จากข้อมูลของ Hr. F. Pletsch ที่ปรึกษาองค์กรแรงงานนานาชาติ ด้านการฟื้นฟูทักษะอาชีพของคนพิการ ร่างกฎหมายของคนพิการฉบับนี้ได้รับการนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อการพิจารณาให้มีการปรับใช้แทนที่หรือ สนับสนุนพระราชบัญญัติการจ้างคนพิการ ปี 2501 (ดูบทที่ IX - รายละเอียดทั่วไป - ข้อย่อยที่ 26 ที่ระบุด้านล่างนี้)
บทนำ
เพื่อให้มีการบริการด้านฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีประสิทธิภาพ สำหรับบุคคลที่กลายเป็นคนพิการ อันเนื่องจากเหตุผลใดก็ตาม รัฐสภา (the Pyithu Hluttaw) จึงให้มีการประกาศใช้กฎหมายคนพิการ (กฎหมายรัฐสภาเลขที่ 98)
บทที่ 1 ชื่อ วันที่มีผลบังคับใช้ และคำนิยาม
1.(a) กฎหมายนี้ เรียกว่า กฎหมายคนพิการ (b) ให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันที
2. ข้อความด้านล่างตามที่ระบุในกฎหมาย ให้มีความหมายดังต่อไปนี้
บทที่ 2
การก่อตั้ง
3. สภาที่ปรึกษาแห่งชาติ อาจก่อตั้งคณะกรรมการคนพิการแห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมาย
4. เพื่อให้คณะกรรมการสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะทำงานตามความเหมาะสม
บทที่ 3
การป้องกัน
5. เพื่อเป็นการป้องกันความพิการ คณะกรรมการตามข้อย่อยที่ 3 อาจร่างแผนการดำเนินงาน และเริ่มดำเนินการตามความเหมาะสม
บทที่ 4
การจดทะเบียน
6. คนพิการแต่กำเนิด หรือการกลายเป็นคนพิการ ณ อายุใดก็ตาม ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง หรือโดยจากบิดา - มารดา หรือผู้ปกครอง และระบุรายละเอียดของความพิการนั้น
7. คนพิการจะต้องขึ้นทะเบียนเพียงครั้งเดียว ณ สำนักงานภายในท้องถิ่นของตนเอง และสามารถถือบัตรคนพิการได้เพียง 1 ใบเท่านั้น
บทที่ 5
การฟื้นฟูทางการแพทย์
8.คนพิการมีสิทธิ์เข้ารับฟื้นฟูทางการแพทย์/p>
9. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยเหลือด้านอวัยวะเทียมแก่คนพิการ
10. อวัยวะเทียมดังกล่าวจะจัดหาให้กับคนพิการในราคาพิเศษ
บทที่ 6
การฝึกอบรมวิชาชีพและสิทธิในการเรียน
11. กรมสวัสดิการสังคม จะก่อตั้งโรงเรียนฝึกอบรมวิชาชีพ และหลักสูตรการสอนสำหรับเด็กพิการ ที่ไม่สามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนทั่วไปได้
12. กระทรวงสวัสดิการสังคม อาจเปิดโรงเรียนฝึกอบรมวิชาชีพ และศูนย์ฝึกอบรมสำหรับคนพิการ
13. กระทรวงศึกษาธิการ จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นในโรงเรียนทั่วไป และโรงเรียนฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อช่วยให้คนพิการสามารถเข้าเรียนได้
14. คนพิการอาจมีสิทธิ์เข้าร่วมและเรียนรู้ ในฐานะผู้ฝึกงาน ณ ห้องปฏิบัติการ โรงงาน และศูนย์ทำงานตามทักษะและความสามารถของตนเอง
15. ห้องปฏิบัติการ โรงงาน และหน่วยงานต่างๆ จะให้ตำแหน่งงานแก่คนพิการที่ได้รับประกาศนียบัตรจากโรงเรียนฝึกทักษะอาชีพ
บทที่ 7
ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
16. จะต้องมีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้คนพิการสามารถเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนด้วยความสะดวกสบาย
17. คนพิการจะได้รับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารเป็นพิเศษ
18. ผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์คนพิการ (Disabled Persons Producer Cooperative) หรือสถานประกอบการของคนพิการ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และภาษีอื่นๆ
บทที่ 8
สิทธิในการทำงาน
19. หากสภาพความพิการไม่มีผลต่อการทำงานในหน้าที่เดิมของคนพิการ ให้คนพิการนั้นมีสิทธิ์กลับเข้ารับตำแหน่งเดิมได้อีกครั้ง หลังจากได้รับการรักษาพยาบาลแล้ว
20. คนงานที่กลายเป็นคนพิการ ระหว่างการปฏิบัติงาน หรือได้รับเชื้อ และกลายเป็นผู้ป่วยตามที่ระบุในพระราชบัญญัติการชดเชยแรงงาน และหากความพิการนี้ เป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่เดิมได้ ให้คนพิการนั้นได้รับสิทธิในการโอนไปปฏิบัติหน้าที่อื่นตามความเหมาะสม และได้รับการว่าจ้างต่อไป
หมายเหตุ: รอการพิจารณาจากกองทัพเมียนมาร์เกี่ยวกับการเพิ่มเติมข้อย่อยที่ 19 และ 20
21. หากคนพิการยังคงปฏิบัติงานในหน้าที่เดิมได้ ให้คนพิการนั้นได้รับสิทธิ์ในการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น
22. เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนพิการ ให้มีการก่อตั้งสมาคมสหกรณ์ ภายใต้การดูแลจากสภาประชาชนในแต่ละเมือง
23. หากหน่วยงานของรัฐบาลต้องการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ ควรจะพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มาผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์คนพิการ (Disabled Persons Producer Cooperative) หรือสถานประกอบการของคนพิการก่อนเป็นอันดับแรก
24. การขายวัตถุดิบต่างๆ ให้กับคนพิการ ให้สหกรณ์คนพิการ (Disabled Persons Producer Cooperative) หรือสถานประกอบการของคนพิการได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อ
25. สำหรับคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างสิ้นเชิง กรมสวัสดิการสังคมอาจให้ความช่วยเหลือในลักษณะของบ้านพักพิ
บทที่ 9
ทั่วไป
26.รมสวัสดิการสังคมและกรมสุขภาพ อาจร่วมกันก่อตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแก่คนพิการ
27. เพื่อการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะรัฐมนตรีอาจทำการออกกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการสนับสนุนต่างๆ
คณะรัฐมนตรี อาจดำเนินมาตรการสนับสนุนประกาศสัตยาบันการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการปี 2526 ขององค์กรแรงงานนานาชาติ
28. ให้มีการออกพระราชบัญญัติ
"พระราชบัญญัติการจ้างงานคนพิการ ปี − 2501"(พรบ. ฉบับที่ 33 ปี 2501)
ให้มีการออกพระราชบัญญัติดังนี้ : บทที่ 1
1. (1) พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า "พระราชบัญญัติการจ้างงานคนพิการ ปี 2501"
(2)พระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้ ณ วันที่ ซึ่งกำหนดโดยประธานาธิบดีแห่งสหภาพเมียนมาร์อย่างเป็นทางการ นอกจากนั้น ประธานาธิบดีอาจประกาศสถานที่ และวันที่ หรือวันที่จะบังคับใช้ข้อกำหนดใดๆ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้
2. ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ หากไม่มีการระบุไว้เป็นอื่นใด
บทที่ 2 องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร
3. (1) คณะกรรมการ ใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการเพื่อการฟื้นฟูและการจ้างงานคนพิการ"จะประกอบไปด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(2) คณะกรรมการบริหารเป็นผู้ประสานงาน ทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำแก่รัฐบาลในด้านนโยบายที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
(3) คณะกรรมการบริหารมีสิทธิ์ที่จะมีตราประทับอย่างเป็นทางการ และมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการบริหารมีสิทธิ์ถือครองสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ และมีสิทธิ์ในการทำข้อตกลงและลงนามในสัญญา คณะกรรมการมีสิทธิ์ยื่นฟ้องตามกระบวนการทางกฎหมายและถูกฟ้องร้องได้
(4) ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่าย ตามที่ประธานาธิบดีได้กำหนดไว้ จะจ่ายให้แก่สมาชิกของคณะกรรมการที่มิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
(5) สมาชิกคณะกรรมการที่มิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีวาระ 2 ปี
(6) ประธานาธิบดีมีสิทธิ์ถอดถอนเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้มาจากหน่วยงานรัฐบาล ณ เวลาใดก็ได้
บทที่ 3
เพื่อให้ได้รับการฟื้นฟูทางการแพทย์ และโอกาสต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมอาชีพ
(1) คณะกรรมการฯ อาจวางนโยบาย หรือให้โอกาสสำหรับการฟื้นฟูทางการแพทย์ และฝึกอบรมอาชีพ สำหรับคนพิการ ยกเว้นผู้ป่วยทางจิต
(2) คณะกรรมการฯ อาจมีคำสั่งแต่งตั้งกรม หรือองค์กรใดๆ เพื่อให้ดำเนินมาตรการใดๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อย่อย (1)
(3) ประธานาธิบดีอาจมีคำสั่งแต่งตั้งกรม หรือองค์กรใดๆ ด้วยเพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่เด็กพิการทางร่างกาย และผู้ป่วยทางจิตให้เป็นปกติ และให้การฝึกอบรมอาชีพ
บทที่ 4
แผนการจ้างงานของคนพิการขึ้นทะเบียน และเพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว
(1)คณะกรรมการจะทำการรวบรวมรายชื่อคนพิการขึ้นทะเบียน ยกเว้นผู้ป่วยทางจิต
(2) รูปแบบของการขึ้นทะเบียน ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน การเปลี่ยนแปลง และการลบรายชื่อออกจากรายการ ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการ
(3) บุคคลใดผู้มีชื่อในรายการขึ้นทะเบียนให้ถือว่าเป็น"บุคคลผู้ซึ่งมีประสบสภาพที่เลวร้าย เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลปกติอื่นๆ และเนื่องมาจากความพิการ จึงได้รับการขึ้นทะเบียน"
(4)คณะกรรมการอาจกำหนดระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ ที่บัญญัติขึ้นโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อวางกระบวนการพิสูจน์หลักฐานของผู้ขอขึ้นทะเบียน ระเบียบต่างๆ เหล่านี้ จะต้องไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ทั่วไป และจะประกอบไปด้วยระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้นหา การเก็บรักษา การใช้ และการส่งคืนหลักฐานเหล่านั้น
6, (1) คณะกรรมการอาจกำหนดระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ที่บัญญัติขึ้นโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อวางขั้นตอนการป้อนรายชื่อเพื่อลงทะเบียน ปัจจัยประกอบการพิจารณาการขึ้นทะเบียน และอาจกำหนดระเบียบที่วางขั้นตอน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเก็บรักษารายชื่อนั้นไว้ในรายการขึ้นทะเบียน
(2) บุคคลผู้มีความประสงค์จะขึ้นทะเบียนคนพิการ จะต้องยื่นคำร้องตามกฎและระเบียบที่ได้กำหนดไว้
(3) หากคณะกรรมการพิจารณาแล้วว่า
บทที่ 5 การจัดการ
15. หากคณะกรรมการฯ ไม่สามารถจัดการฝึกอบรมด้านอาชีพ และให้การรักษาทางการแพทย์ ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกบุคคล ผู้มีความประสงค์จะให้การรักษาพยาบาล และการฝึกอาชีพ ในการคัดเลือกดังกล่าว บุคคลในกลุ่มดังต่อไปนี้จะได้รับอภิสิทธิ์
16. ประธานาธิบดีอาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และบุคลากร เพื่อดำเนินการใดๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ นอกจากการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และบุคลากร หรือแทนที่จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และบุคลากร ประธานาธิบดีอาจมีคำสั่งไปยังหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของหน่วยงานดังกล่าวดำเนินมาตรการใดๆ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้
17. หากผู้ละเมิดข้อกำหนดใดๆ พระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลอื่นๆ ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ หรือเลขานุการ หรือเจ้าหน้าที่ในบริษัท หรือตัวแทน หรือผู้ทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทน จะต้องพิสูจน์ว่าการละเมิดเป็นไปโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากตน มิได้เกิดจากความประมาทของตน และตนได้พยายามอย่างเต็มความสามารถแล้วในการป้องกันการประทำดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ก่ออาชญากรรมดังกล่าว
18. ประธานาธิบดีอาจประกาศใช้กฎระเบียบเพื่อการบังคับใช้ข้อกำหนดในพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างมีประสิทธิผล กฎระเบียบเหล่านี้ให้บังคับใช้เป็นกฎหมาย

