ปัจจุบัน สปป.ลาวยังไม่มีการให้คำจำกัดความของคำว่าคนพิการไว้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ได้มีการหารือกันในการประชุมเรื่อง "ยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชาติเพื่อคนพิการ" เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
ในการประชุมดังกล่าว ที่ได้กำหนดกรอบความเข้าใจในความหมายของคำว่าคนพิการเอาไว้ว่า "บุคคลผู้ซึ่งถูกซ่อนเร้นความสามารถในการที่จะกระทำการใดๆ"ผู้เข้าร่วมประชุม ยังได้ร่วมกันบ่งชี้ปัจจัยหลักของความพิการว่า เป็นความพิการแต่กำเนิด เกิดจากโรคภัย และเกิดจากความบาดเจ็บในสงครามและอุบัติเหตุ
รัฐบาลสปป.ลาว ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อคนพิการแห่งชาติขึ้น โดยการนำของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม มีนายกรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข รองนายกรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และรองนายกรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเป็นคณะกรรมการ และมีคณะทำงานเป็นตัวแทนจากกระทรวงดังกล่าว
คณะกรรมการแห่งชาตินี้ ได้มีการดำเนินงานไปพร้อมกับการดำเนินงานของรัฐ มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับคนพิการ รวมถึงการป้องกันเหตุที่จะทำให้เกิดความพิการ การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรวมถึงการบริการจัดหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และบริการด้านการให้การศึกษาแก่คนพิการ หน่วยงานของรัฐและองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากจะดำเนินการตามหน้าที่และความรับผิดชอบของตนแล้วยังได้มีการประสานงานกันอีกด้วย
ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ได้จัดการประชุมเรื่อง "ยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชาติเพื่อคนพิการ"โดยมีหัวข้อหลักของการประชุมดังกล่าวคือ การให้คำนิยามของคำว่าคนพิการ พิจารณาถึงปัญหาของคนพิการ ประชากรคนพิการใน สปป. ลาว และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ
กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (MOLSW) เกี่ยวข้องกับคนพิการในด้านการให้ความช่วยเหลือการฝึกอาชีพ การจ้างงาน และการดูแลคนพิการที่เกิดจากสงครามทุ่นระเบิด
องค์กรที่อยู่ภายใต้การดูแลของ MOLSW ได้แก่ 1) กรมการทหารผ่านศึกสูงอายุ (ส่วนกลาง) 2) ศูนย์บริการแรงงานและสวัสดิการสังคมระดับจังหวัด และ กองสวัสดิการทหารผ่านศึก
นอกจากนี้ MOLSW ยังมีความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศในการปฏิบัติการเก็บกู้ให้ทุ่นระเบิดให้หมดสิ้นไปจากประเทศ
แผนผังที่ 1: ผังองค์กรของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
Descriptionแผนผังที่ 2: แผนการดำเนินงานถึงปี พ.ศ. 2553
คณะกรรมการเพื่อคนพิการ ระดับจังหวัด |
คณะกรรมการเพื่อคนพิการ ระดับตำบล |
กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดการศึกษาภาคบังคับของทั้งเด็กทั่วไปและเด็กที่มีความพิการทั่วประเทศ ด้วยอำนาจหน้าที่ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องสั่งการไปยังโรงเรียนอนุบาล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนประถม ว่าเด็กที่มีความพิการจะต้องได้เข้าเรียน
กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการป้องกันและลดความพิการ ดังต่อไปนี้
ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ (NCMR) โดยได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข (MOH) ให้จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการด้านการรักษาและการฟื้นฟูสมรรถภาพ จัดการระบบการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในประเทศ การประชุมเชิงปฏิบัติการ ดูแลโรงเรียนเพื่อเด็กพิการและการฝึกอาชีพ ให้การรักษาผู้ป่วยโรคผิวหนังและกามโรค (โรคเรื้อน) และรับผิดชอบด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชน (CBR)
กรมตำรวจจราจร ได้รับมอบหมายจาก MOI ในการรับผิดชอบแผนงานป้องกันอุบัติภัย อันอาจก่อให้เกิดความพิการ โดยมีหน้าที่ดังนี้
มีองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชน หลากหลายองค์กร ที่ให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลสปป.ลาว ในรูปแบบของการป้องกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพ ตลอดจนให้การศึกษาแก่คนพิการ องค์กรดังกล่าวรวมถึงองค์การสหประชาชาติ องค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและเกษตร คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียละแปซิฟิก องค์การกองทุนเด็กระหว่างประเทศ องค์การร่วมมือทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างประเทศ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ องค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐอเมริกา องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น World Vision, World Concern, SCF/UK, DED และ Handicap International
ปัจจุบัน หน่วยงานที่ทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการของประเทศลาวนั้นมีอยู่ 2 แห่งด้วยกันคือ I) กระทรวงสาธารณสุข และ POWER ทำการสำรวจจำนวนคนพิการในปี 2539 II) กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และ Handicap International ได้ทำการสำรวจผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดจากทุ่นระเบิด ใน สปป.ลาว ในปี 2540 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้มานั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
จากการสำรวจข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และ POWER ซึ่งได้ทำการตรวจสอบและเข้าถึงในพื้นที่ทุกเมืองและทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการค้นหาจำนวนของคนพิการ (แขน ขาขาด) ที่มีสาเหตุจากอุบัติเหตุในการระเบิดเหมือง การเกิดระเบิดจากสรรพาวุธต่างๆ ตลอดจนอุบัติเหตุอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บ การติดเชื้อในกระดูก โรคมะเร็ง โรคเรื้อน หรือเกิดจากความยากจนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิด หรือการทำเหมือง
การสำรวจข้อมูลโดยกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และ Handicap International เป็นการสำรวจครั้งแรกในระดับประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากกับระเบิด ต่อสปป.ลาว จากการสำรวจดังกล่าวพบว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย มีจำนวนลดลง 5,495 คน โดยส่วนใหญ่จำนวน 4,632 กรณี คิดเป็นร้อยละ 84 เสียชีวิตทันที ร้อยละ 11 เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล และอีก 265 กรณี คิดเป็นร้อยละ 5 เสียชีวิตขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล สำหรับผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นคนพิการและตกเป็นภาระของครอบครัว
รัฐบาลสปป.ลาว ไม่ได้มีการบัญญัติกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของคนพิการโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม กฎหมายของประเทศและรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่รับรองสิทธิของประชาชนทุกคนตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคนพิการก็มีสิทธิเท่าเทียมกับพลเมืองอื่นในประเทศ
กฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคนพิการตีพิมพ์และเผยแพร่ในสปป.ลาว มีดังนี้
| การจัดหมวดหมู่ความพิการ | ระดับของความพิการ |
|---|---|
| พิเศษ | 81-100% |
| กลุ่มที่ 1 | 71-81% |
| กลุ่มที่ 2 | 61-70% |
| กลุ่มที่ 3 | 51-60% |
| กลุ่มที่ 4 | 41-50% |
การจัดแบ่งหมวดหมู่ของคนพิการเพื่อให้มีผลตามกฎหมายข้างต้น จัดทำโดยคณะกรรมาธิการด้านการแพทย์ โดยเงินทดแทนดังกล่าวคิดจากฐานเงินเดือนขั้นต่ำสุดของ Public Service Sector (LSLPSS) โดยการจ่ายเงินทดแทนนั้นมี 2 วิธีคือ
1. ให้คนพิการเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านพักคนพิการ ทำงาน และรับเบี้ยบำนาญสำรองเลี้ยงชีพตามรายละเอียดต่อไปนี้
| การจัดหมวดหมู่ความพิการ | เงินเดือน | ค่าตอบแทน | ระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| พิเศษ | 100% ของอัตราเงินเดือนที่เคยได้รับ |
100% |
ตลอดชีวิต |
| ค่าตอบแทนผู้ช่วยคนพิการ | 100% ของ LSLPSS |
None |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่ 1 | - |
40% |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่ 2 | - |
30% |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่ 3 | - |
20% |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่ 4 | - |
10% |
ตลอดชีวิต |
2. คนพิการที่มีความสมัครใจกลับไปอยู่บ้าน หรือไปตั้งรกรากอยู่ในเขตชนบทของประเทศโดยไม่ขอรับเงินเดือน และ/หรือเบี้ยบำนาญ จะได้รับค่าตอบแทนดังต่อไปนี้
| การจัดหมวดหมู่ความพิการ | เงินเดือน | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| พิเศษ | 150% of : LSLPSS |
ตลอดชีวิต |
| ค่าตอบแทนผู้ช่วยคนพิการ | 100% |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่ 1 | 100% |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่ 2 | 100% |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่3 | 100% |
ตลอดชีวิต |
| กลุ่มที่ 4 | 100% |
ตลอดชีวิต |
นอกจากนี้ มาตรา 6.4 ยังให้การรับรองแก่คนพิการที่สูญเสียแขน ขา (Amputee) ที่มีความต้องการอวัยวะเทียมและเครื่องช่วยความพิการ กองทุนสวัสดิการสังคมจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดโดยได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล การบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวทั่วประเทศ เป็นการประสานงานกันระหว่างกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
| 6. | 6. พระราชบัญญัติในแผนงานสวัสดิการสังคมสำหรับสหพันธ์แรงงาน (Corporate Employee) พิจารณาลงนามโดยนายกรัฐมนตรี Sisaved Keobounphang |
สวัสดิการสังคมที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ มีผลบังคับใช้สำหรับลูกจ้างในกิจการที่รัฐเป็นเจ้าของ กิจการของเอกชน และกิจการร่วมทุนในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ภาคบริการ และกิจการใดๆ ที่มีการจ้างแรงงานมากกว่า 10 คนขึ้นไป
พระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ควบคุมกลุ่มเป้าหมายใน 10 สาขาที่เกี่ยวข้องกับคนพิการดังนี้
มาตรา 54 กำหนดให้มีการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานและโรคที่เกิดจากการทำงาน โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้
มาตรา 56 ในกรณีที่สูญเสียความสามารถในการทำงานชั่วคราว ลูกจ้างที่มีประกัน ซึ่งต้องหยุดงานเนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน และ/หรือ โรคที่เกิดจากการทำงาน โดยการประกันดังกล่าวให้สิทธิโดยจ่ายเงินทดแทนจนกว่าลูกจ้างจะสามารถกลับมาทำงานได้
มาตรา 58 ในหมวดที่8 (การเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุจากการทำงานและโรคที่เกิดจากการทำงาน) ซึ่งแสดงวิธีการคำนวณค่าตอบแทน ดังต่อไปนี้
การร่างกฎหมายภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการสภาแห่งชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้คนพิการในลาวได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการขนส่งสาธารณะ การศึกษา การฝึกอาชีพ และได้รับการจ้างงานจากทั้งภาครัฐและเอกชน
ในสปป.ลาว มีนโยบายที่ให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคมแก่คนพิการในหลายด้าน เช่น
ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ (NCMR) กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ให้การฟื้นฟูทางการแพทย์แก่คนพิการ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ให้การสนับสนุน เทคนิคการฟื้นฟูสมรรถภาพของทั้งส่วนกลาง ในระดับจังหวัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR)
นอกจากนี้ยังมีภาระหน้าที่ในการฝึกอบรมด้านเทคนิคแก่เจ้าหน้าที่ที่ให้การบำบัด และได้ทำการขยายเครือข่ายไปยัง 16 จังหวัดและ 6 อำเภอทั่วประเทศ
From 1995, a course on medical rehabilitation was included in the medical studies curriculum at the local university. Medical students studying in the fifth year must attend 60 hours of both theoretical and practical training on medical rehabilitation. Moreover, they have to assist doctors and nurses in providing care for PWDs.
ตั้งแต่ปี 2538 วิชาเวชศาสตร์การฟื้นฟูได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยท้องถิ่น นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 5 จะต้องเข้าเรียนวิชาดังกล่าวทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติรวม 60 ชั่วโมงนอกจากนั้น นักศึกษายังต้องมาเป็นผู้ช่วยแพทย์และพยาบาลในการให้ความดูแลคนพิการด้วย
อุปสรรคในการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพในสปป.ลาวมีดังนี้
สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID), World Vision และ POWER ได้ให้ความช่วยเหลือในการสนับสนุนเครื่องมือสำหรับคนพิการเช่น อวัยวะเทียมและการฟื้นฟูสมรรถภาพ และขาเทียมสำหรับคนพิการขาขาด เป็นต้น
______
______
ทัศนคติของคนบางส่วนที่มีต่อคนพิการในประเทศลาว ได้เปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่รัฐมนตรีทุกท่าน องค์กรต่างๆ และเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด ได้รับรายงานการประชุมฉบับแปลในต้นปี 2539 การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2538 โดยได้มีการเปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินงานของกลุ่มประเทศในเขตอาเซียนและภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2539 การประชุมเชิงวิชาการด้านความร่วมมือเพื่อคนพิการจัดขึ้นในประเทศลาวโดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 24 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากกรมการสวัสดิการสังคมและหน่วยบริการสุขภาพและการฟื้นฟู การสร้างความตระหนักในสังคมนั้นดำเนินการผ่านการรณรงค์ โดยการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันสาเหตุของความพิการ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาคของคนพิการ ซึ่งการรณรงค์ดังกล่าวประกอบด้วย
______
รัฐบาลสปป.ลาว ได้ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชน ในการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันสาเหตุของความพิการโดย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการป้องกันอุบัติภัยบนท้องถนนจากการเมาแล้วขับอีกด้วย
______
รัฐบาลได้จัดให้มีการเรียนการศึกษาพิเศษ ให้กับเด็กที่มีความพิการทั้งในการมองเห็นและการได้ยินมาตั้งแต่ปี 2536 การเรียนการสอนดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พ่อแม่ของเด็ก แต่โรงเรียนสามารถรับเด็กได้ในจำนวนที่จำกัด ทำให้ผู้สมัครเพียงบางรายเท่านั้นที่สามารถเข้าเรียนได้ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดของหอพักที่มีไม่เพียงพอสำหรับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
อุปสรรคทางการเข้าศึกษาของคนพิการมีดังนี้
หลังจากบรรจุหลักสูตรการศึกษาระดับประถมให้เป็นการศึกษาภาคบังคับ ในปี 2538 โดยกระทรวงศึกษาธิการแล้วนั้น ทุกโรงเรียน จะต้องรับเด็กพิการเข้าเรียนโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ
เนื่องจากความขาดแคลนของครอบครัวคนพิการดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีการมอบหมายงานดังนี้
ทั้งนี้ โครงการการศึกษาร่วมได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2536 โดยความร่วมมือจากองค์การกองทุนคุ้มครองเด็ก ประเทศอังกฤษ (SCF)
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ช่วยสนับสนุนให้เด็กพิการให้ได้เข้าเรียนในระดับอนุบาล ประถมศึกษาและระดับก่อนมัธยมศึกษาโดยไม่เลือกปฏิบัติ
จากความพยายามที่จะส่งเสริมการศึกษาสำหรับคนพิการนั้น รัฐบาลจึงได้มีการร่างหลักสูตรเพื่อนำไปฝึกอบรมให้แก่ครูที่จะมาสอนเด็กและคนพิการ
การจัดหาผู้เชี่ยวชาญและการฝึกอาชีพสำหรับคนพิการนั้นมีความเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องหลายประการและเป็นประเด็นที่ค่อนข้างสำคัญด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
รัฐบาลได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอาชีพแบบครบวงจรในกำแพงนครเวียงจันทร์ ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการจ้างงานสำหรับคนพิการ เพื่อที่จะช่วยหาตำแหน่งงานี้เหมาะสมกับทักษะของคนพิการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ยังได้พัฒนาหลักสูตรการตัดเย็บเสื้อผ้าและงานหัตถกรรมการผลิตกระดาษ ศูนย์ฝึกอาชีพได้ก่อตั้งใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยจะดำเนินงานโดย St. Paul de Charter of Thailand สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมนั้น ยังรวมถึงคอมพิวเตอร์ บัญชี ภาษาอังกฤษ เกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ การตัดเย็บเสื้อผ้าและงานหัตถกรรม ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ (NCMR) ยังได้มีความคิดที่จะก่อตั้งศูนย์การฝึกอาชีพแบบครบวงจรสำหรับคนหูหนวก และยังได้จัดหาอาชีพเช่นช่างไม้ ช่างตีเหล็ก และอาชีพอื่นๆ หากได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากต่างประเทศ
ปัจจุบัน สปป.ลาวยังขาดนโยบายในการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิสังขรณ์ และขยายการก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่คนพิการ มีเพียงหลักเกณฑ์การออกแบบและโครงร่างการก่อสร้างและงานบำรุงรักษาโดยทั่วไป ดังนั้น คนพิการจึงไม่สามารถเข้าถึงอาคารต่างๆ ทั้งส่วนบริการสาธารณะ อาคารของรัฐ โรงพยาบาล โรงเรียน และถนน ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า ยังคงอันตรายและยากลำบากสำหรับผู้ใช้รถเข็นและไม้ค้ำยัน
เนื่องจากคนพิการในสังคมมีจำนวนมากขึ้นและจากจำนวนนักเรียนพิการที่มากขึ้นที่สมัครเข้าเรียนในโรงเรียน ครูจึงมีความเข้าใจ ในความจำเป็นที่จะต้องมีห้องเรียน ห้องน้ำ และระบบสาธารณูปโภคอื่นๆที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เด็กที่มีความพิการมากขึ้น ดังนั้นจึงได้มีการนำเอาหลักสูตรการออกแบบอาคารเพื่อคนพิการมาบรรจุไว้ในคณะสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องความสามารถในการเข้าถึงอาคารสถานที่ของคนพิการ CBR และการศึกษาแบบเรียนร่วม ยังได้มีการนำมาหารือกับหน่วยงานของจังหวัด ผู้นำหมู่บ้านและครู
______
______

