ต่อไปนี้เป็นสรุปหลักเกณฑ์ปฏิบัติในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะสำหรับคนพิการ (Code of Practice for Access for Disabled Persons to Public Building) ตามที่มีการประกาศใช้ในปี 2534
ข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้รถเข็น
ที่จอดรถและทางเข้า
ที่จอดรถที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว ควรจะมีการสำรองที่จอดรถสำหรับยานพาหนะของคนพิการ 1 ช่อง ต่อที่จอดรถ 100 ช่อง หรือจำนวนขั้นต่ำ 2 ช่อง โดยควรจะมีความกว้างอย่างน้อย 3,000 ม.ม. สร้างบนพื้นเรียบและทำสัญลักษณ์ที่จอดรถสำหรับคนพิการ
ควรจะมีทางเข้าที่สะดวกต่อการใช้อยู่บนชั้นแรกของอาคารซึ่งสามารถเข้าไปถึงตัวลิฟต์ได้ (ดู 4.a) ที่จอดรถที่สำรองไว้ควรจะอยู่ใกล้ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากไม่ได้อยู่บริเวณทางเข้าหลักควรจะมีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นทางเข้า (หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถมองเห็นอย่างชัดเจนจากทางนั้น เริ่มจากบริเวณทางเข้าหลักควรจะมีทั้งป้ายและสัญลักษณ์ที่แสดงทิศทาง)
การเคลื่อนที่บนพื้นเรียบ
ทางเดินสำหรับรถเข็นต้องมีความกว้างอย่างน้อย 1,200 ม.ม. ไม่ควรมีขั้นบันไดและทางชันเปลี่ยนระดับสูงเกินกว่า 10 ม.ม. ไม่ควรมีหน้าต่างและประตูที่จะเปิดเข้าไปกีดขวางในทางเดิน
ประตูควรจะเปิดออกได้อย่างน้อย 800 ม.ม. และควรมีข้อกำหนดสำหรับลูกบิดประตู ราวจับ
ทางลาด
การเดินทางจากชั้นหนึ่งไปยังอีกชั้นหนึ่งมักจะอาศัยลิฟต์หรือทางลาด ทางลาดต้องรักษาระดับความกว้างของเส้นทางไว้ที่ 1,200 ม.ม. ต้องมีพื้นที่ราบสำหรับพักในช่วงระหว่าง 6,000 ม.ม. และความลาดชันต้องไม่ชันกว่า 1 ใน 12
ทั้งสองด้านของทางลาดต้องติดตั้งราวจับที่แข็งแรง หากทั้งสองด้านของทางลาดไม่มีสิ่งใดปิดกั้น ควรจะเพิ่มขอบทางเดินที่มีขนาดความสูงอย่างน้อย 100 ม.ม. ด้วยเพื่อป้องกันรถเข็นพลัดตก
อย่างไรก็ตาม ความต่างระดับที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยระหว่าง 10 และ 215 ม.ม. ก็สามารถข้ามได้ หรือว่าขั้นบันไดที่มีอยู่ในความสูงดังกล่าวก็สามารถดัดแปลงได้ โดยการใช้ทางลาดขั้นบันไดตามที่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจมีความลาดชั้นได้ 1 ใน 6 และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าของสถานที่เองว่าราวจับจะมีความจำเป็นหรือไม่
ลิฟต์
ควรจะมีลิฟต์สำหรับคนพิการ อย่างน้อย 1 ตัวที่สามารถใช้งานได้ตรงประตูทางเข้า (ดู 1.b) ตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง
ลิฟต์ควรมีขนาดความกว้างยาวภายในของแต่ละด้านอย่างน้อย 1,800 ม.ม. ประตูควรจะเปิดปิดอัตโนมัติและเปิดออกได้อย่างน้อย 800 ม.ม. ลิฟต์ควรจะหยุดในระดับเดียวกับพื้นอย่างแม่นยำที่ระดับไม่เกิน 10 ม.ม.จากข้างบนหรือข้างล่าง
ควรจะมีราวจับ (ราวเกาะยึด) ถัดจากแผงควบคุมและปุ่มควบคุมควรจะติดตั้งสูงจากพื้นไม่เกิน 1,400 ม.ม.
ห้องน้ำ
ในจำนวนห้องน้ำทั้งหมดภายในอาคาร มีการกำหนดสัดส่วนจำนวนห้องน้ำที่สามารถใช้งานได้ง่าสำหรีบคนพิการ ทั้งห้องสุขาและโถปัสสาวะ รายละเอียดได้แสดงไว้โดยมีใจความสำคัญดังนี้
โดยทั่วไปห้องสุขา จะต้องมีห้องสุขาสำหรับคนพิการจำนวน 1 ห้องต่อ 100 ห้อง และแบ่งเป็นสุขาชาย - หญิงอย่างน้อย อย่างละ 1 ห้อง ประตูห้องน้ำสามารถเปิดออกได้อย่างน้อย 760 ม.ม. พื้นควรจะมีระดับราบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และผู้ใช้รถเข็นต้องสามารถเข้าไปและปิดประตูได้ อีกทั้งมีพื้นที่เพียงพอสำหรับที่จะกลับรถและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกโดยง่ายดาย พื้นห้องสุขาต้องไม่กว้างกว่าระยะระหว่างแท่นรถเข็น และควรที่จะเข้าใกล้ได้ง่ายจากด้านข้าง มีการติดตั้งราวเกาะยึด และต้องมีทั้งกระดาษชำระและน้ำพร้อมอยู่เสมอ
โถปัสสาวะแบบติดผนังขอบโถควรจะอยู่สูงกว่าพื้น 400 ม.ม. โถปัสสาวะชนิดเป็นห้องเล็กๆ ไม่ควรมีขอบที่จะต้องก้าวขึ้นจากพื้น
รายละเอียดอื่น
ข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้ไม้ค้ำ
ทางเดิน
ข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้รถเข็นส่วนใหญ่จะตรงกับข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้ไม้ค้ำเช่นกัน และไม่จำเป็นต้องกล่าวซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องอาศัยการเดิน จึงมีปัญหาอื่นอีกบางประการ และสามารถใช้ทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้
พื้นลื่นเป็นอันตรายกับผู้ใช้ไม้ค้ำที่สุด โดยเฉพาะพื้นเปียก ดังนั้นทางเดินที่ผู้ใช้ไม้ค้ำเหยียบย่างเข้าไป (ข้างนอกและทางเข้า ในหอประชุม ทางเดินและห้อง บันได พื้นห้องน้ำ เป็นต้น) ต้องมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกป้องกันการลื่น โดยมีการยกตัวอย่างเครื่องมืออำนวยความสะดวกป้องกันการลื่นที่เหมาะสมสำหรับทั้งพื้นเปียกและพื้นแห้ง
ทางลาด บันได และราว
หากว่าทางลาดสามารถใช้ได้กับเฉพาะคนพิการที่สามารถเดินได้ ความลาดชันควรมีความสูงตั้งแต่ 1 ถึง 8
ผู้ใช้ไม้ค้ำส่วนใหญ่สามารถขึ้นบันไดที่มีขนาดที่แตกต่างกันได้อย่างช้าๆ แต่ก็ยังมีข้อจำกัด ดังนั้นความสูงโดยรวมของขั้นบันไดระหว่างชั้นจะต้องสูงไม่เกินกว่า 2,000 ม.ม. ขณะที่บันไดไม่ควรจะมีปลายที่ยื่นออกมาหรือช่องว่างบันไดซึ่งอาจจะทำให้นิ้วเท้าของคนพิการเข้าไปติดขัดได้
บันไดควรจะมีราวบันไดอยู่ทั้งสองข้าง ระยะห่างระหว่างราวบันไดทั้งสองด้านไม่ควรจะต่ำกว่า 900 ม.ม. เพื่อให้สามารถเดินสวนกันได้ ราวบันได้ควรจะยื่นเลยออกไปทั้งด้านบนและด้านล่างของขั้นบันไดระหว่างชั้น และขั้นบันไดควรจะต่อเนื่องกันกับขั้นต่อไป
ผู้ใช้ไม้ค้ำที่สวมเครื่องพยุงขา หรือไม่สามารถงอเข่าได้จะใช้ราวบันไดหนึ่งด้านและไม้ค้ำเพื่อดันตัวขึ้นไปบันไดขั้นต่อไป ดังนั้นราวบันไดจะต้องสามารถแบกรับน้ำหนักที่ค่อนข้างมากได้ และมีรายละเอียดจำเพาะที่ละเอียดมากตามมาตรฐานสำหรับผู้ใช้ไม้ค้ำ ราวบันควรจะสูงเหนือขั้นบันไดหรือพื้นผิวระหว่าง 840 และ 875 ม.ม.
ประตู
ควรเป็นประตูที่สามารถเปิดปิดได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว (รวมทั้งหน้าต่างด้วยเช่นกัน)
ไม่ควรจะใช้ประตูแบบหมุน
ห้องสุขา
มีการระบุข้อกำหนดที่แตกต่างไปของห้องสุขาสำหรับคนพิการทางการเดินเท่านั้น สำหรับผู้ใช้ไม้ค้ำ ราวยึดเกาะควรถูกออกแบบเป็นพิเศษและจัดให้มีในแต่ละด้านของห้องสุขาเพื่อช่วยให้คนพิการสามารถยืนและนั่งได้
โถปัสสาวะทั้งแบบติดผนังและแบบห้องเล็กๆ ควรจะมีราวยึดเกาะที่ออกแบบเป็นพิเศษอยู่ทั้งสองด้านโดยสูงจากพื้นประมาณ 1,200 ม.ม.
ข้อกำหนดสำหรับคนตาบอด
ตาบอดสนิท
ทางเข้าและทางออกสำหรับคนตาบอดใช้ควรจะใช้การเปลี่ยนลักษณะพื้นผิวหรือมีสัญญาณเสียงเพื่อให้คนพิการสามารถทราบได้ ผนังเรียบตั้งฉากที่ไม่มีซอกเล็กๆ เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนตาบอดที่จะเดินโดยใช้ไม้เท้า ไม่ควรจะมีเสาที่แยกออกมา ขณะที่มุมตั้งฉากของกำแพงและเสาทั้งด้านในและนอกของอาคารควรจะมีลักษณะกลมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ รวมถึงขอบและมุมของพื้นที่ใช้งาน สิ่งใดก็ตามที่ยื่นออกมาบนทางเดินเท้าจะต้องอยู่เหนือพื้นผิวที่คนตาบอดจะเดินอย่างน้อย 2,000 ม.ม.
ในบันไดระหว่างชั้น ความกว้างและความสูงของทุกขั้นบันไดควรจะมีขนาดสม่ำเสมอกัน และควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่นิ้วเท้าของคนตาบอดอาจจะเกี่ยวปลายที่ยื่นออกมา ดังนั้นจึงมีข้อกำหนดที่ละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิ่งนี้ ส่วนพื้นบริเวณข้างเคียงและขั้นบันไดควรจะมีพื้นผิวที่แตกต่างกันเพื่อให้คนตาบอดสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างกันของขั้นบันไดทอดหนึ่งได้ด้วยตัวเอง พื้นที่อันตราย (ตัวอย่างเช่น ห้องที่มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกสวิตช์เปิดปิดอิเล็กทรอนิกส์) ที่ไม่ได้ป้องกันด้วยการปิดกุญแจประตูควรจะใช้สัญญาณเสียงเตือนซึ่งคนตาบอดสามารถทราบและรู้สึกได้ ทั้งนี้ มีการแนะนำให้ใช้วิธีการที่หลากหลาย
ในลิฟต์สำหรับคนพิการ ปุ่มควบคุมการทำงานควรมีพื้นผิวที่สามารถบอกถึงความแตกต่างได้โดยง่ายดายจากสัมผัส และควรติดตั้งเครื่องมืออำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัยความปลอดภัยว่าประตูจะไม่ปิดในขณะที่มีผู้เดินเข้าออกลิฟต์ บริเวณด้านนอกลิฟต์ควรจะมีหมายเลขนูนถัดจากปุ่มเรียกลิฟต์เพื่อแสดงให้ทราบถึงหมายเลขชั้น และควรจะมีสัญญาณที่คนตาบอดสามารถได้ยินด้วยเพื่อแสดงให้ทราบว่าตัวลิฟต์กำลังจะมาถึงและกำลังจะขึ้นหรือลง
ในห้องสุขาสำหรับคนพิการทางการเดิน (ดู D. 4.a) ราวบันไดพิเศษจะช่วยคนตาบอดในการบอกตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน ท่อน้ำร้อนที่คนตาบอดอาจจะเดินชนจะต้องห่อหุ้มด้วยฉนวนป้องกันความร้อน สวิตช์อิเล็กทรอนิกส์และสวิตช์ติดตั้งบนผนังแบบอื่นๆ ที่อยู่ในห้องควรจะสูงสม่ำเสมอกัน และอยู่ในระดับเดียวกับที่เปิดประตู และปุ่มกดของสวิตช์ควรจะนูนออกมาจากแผงอย่างชัดเจน
ทุกระบบสำหรับการประกาศสาธารณะ และระบบเตือนฉุกเฉินจะต้องสามารถได้ยินและมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ผู้มองเห็นเลือนราง
ควรจะมีคำเตือนเกี่ยวกับสิ่งกีดขวางหรือสิ่งที่เป็นอันตรายบนพื้น หรือผนังด้วยการใช้สีที่แตกต่างกัน สีที่แตกต่างเป็นพิเศษและการเปลี่ยนลักษณะพื้นผิวควรจะใช้ตรงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของขั้นบันได (ดู D. 2.b) ประตูกระจกแบบไม่มีกรอบ และแผ่นกระจกตั้งฉากที่คนพิการอาจจะเดินชนควรจะมีเครื่องหมายชัดเจนอยู่เหนือจากพื้นระหว่าง 800 และ 1,500 ม.ม.
มีการระบุข้อกำหนดสำหรับระดับแสงสว่างต่ำสุดที่จะต้องรักษาให้คงที่ไว้ทุกสถานที่
ข้อกำหนดสำหรับคนหูหนวก
ลิฟต์
คนหูหนวกตั้งแต่กำเนิดหรือตั้งแต่วัยเด็กมักจะไม่สามารถพูดได้ ดังนั้นควรจะมีปุ่มสัญญาณฉุกเฉินบนแผงควบคุมในลิฟต์ แม้ว่าจะมีโทรศัพท์อยู่ในลิฟต์ก็ตาม
บริเวณที่รอลิฟต์ในแต่ละชั้นควรจะมีไฟสัญญาณที่สามารถมองเห็น เพื่อแจ้งให้ทราบว่าปุ่มเรียกลิฟต์ได้ถูกกดแล้ว และเพื่อแสดงตำแหน่งปัจจุบันของตัวลิฟต์ว่ากำลังขึ้นหรือลง
การบรรยายและการประกาศ
เพื่อสิทธิของคนหูตึง (ได้ยินไม่ชัด) และผู้ใช้เครื่องมืออำนวยความสะดวกช่วยฟัง ที่ห้องประชุม (ห้องบรรยาย, โรงภาพยนตร์, สถานที่ทางศาสนา เป็นต้น) ควรจะเชื่อมต่อกับระบบเสียง
ทุกระบบสำหรับการประกาศสาธารณะ และระบบเตือนฉุกเฉินจะต้องสามารถได้ยินและมองเห็นได้อย่างชัดเจน

