. ให้ความดูแลอนามัยของแม่และเด็ก
  10. จัดหามาตรการป้องกันโรคเอดส์

ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ (NCMR) โดยได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข (MOH) ให้จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการด้านการรักษาและการฟื้นฟูสมรรถภาพ จัดการระบบการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในประเทศ การประชุมเชิงปฏิบัติการ ดูแลโรงเรียนเพื่อเด็กพิการและการฝึกอาชีพ ให้การรักษาผู้ป่วยโรคผิวหนังและกามโรค (โรคเรื้อน) และรับผิดชอบด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชน (CBR)

กระทรวงมหาดไทย (MOI)

กรมตำรวจจราจร ได้รับมอบหมายจาก MOI ในการรับผิดชอบแผนงานป้องกันอุบัติภัย อันอาจก่อให้เกิดความพิการ โดยมีหน้าที่ดังนี้

  1. ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจราจรอย่างเคร่งครัด ด้วยการลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรและผู้เมาแล้วขับ
  2. ผู้ใช้รถจะต้องผ่านการอบรมความรู้ด้านจราจรและผ่านการสอบใบอนุญาตขับขี่
  3. จัดการอบรมกฎจราจรเชิงปฏิบัติการ ทั้งในโรงเรียนและที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

3.4 ความร่วมมือระดับภูมิภาค

มีองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชน หลากหลายองค์กร ที่ให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลสปป.ลาว ในรูปแบบของการป้องกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพ ตลอดจนให้การศึกษาแก่คนพิการ องค์กรดังกล่าวรวมถึงองค์การสหประชาชาติ องค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและเกษตร คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียละแปซิฟิก องค์การกองทุนเด็กระหว่างประเทศ องค์การร่วมมือทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างประเทศ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ องค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐอเมริกา องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น World Vision, World Concern, SCF/UK, DED และ Handicap International

3.5 ข้อมูลเชิงสถิติ

ปัจจุบัน หน่วยงานที่ทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการของประเทศลาวนั้นมีอยู่ 2 แห่งด้วยกันคือ I) กระทรวงสาธารณสุข และ POWER ทำการสำรวจจำนวนคนพิการในปี 2539 II) กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และ Handicap International ได้ทำการสำรวจผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดจากทุ่นระเบิด ใน สปป.ลาว ในปี 2540 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้มานั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจ

จากการสำรวจข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และ POWER ซึ่งได้ทำการตรวจสอบและเข้าถึงในพื้นที่ทุกเมืองและทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการค้นหาจำนวนของคนพิการ (แขน –ขาขาด) ที่มีสาเหตุจากอุบัติเหตุในการระเบิดเหมือง การเกิดระเบิดจากสรรพาวุธต่างๆ ตลอดจนอุบัติเหตุอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บ การติดเชื้อในกระดูก โรคมะเร็ง โรคเรื้อน หรือเกิดจากความยากจนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิด หรือการทำเหมือง

การสำรวจข้อมูลโดยกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และ Handicap International เป็นการสำรวจครั้งแรกในระดับประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากกับระเบิด ต่อสปป.ลาว จากการสำรวจดังกล่าวพบว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย มีจำนวนลดลง 5,495 คน โดยส่วนใหญ่จำนวน 4,632 กรณี คิดเป็นร้อยละ 84 เสียชีวิตทันที ร้อยละ 11 เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล และอีก 265 กรณี คิดเป็นร้อยละ 5 เสียชีวิตขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล สำหรับผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นคนพิการและตกเป็นภาระของครอบครัว

3.6 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลสปป.ลาว ไม่ได้มีการบัญญัติกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของคนพิการโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม กฎหมายของประเทศและรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่รับรองสิทธิของประชาชนทุกคนตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคนพิการก็มีสิทธิเท่าเทียมกับพลเมืองอื่นในประเทศ

กฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคนพิการตีพิมพ์และเผยแพร่ในสปป.ลาว มีดังนี้

กฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ

  1. ที่อยู่ในบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองลาว
  2. พระราชบัญญัติฉบับที่ 18/PMO โดยนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 27 มกราคม 2538
  3. พระราชบัญญัติฉบับที่ 138/PMO โดยนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ
  4. กฎหมายแรงงาน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2537
    1. ในหมวดที่ 11 ของกฎหมาย (อุบัติเหตุจากการทำงาน) มาตราที่ 51, 52, และ 53 ตามลำดับ โดยอยู่บนสมมติฐานการกำหนดรูปแบบของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน การให้ความช่วยเหลือและการจ่ายค่าเงินทดแทนให้แก่ผู้ประสบอุบัติเหตุและผู้ที่ได้รับการเจ็บป่วยจากการทำงาน
    2. หมวดที่ 9 แห่งกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นภาษีเงินได้และสวัสดิการสังคม มาตรา48 ครอบคลุมถึงเรื่องกองทุนสวัสดิการสังคม
  5. พระราชบัญญัติฉบับที่ 178/PM ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2536 ในแผนสวัสดิการสังคมของลูกจ้างของรัฐซึ่งมีผลบังคับใช้จริงและมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้สูญเสียอวัยวะ มาตราที่ 6.1 ของพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวข้องกับประเภทของความพิการที่เกิดจากการต่อสู้ในสงคราม ความพิการจากกิจกรรมอื่นอันเนื่องมาจากสงคราม และความพิการที่เกิดจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานที่สังกัด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ตาราง 5
ประเภทของความพิการ
การจัดหมวดหมู่ความพิการ ระดับของความพิการ
พิเศษ

81-100%

กลุ่มที่ 1

71-81%

กลุ่มที่ 2

61-70%

กลุ่มที่ 3

51-60%

กลุ่มที่ 4

41-50%

การจัดแบ่งหมวดหมู่ของคนพิการเพื่อให้มีผลตามกฎหมายข้างต้น จัดทำโดยคณะกรรมาธิการด้านการแพทย์ โดยเงินทดแทนดังกล่าวคิดจากฐานเงินเดือนขั้นต่ำสุดของ Public Service Sector (LSLPSS) โดยการจ่ายเงินทดแทนนั้นมี 2 วิธีคือ

1. ให้คนพิการเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านพักคนพิการ ทำงาน และรับเบี้ยบำนาญสำรองเลี้ยงชีพตามรายละเอียดต่อไปนี้

ตาราง 6
เบี้ยบำนาญสำรองเลี้ยงชีพ
การจัดหมวดหมู่ความพิการ เงินเดือน ค่าตอบแทน ระยะเวลา
พิเศษ
100% ของอัตราเงินเดือนที่เคยได้รับ

100%

ตลอดชีวิต
ค่าตอบแทนผู้ช่วยคนพิการ
100% ของ LSLPSS

None

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่ 1

-

40%

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่ 2

-

30%

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่ 3

-

20%

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่ 4

-

10%

ตลอดชีวิต

2. คนพิการที่มีความสมัครใจกลับไปอยู่บ้าน หรือไปตั้งรกรากอยู่ในเขตชนบทของประเทศโดยไม่ขอรับเงินเดือน และ/หรือเบี้ยบำนาญ จะได้รับค่าตอบแทนดังต่อไปนี้

ตาราง 7
ค่าตอบแทนคนพิการที่กลับไปอยู่ชนบทโดยสมัครใจ
การจัดหมวดหมู่ความพิการ เงินเดือน ระยะเวลา
พิเศษ

150% of : LSLPSS

ตลอดชีวิต
ค่าตอบแทนผู้ช่วยคนพิการ

100%

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่ 1

100%

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่ 2

100%

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่3

100%

ตลอดชีวิต
กลุ่มที่ 4

100%

ตลอดชีวิต

นอกจากนี้ มาตรา 6.4 ยังให้การรับรองแก่คนพิการที่สูญเสียแขน ขา (Amputee) ที่มีความต้องการอวัยวะเทียมและเครื่องช่วยความพิการ กองทุนสวัสดิการสังคมจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดโดยได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล การบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวทั่วประเทศ เป็นการประสานงานกันระหว่างกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

6. 6. พระราชบัญญัติในแผนงานสวัสดิการสังคมสำหรับสหพันธ์แรงงาน (Corporate Employee) พิจารณาลงนามโดยนายกรัฐมนตรี Sisaved Keobounphang

สวัสดิการสังคมที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ มีผลบังคับใช้สำหรับลูกจ้างในกิจการที่รัฐเป็นเจ้าของ กิจการของเอกชน และกิจการร่วมทุนในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ภาคบริการ และกิจการใดๆ ที่มีการจ้างแรงงานมากกว่า 10 คนขึ้นไป

พระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ควบคุมกลุ่มเป้าหมายใน 10 สาขาที่เกี่ยวข้องกับคนพิการดังนี้

  • กองทุนประกันสุขภาพ
  • กองทุนเงินชดเชยระยะสั้น
  • กองทุนเงินชดเชยสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน และ/หรือโรคที่เกิดจากการทำงาน
  • กองทุนค่าตอบแทนระยะยาว (สำรองเลี้ยงชีพคนพิการ ครอบครัวของผู้ป่วย)

มาตรา 54 กำหนดให้มีการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานและโรคที่เกิดจากการทำงาน โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

  • การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • การจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ชั่วคราว
  • การจ่ายเงินทดแทนผู้ให้การดูแล (ผู้ให้ความช่วยเหลือคนพิการ)
  • การจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้จากการทำงานโดยถาวร
  • การจ่ายเงินทดแทนในการจัดพิธีฌาปนกิจ
  • การจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวของคนพิการ

มาตรา 56 ในกรณีที่สูญเสียความสามารถในการทำงานชั่วคราว ลูกจ้างที่มีประกัน ซึ่งต้องหยุดงานเนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน และ/หรือ โรคที่เกิดจากการทำงาน โดยการประกันดังกล่าวให้สิทธิโดยจ่ายเงินทดแทนจนกว่าลูกจ้างจะสามารถกลับมาทำงานได้

มาตรา 58 ในหมวดที่8 (การเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุจากการทำงานและโรคที่เกิดจากการทำงาน) ซึ่งแสดงวิธีการคำนวณค่าตอบแทน ดังต่อไปนี้

  • ร้อยละ 100 ของเงินเดือนหรือค่าจ้าง ของการประกันลูกจ้างใน 6 เดือนแรก
  • ร้อยละ 60 ของเงินเดือนหรือค่าจ้าง ของการประกันลูกจ้างในเดือนที่ 7 ถึงเดือนที่ 18
  • หลังจากเดือนที่18 ลูกจ้างจะได้รับสิทธิในการรับค่าตอบแทน ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ สำหรับการเผยแพร่และบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและคณะกรรมการสวัสดิการสังคม

ร่างกฎหมายภายใต้การพิจารณาของสภาแห่งชาติ

การร่างกฎหมายภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการสภาแห่งชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้คนพิการในลาวได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการขนส่งสาธารณะ การศึกษา การฝึกอาชีพ และได้รับการจ้างงานจากทั้งภาครัฐและเอกชน

3.7 ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม

ในสปป.ลาว มีนโยบายที่ให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคมแก่คนพิการในหลายด้าน เช่น

  1. จัดหาที่อยู่อาศัยให้อย่างเพียงพอ
  2. จัดหาการจ้างงานในภาคบริการสาธารณะ โดยเสมอภาคกับคนทั่วไป
  3. ให้ความสำคัญต่อโครงการที่เสนอโดยคนพิการ เพื่อที่จะนำไปปรับปรุงและช่วยให้คนพิการประกอบอาชีพได้ง่ายขึ้น การเข้าถึงอาคารของรัฐบาลและการเข้าออกในอาคารต่างๆ ตลอดจนการใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ทั่วประเทศ

3.8 การบริการด้านการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก

ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ (NCMR) กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ให้การฟื้นฟูทางการแพทย์แก่คนพิการ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ให้การสนับสนุน เทคนิคการฟื้นฟูสมรรถภาพของทั้งส่วนกลาง ในระดับจังหวัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR)

นอกจากนี้ยังมีภาระหน้าที่ในการฝึกอบรมด้านเทคนิคแก่เจ้าหน้าที่ที่ให้การบำบัด และได้ทำการขยายเครือข่ายไปยัง 16 จังหวัดและ 6 อำเภอทั่วประเทศ

From 1995, a course on medical rehabilitation was included in the medical studies curriculum at the local university. Medical students studying in the fifth year must attend 60 hours of both theoretical and practical training on medical rehabilitation. Moreover, they have to assist doctors and nurses in providing care for PWDs.

ตั้งแต่ปี 2538 วิชาเวชศาสตร์การฟื้นฟูได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยท้องถิ่น นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 5 จะต้องเข้าเรียนวิชาดังกล่าวทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติรวม 60 ชั่วโมงนอกจากนั้น นักศึกษายังต้องมาเป็นผู้ช่วยแพทย์และพยาบาลในการให้ความดูแลคนพิการด้วย

อุปสรรคในการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพในสปป.ลาวมีดังนี้

  • บางครอบครัวไม่เชื่อว่าการฟื้นฟูมีประโยชน์ต่อคนพิการ
  • เครือข่ายการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการของรัฐยังไม่สามารถเข้าถึงประชาชนในระดับรากหญ้า โดยสามารถดำเนินการได้เพียงในระดับจังหวัดเท่านั้น
  • การอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการฟื้นฟูได้
  • บางครอบครัวมีความคิดว่า การบังคับให้เด็กเข้ารับการฟื้นฟูเป็นเรื่องที่ผิด
  • เนื่องจากความยากจน พ่อแม่จึงไม่สามารถจะส่งเด็กเข้ารับการบำบัด และ/หรือการฟื้นฟูในระยะยาวได้
  • เนื่องจากความยากจน สมาชิกในครอบครัวจึงต้องอุทิศเวลาทั้งหมดในการหาเลี้ยงครอบครัว จึงทำให้เวลาในการดูแลคนพิการมีจำกัด/li>
  • ผู้ปกครองไม่เข้าใจวิธีช่วยเหลือ และฝึกลูกของตนในเรื่องการพึ่งตนเองและการฟื้นฟูขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม (กายภาพบำบัด)

สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID), World Vision และ POWER ได้ให้ความช่วยเหลือในการสนับสนุนเครื่องมือสำหรับคนพิการเช่น อวัยวะเทียมและการฟื้นฟูสมรรถภาพ และขาเทียมสำหรับคนพิการขาขาด เป็นต้น

3.9 การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR)

______

3.10 ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ

______

3.11 ความตระหนักรู้ของสาธารณชน

ทัศนคติของคนบางส่วนที่มีต่อคนพิการในประเทศลาว ได้เปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่รัฐมนตรีทุกท่าน องค์กรต่างๆ และเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด ได้รับรายงานการประชุมฉบับแปลในต้นปี 2539 การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2538 โดยได้มีการเปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินงานของกลุ่มประเทศในเขตอาเซียนและภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2539 การประชุมเชิงวิชาการด้านความร่วมมือเพื่อคนพิการจัดขึ้นในประเทศลาวโดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 24 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากกรมการสวัสดิการสังคมและหน่วยบริการสุขภาพและการฟื้นฟู การสร้างความตระหนักในสังคมนั้นดำเนินการผ่านการรณรงค์ โดยการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันสาเหตุของความพิการ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาคของคนพิการ ซึ่งการรณรงค์ดังกล่าวประกอบด้วย

  1. นำเสนอสื่อโฆษณาทางสถานีโทรทัศน์ในชื่อเรื่อง "ชีวิตนั้นมีคุณค่า"
  2. แจกจ่ายคู่มือ และแผ่นโปสเตอร์เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุจากการระเบิดในสงครามกลางเมืองที่ผ่านมา อุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ และการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการ
  3. จัดให้มีการสัมมนาและฝึกอบรมในเรื่องของการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) และการดูแลสุขภาพเบื้องต้น (PHC) ในทั่วประเทศ และมีการจัดคอนเสิร์ตการกุศลและงานเต้นรำประกอบดนตรีขึ้น เพื่อหารายได้ในการจัดตั้งกองทุนและเพื่อเฟ้นหาศิลปินคนพิการที่มีพรสวรรค์ ซึ่งในการแสดงของคนพิการดังกล่าว ได้รับการตอบรับที่ดีจากสังคมทุกชนชั้น

3.12 กีฬา

______

3.13 การป้องกัน

รัฐบาลสปป.ลาว ได้ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชน ในการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันสาเหตุของความพิการโดย

  1. จัดโครงการฉีดวัคซีนป้องกันความพิการระดับชาติ
  2. จัดโครงการป้องกันและดูแลสุขภาพในแม่และเด็ก
  3. การรักษาโรคตา
  4. จัดโครงการป้องกันทุ่นระเบิด
  5. การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) และการดูแลสุขภาพเบื้องต้น (PHC)

นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการป้องกันอุบัติภัยบนท้องถนนจากการเมาแล้วขับอีกด้วย

จุดมุ่งหมาย 7 ประการ ภายใต้กรอบการปฏิบัติงานบีวาโกะ (BMF)

3.14 องค์กรพึ่งตนเองของคนพิการ ครอบครัว และผู้ปกครองที่เกี่ยวข้อง

______

3.15 การค้นหาและการป้องกันความพิการตั้งแต่แรกเริ่ม และการให้การศึกษาแก่คนพิการ

รัฐบาลได้จัดให้มีการเรียนการศึกษาพิเศษ ให้กับเด็กที่มีความพิการทั้งในการมองเห็นและการได้ยินมาตั้งแต่ปี 2536 การเรียนการสอนดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พ่อแม่ของเด็ก แต่โรงเรียนสามารถรับเด็กได้ในจำนวนที่จำกัด ทำให้ผู้สมัครเพียงบางรายเท่านั้นที่สามารถเข้าเรียนได้ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดของหอพักที่มีไม่เพียงพอสำหรับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

อุปสรรคทางการเข้าศึกษาของคนพิการมีดังนี้

  • พ่อแม่และญาติ ยังไม่มีความเข้าใจถึงความสำคัญของการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ถึงแม้ในความเป็นจริง รัฐบาลจะได้กำหนดให้การศึกษาระดับประถม เป็นการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ปี 2538 โดยไม่ได้มีการแบ่งแยกเด็กพิการและเด็กทั่วไปก็ตาม
  • บางครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการส่งลูกหลานของตนมาเข้าโรงเรียนเนื่องจากฐานะของครอบครัวที่ไม่เอื้ออำนวย
  • พ่อแม่บางคนกลัวว่าลูกของตนจะถูกล้อเลียน กลั่นแกล้ง และถูกทำร้ายโดยเด็กทั่วไป
  • ผู้ปกครองบางคนรู้สึกอาย ที่จะส่งลูกหลานของตนเข้าโรงเรียน
  • ไม่มีหนทางที่จะนำลูกหลานไปโรงเรียนได้
  • ทางโรงเรียนไม่ยอมรับเด็กเข้าเรียน
  • พ่อแม่ ผู้ปกครอง และญาติไม่เป็นกำลังใจ ในการที่จะสนับสนุนให้เด็กได้เข้าเรียน
  • ไม่มีโรงเรียนสำหรับเด็กพิการตั้งอยู่ในละแวกชุมชน
  • คนพิการไม่ได้รับกระตุ้นให้อยากเรียน

หลังจากบรรจุหลักสูตรการศึกษาระดับประถมให้เป็นการศึกษาภาคบังคับ ในปี 2538 โดยกระทรวงศึกษาธิการแล้วนั้น ทุกโรงเรียน จะต้องรับเด็กพิการเข้าเรียนโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

เนื่องจากความขาดแคลนของครอบครัวคนพิการดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีการมอบหมายงานดังนี้

  1. ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ (NCMR) จะเข้ามาเป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งโรงเรียนฝึกสอนภาษามือสำหรับคนหูหนวก/ผู้สูญเสียการได้ยินในกำแพงนครเวียงจันทร์และแขวงสะหวันนะเขต
  2. NCMR ควรเข้าไปมีส่วนในการก่อตั้งโรงเรียนฝึกสอนอักษรเบรลล์ โดยมีการตั้งเป้าหมายให้เด็กพิการที่เข้ารับการฝึก สามารถอ่านหนังสือ และตอบสนองได้ภายใน 2-3 ปี ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถเข้าเรียนต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในกำแพงนครเวียงจันทร์ได้
  3. จะมีการสร้างโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมสำหรับผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมใน 8 จังหวัด (แขวง)
  4. จัดให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนพิการเล่นดนตรีพื้นเมืองและเล่นกีฬา

ทั้งนี้ โครงการการศึกษาร่วมได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2536 โดยความร่วมมือจากองค์การกองทุนคุ้มครองเด็ก ประเทศอังกฤษ (SCF)

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ช่วยสนับสนุนให้เด็กพิการให้ได้เข้าเรียนในระดับอนุบาล ประถมศึกษาและระดับก่อนมัธยมศึกษาโดยไม่เลือกปฏิบัติ

จากความพยายามที่จะส่งเสริมการศึกษาสำหรับคนพิการนั้น รัฐบาลจึงได้มีการร่างหลักสูตรเพื่อนำไปฝึกอบรมให้แก่ครูที่จะมาสอนเด็กและคนพิการ

3.16 การฝึกอบรมและการจ้างงาน

การจัดหาผู้เชี่ยวชาญและการฝึกอาชีพสำหรับคนพิการนั้นมีความเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องหลายประการและเป็นประเด็นที่ค่อนข้างสำคัญด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  • คนพิการส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่รู้หนังสือและมีความรู้พื้นฐานน้อยมาก
  • ยังไม่มีการจัดตั้งสถาบันฝึกอาชีพเฉพาะทางแก่คนพิการ
  • ไม่มีการให้การรับรองแก่คนพิการ ในการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมที่เหมาะสมที่จะช่วยให้พวกเขาเป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงานได้
  • ความเคลื่อนไหวของคนพิการ ยังอยู่ในระดับที่ด้อยมาก ซึ่งทำให้คนพิการถูกกีดกันจากโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถ
  • คนพิการยังคงเคลื่อนไหวได้น้อย และ/หรือยังมีแรงกระตุ้นอยู่ในระดับต่ำ
  • ถึงแม้รัฐบาลยังคงให้ความสนใจแก่คนพิการอย่างต่อเนื่อง และคนพิการส่วนหนึ่งก็ได้มีโอกาสได้รับการฝึกอาชีพซึ่งทำให้พวกเขาช่วยเหลือตนเองได้ แต่อย่างไรก็ตามคนพิการที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็ยังคงมีจำนวนไม่มากนัก

รัฐบาลได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอาชีพแบบครบวงจรในกำแพงนครเวียงจันทร์ ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการจ้างงานสำหรับคนพิการ เพื่อที่จะช่วยหาตำแหน่งงานี้เหมาะสมกับทักษะของคนพิการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ยังได้พัฒนาหลักสูตรการตัดเย็บเสื้อผ้าและงานหัตถกรรมการผลิตกระดาษ ศูนย์ฝึกอาชีพได้ก่อตั้งใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยจะดำเนินงานโดย St. Paul de Charter of Thailand สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมนั้น ยังรวมถึงคอมพิวเตอร์ บัญชี ภาษาอังกฤษ เกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ การตัดเย็บเสื้อผ้าและงานหัตถกรรม ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ (NCMR) ยังได้มีความคิดที่จะก่อตั้งศูนย์การฝึกอาชีพแบบครบวงจรสำหรับคนหูหนวก และยังได้จัดหาอาชีพเช่นช่างไม้ ช่างตีเหล็ก และอาชีพอื่นๆ หากได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากต่างประเทศ

3.17 สิ่งอำนวยความสะดวกและการขนส่งสาธารณะ

ปัจจุบัน สปป.ลาวยังขาดนโยบายในการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิสังขรณ์ และขยายการก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่คนพิการ มีเพียงหลักเกณฑ์การออกแบบและโครงร่างการก่อสร้างและงานบำรุงรักษาโดยทั่วไป ดังนั้น คนพิการจึงไม่สามารถเข้าถึงอาคารต่างๆ ทั้งส่วนบริการสาธารณะ อาคารของรัฐ โรงพยาบาล โรงเรียน และถนน ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า ยังคงอันตรายและยากลำบากสำหรับผู้ใช้รถเข็นและไม้ค้ำยัน

เนื่องจากคนพิการในสังคมมีจำนวนมากขึ้นและจากจำนวนนักเรียนพิการที่มากขึ้นที่สมัครเข้าเรียนในโรงเรียน ครูจึงมีความเข้าใจ ในความจำเป็นที่จะต้องมีห้องเรียน ห้องน้ำ และระบบสาธารณูปโภคอื่นๆที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เด็กที่มีความพิการมากขึ้น ดังนั้นจึงได้มีการนำเอาหลักสูตรการออกแบบอาคารเพื่อคนพิการมาบรรจุไว้ในคณะสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องความสามารถในการเข้าถึงอาคารสถานที่ของคนพิการ CBR และการศึกษาแบบเรียนร่วม ยังได้มีการนำมาหารือกับหน่วยงานของจังหวัด ผู้นำหมู่บ้านและครู

3.18 การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร

______

3.19 การบรรเทาความยากจนด้วยการสร้างศักยภาพ สวัสดิการสังคม และการมีคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน

______




Logo of Japan International Cooperation Agency (JICA)
Logo of Ministry of Social Development and Human Security


Valid XHTML 1.0 Strict! Valid CSS!
  © , APCD Project. All rights reserved.
last updated: