ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบไปด้วยเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่กว่า 4,000 เกาะ หมู่เกาะเหล่านี้มีความยาวตั้งแต่ทางตอนใต้ของจีน ไปจนถึงทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว ประเทศฟิลิปปินส์มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 100 เชื้อชาติ และได้รับอิทธิพลประเทศต่างๆ หลายประเทศ ในปี 2441 สเปนได้ถอนกำลังออกไปหลังจากที่ปกครองประเทศฟิลิปปินส์มาเป็นเวลา 333 ปี ต่อมาชาวอเมริกันได้เข้ามาปกครองแทนเป็นเวลา 48 ปี หลังจากนั้น ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 อเมริกาก็ได้ยอมมอบเอกราชให้คืนกับประเทศฟิลิปปินส์
ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าใช้ภาษาอังกฤษในการพูดมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ประเทศฟิลิปปินส์ได้แบ่งเขตทางภูมิศาสตร์เป็น 3 เขต คือ Luzon, Visayas, และ Mindanao ประกอบไปด้วย 17 เขตการปกครอง 79 จังหวัด 115 เมือง 1,495 เทศบาล และ 41,956 หมู่บ้าน
หมู่เกาะฟิลิปปินส์ประกอบไปด้วยเกาะต่างๆ กว่า 7,000 เกาะ ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 300,000 ตารางกิโลเมตร เกาะฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทางทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับทะเลจีนใต้ และทางทิศใต้มีอาณาเขตติดกับทะเล Celebes แนวชายฝั่งของประเทศฟิลิปปินส์มีความยาวประมาณ 17,500 กิโลเมตร ในขณะที่ทั้งหมู่เกาะมีความยาวอยู่ที่ 1,850 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากปลายแหลมทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ไปสิ้นสุดที่เส้นอาณาเขตทางทิศเหนือของเกาะบอร์เนียว เกาะลูซอนคือเกาะที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ และเป็นที่ตั้งของเมืองมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย

ที่มา : รัฐบาลฟิลิปปินส์
ข้อมูลประชากร ประชากรของประเทศฟิลิปปินส์ คือชาวฟิลิปินโน และมีชาติพันธุ์เป็นมาเลย์ นับถือศาสนาคริสต์ 91.5% นับถือมุสลิม 4% และเชื้อสายจีน 1.5% ภาษาราชการคือ ภาษาฟิลิปินโน (หรือภาษาตากาล็อก) และภาษาอังกฤษ ในขณะที่ภาษาท้องถิ่นหลักๆ อีก 8 ภาษาก็มีใช้กระจายอยู่ทั่วประเทศ ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในประเทศฟิลิปปินส์ ดังที่แสดงให้เห็นในรูปที่ 3
ที่มา : การสำรวจสำมะโนประชากรประจำ ปี 2543s
ประชากร รายงานจากศูนย์ข้อมูลสถิติแห่งชาติ (The National Statistic Office - สำนักงานสถิติแห่งชาติ) เกี่ยวกับจำนวนรวมของประชากรในประเทศฟิลิปปินส์ จากการสำรวจสำมะโนประชากรและครัวเรือนเมื่อปี 2543 นั้นพบว่า มีประชากรรวมทั้งหมด 76,504,077 คน เมื่อเทียบจากการสำรวจสำมะโนประชากรเมื่อปี 2538 มีเพียง 68.6 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในระยะเวลา 5 ปีนี้มีการเพิ่มอัตราประชากร 11.5% และเท่ากับเพิ่มขึ้นประมาณ 2.3%ต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองถึง 48.1% ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียได้ประมาณการณ์ไว้ว่า ประเทศฟิลิปปินส์จะมีประชากรถึง 80 ล้านคนภายในกลางปี 2546
| กลุ่มอายุ | เพศชาย | % เพศชาย | เพศหญิง | % เพศหญิง | รวม | % รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ต่ำกว่า 1 | 986,506 | 2.6 | 930,925 | 2.5 | 1,917,431 | 2.5 |
| 1 - 4 | 3,965,426 | 10.3 | 3,786,645 | 10.0 | 7,752,071 | 10.1 |
| 5-9 | 4,962,013 | 12.9 | 4,732,768 | 12.5 | 9,694,781 | 12.7 |
| 10 - 14 | 4,541,197 | 11.8 | 4,408,417 | 11.6 | 8,949,614 | 11.7 |
| 15- 19 | 4,017,830 | 10.4 | 3,999,468 | 10.5 | 8,017,298 | 10.5 |
| 20 - 24 | 3,522,518 | 9.1 | 3,546,885 | 9.3 | 7,069,403 | 9.2 |
| 25 - 29 | 3,053,616 | 7.9 | 3,017,473 | 7.9 | 6,071,089 | 7.9 |
| 30 - 34 | 2,804,522 | 7.3 | 2,741,772 | 7.2 | 5,546,294 | 7.2 |
| 35 - 39 | 2,496,821 | 6.5 | 2,404,202 | 6.3 | 4,901,023 | 6.4 |
| 40 - 44 | 2,120,314 | 5.5 | 2,043,180 | 5.4 | 4,163,494 | 5.4 |
| 45 - 49 | 1,696,712 | 4.4 | 1,633,342 | 4.3 | 3,330,054 | 4.4 |
| 50 -54 | 1,318,632 | 3.4 | 1,303,684 | 3.4 | 2,622,316 | 3.4 |
| 55 - 59 | 943,133 | 2.4 | 960,516 | 2.5 | 1,903,649 | 2.5 |
| 60- 64 | 786,137 | 2.0 | 847,013 | 2.2 | 1,633,150 | 2.1 |
| 65- 69 | 533,469 | 1.4 | 605,374 | 1.6 | 1,138,843 | 1.5 |
| 70 -74 | 361,614 | 0.9 | 436,356 | 1.1 | 797,970 | 1.0 |
| 75- 79 | 218,622 | 0.6 | 286,734 | 0.8 | 505,356 | 0.7 |
| 80 ขึ้นไป | 195,185 | 0.5 | 295,056 | 0.8 | 490,241 | 0.6 |
| รวม | 38,524,267 | 100.0 | 37,979,810 | 100.0 | 76,504,077 | 100.0 |
| อัตราส่วนเพศ | 50.4% | 49.1% |
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ, การสำรวจสำมะโนประชากร ด้านประชากรและที่อยู่อาศัย ปี 2543
แรงงาน จากข้อมูลของสำนักงานสถิติรายได้และการจ้างงาน ในเดือนกรกฎาคม 2546 พบผู้ว่าว่างงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปมีอยู่ประมาณ 4,348,000 คน (เท่ากับ 12.7%) และมีผู้ใช้แรงงานในประเทศฟิลิปปินส์อยู่ทั้งหมดประมาณ 34.2 ล้านคน ตารางที่ 2 แสดงให้เห็นถึงจำนวนแรงงานทั้งหมด จำแนกตามอาชีพหลักๆ และตารางที่ 3 แสดงให้เห็นถึงจำนวนแรงงานผู้จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
| กลุ่มอาชีพ | กรกฎาคม 2546 | % รวม |
|---|---|---|
| เจ้าหน้าที่ราชการ และองค์กรพิเศษ, ผู้บริหาร, ผู้จัดการ,เจ้าของกิจการและผู้ดูแลกิจการ | 3,043 | 10.2 |
| ผู้ประกอบวิชาชีพ | 1,270 | 4.3 |
| ช่างเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน | 838 | 2.8 |
| เสมียน | 1,397 | 4.7 |
| พนักงานบริการ พนักงานขาย และการตลาด | 2,626 | 8.8 |
| แรงงานมีทักษะทางการประมง การเกษตร | 5,801 | 19.4 |
| แรงงานหัตถกรรมและการค้าที่เกี่ยวข้อง | 2,900 | 9.7 |
| ผู้ควบคุมและประกอบเครื่องจักร | 2,378 | 8.0 |
| กรรมกร | 8,086 | 27.1 |
| งานพิเศษ | 1,518 | 5.1 |
| รวมผู้มีงานทำ | 29,857 | 100.0% |
ที่มา : แผนกสถิติรายได้และแรงงาน การสำรวจแรงงาน
แผนกสถิติครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ
| กลุ่มอุตสาหกรรม | กรกฎาคม 2546 | % รวม |
|---|---|---|
| การเกษตร | ||
| เพาะปลูก, ล่าสัตว์ และป่าไม้ | 9,157 | 30.7 |
| ประมง | 1,228 | 4.1 |
| รวมการเกษตร | 10,385 | 34.8 |
| อุตสาหกรรม | ||
| เหมืองแร่ | 108 | 0.4 |
| โรงงาน | 3,026 | 10.1 |
| ไฟฟ้า, แก๊ส และน้ำ | 103 | 0.3 |
| ก่อสร้าง | 1,716 | 5.7 |
| รวมอุตสาหกรรม | 4,953 | 16.6 |
| งานบริการ | ||
| ค้าปลีกและค้าส่ง | 5,453 | 18.3 |
| โรงแรมและร้านอาหาร | 773 | 2.6 |
| การขนส่ง การดูแลรักษา และ การคมนาคม | 2,346 | 7.9 |
| เครดิตทางการเงินและการประกัน | 312 | 1.0 |
| อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเช่าซื้อ | 713 | 2.4 |
| บริการสาธารณะ การคุ้มครอง และการรักษาความปลอดภัย | 1,355 | 4.5 |
| การศึกษา | 865 | 2.9 |
| สุขภาพและสังคมสงเคราะห์ | 357 | 1.2 |
| การให้บริการแก่ชุมชน สังคมและบุคคลอื่น | 815 | 2.7 |
| บ้านพักอาศัยส่วนตัวที่มีลูกจ้าง | 1,528 | 5.1 |
| หน่วยงานและองค์กรจากต่างประเทศ | 1 | 0.0 |
| รวมการบริการ | 14,518 | 48.6 |
| รวมผู้มีงานทำ | 29,856 | 100.0 |
ที่มา :แผนกสถิติรายได้และแรงงาน การสำรวจแรงงาน
แผนกสถิติครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ
ระดับความยากจน
เส้นระดับความยากจนของประเทศโดยส่วนใหญ่ วัดจากการเปลี่ยนแปลงระหว่างพื้นที่ของประเทศ และผลจากความพอใจในท้องถิ่นและมาตรฐานทางวัฒนธรรมที่กำหนดโดยองค์กรสหประชาชาติ จากข้อมูลของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย ในปี 2542 พบว่าประชากร 34.2% ยังอยู่ต่ำกว่าเส้นระดับความยากจน โดยที่ 20.4%เป็นประชากรในเมือง ในขณะที่ 47.4%ของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามชนบทที่ยังอยู่ต่ำกว่าเส้นระดับความยากจน
ปัจจัยชี้วัดทางเศรษฐกิจ
การใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคของประชาชนคือปัจจัยแรกของการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2545 ซึ่งถูกกระตุ้นโดยความต้องการในเรื่องเครื่องตกแต่งบ้าน การคมนาคมขนส่ง และการติอต่อสื่อสาร ผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกทำให้การส่งออกและการนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 12.2%และ 4.6% ตามลำดับ ในปี 2545 ในขณะที่การจำกัดในด้านงบประมาณ การใช้จ่ายของรัฐบาลได้เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับ ปี 2544 ซึ่งมีอัตราการใช้จ่ายอยู่ที่ 0.3%
ในระหว่างปี 2545 การขาดดุลมีอัตราขยายตัวขึ้นไปถึง 5.4% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับปี 2544 มีอยู่ 4% การจัดเก็บภาษีมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งนี้เนื่องมาจากการเพิ่มอัตราภาษีเงินได้สุทธิ และภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งมาตรการต่างๆ เพื่อเร่งรัดการเก็บภาษี จัดทำระบบการแจ้งเตือนการชำระภาษี การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับบางวิชาชีพและประกาศการเริ่มจัดเก็บภาษีจากบางองค์กรที่เคยได้รับการยกเว้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับรายจ่ายของรัฐบาลที่เพิ่มสูง 8.2% จากระดับของปี 2544 รายจ่ายของภาครัฐคาดว่าจะคงอยู่ที่ประมาณ 19% ของจีดีพี ปี 2545
จากข้อมูลของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย การเติบโตของจีดีพีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 4.5% ในปี 2547 เนื่องจากการกระเตื้องขึ้นของปัจจัยจากภายนอก การเติบโตนี้จะเป็นผลดีต่อปัจจัยลบจากภายในประเทศอันเนื่องมาจากงบประมาณขาดดุล การอุปโภคบริโภคและการส่งออกสุทธิคาดว่าจะสูงกว่าความต้องการโดยรวม การนำเข้าคาดว่าจะเติบโตได้ช้ากว่าการส่งออก จึงส่งผลดีโดยตรงต่ออัตราเติบโตของจีดีพี อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 4.5% ส่วนหนึ่งมาจากการอ่อนค่าของเงินเปโซในภาคการนำเข้า
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากข้อมูลของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย อัตราการเติบโตของจีดีพี เพิ่มขึ้นถึง 4.6% จากเดิม 3.2% เมื่อปี 2544 การเติบโตของอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจาก 1.3% เมื่อปี 2544 เป็น 4.1% ในปี 2545 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคการผลิต เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์อิเลคโทรนิคส์และสิ่งทอในตลาดต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของงานบริการมีความเติบโตขึ้นถึง 5.4% เช่นเดียวกับ ส่วนของงานการคมนาคมขนส่ง และการคมนาคมสื่อสาร ความเติบโตของภาคการเกษตรลดลงเหลือ 3.5%จากระดับ 3.7%เมื่อปี 2544
จากข้อมูลของคณะกรรมการประสานงานสถิติแห่งชาติ (Tha National Statistical Coordination Committee NSCC) จีดีพี อยู่ที่ประมาณ 77.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปีงบประมาณ 2545 ทั้งนี้ สามารถจำแนกจีดีพีตามประเภทอุตสาหกรรมได้ดังนี้
ที่มา: กระทรวงงบประมาณแผ่นดินและการจัดการ
งบประมาณ จากข้อมูลของกระทรวงงบประมาณและการจัดการ ยอดรวมของงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2547 ที่ตั้งไว้อยู่ที่ 864.8 พันล้านเปโซ โดยคำนวณจากค่าใช้จ่ายผูกพัน จากงบประมาณที่ได้รับการนำเสนอทั้งหมด เงินจำนวน 575.8 พันล้านเปโซจะได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการใหม่ๆ และเป็นงบประมาณสำรองสำหรับโครงการที่ยังไม่ได้รับการวางแผน จำนวน 24.6 พันล้านเปโซ และจำนำงบประมาณส่วนนี้ออกมาใช้ต่อเมื่อสามารถจัดเก็บภาษีได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางเอาไว้แล้วเท่านั้น ร่างงบประมาณจะได้รับการจัดสรรระหว่างหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ และโครงการพิเศษ รูปที่ 5 แสดงการจำแนกงบประมาณ
ที่มา: กระทรวงงบประมาณแผ่นดินและการจัดการ
การนำเข้า จากความต้องการซื้อสินค้าภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2545 การนำเข้าสินค้าได้เพิ่มขึ้นถึง 4.6% เปรียบเทียบกับ 4.5% ในปี 2544
| สินค้านำเข้า | ปีงบประมาณ 2545 | % รวม |
|---|---|---|
| เครื่องจักรกล | 11,438 | 40.2 |
| วัตถุดิบ | 4,233 | 14.9 |
| สิ่งประดิษฐ์ | 3,356 | 11.8 |
| อื่น ๆ | 3,858 | 13.5 |
| แร่ธรรมชาติ และน้ำมันเชื้อเพลิง | 3,372 | 11.8 |
| สินค้าอุปโภคบริโภคถาวร | 947 | 3.3 |
| สินค้าอุปโภคบริโภคสิ้นเปลือง | 1,536 | 5.4 |
| สินค้าพิเศษ | (259) | -0.9 |
| รวมสินค้านำเข้า | 28,481 | 100.0 |
ที่มา : BSP
การส่งออก การส่งออกสินค้าในปี 2545 ได้เพิ่มขึ้นถึง 12.2% โดยเป็นผลความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น คิดเป็นครึ่งหนึ่งของยอดรวมการส่งออก สินค้าอื่นๆ ได้แก่สิ่งทอและสินค้าทางการเกษตร
| สินค้า | ปี 2545 | % รวม |
|---|---|---|
| ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว | 532 | 1.7 |
| ผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล | 32 | 0.1 |
| ผักและผลไม้ | 552 | 1.8 |
| ผลิตผลทางการเกษตรอื่น ๆ | 427 | 1.4 |
| ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ | 23 | 0.1 |
| ผลิตภัณฑ์แร่ธรรมชาติ | 537 | 1.7 |
| ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม | 242 | 0.8 |
| สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ | 28,343 | 90.7 |
| อื่นๆ | 555 | 1.8 |
| รวมสินค้าส่งออก | 31,245 | 100.0 |
ที่มา : BSP
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศสาธารณรัฐ ที่ประกอบไปด้วยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และรัฐสภาแบบสองสภา ซึ่งประกอบไปด้วย วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน และมีวาระการทำงาน 3 ปี ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ประธานาธิบดีอาจเป็นผู้แต่งตั้งขึ้นมา ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศฟิลิปปินส์คือ Mrs. Gloria Macapagal-Arroyo ในขณะที่รองประธานาธิบดีคือ Teofisto Guingona ซึ่งทั้งคู่เพิ่งได้เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2544 สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปมีกำหนดอยู่ที่ปี 2547 รูปที่ 6 แสดงถึงกระทรวงต่างๆ ในรัฐบาล
กฎหมายประกันสังคมปี 2497 เป็นกฎหมายฉบับแรกที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อใช้เป็นระบบสวัสดิการสังคมที่เป็นทางการของประเทศฟิลิปปินส์ และบังคับใช้เต็มที่เมื่อปี 2500 กฎหมายที่ได้ประกาศใช้มีข้อความดังนี้
"เพื่อเป็นนโยบายของประเทศในการจัดตั้ง พัฒนา ส่งเสริมและปรับปรุงให้สมบูรณ์ ซึ่งสวัสดิการสังคมที่ได้รับการยกเว้นภาษี ที่เหมาะกับความต้องการของประชากรทั่วประเทศฟิลิปปินส์ ให้การสนับสนุนความเป็นธรรมในสังคม และให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองแก่สมาชิกและครอบครัวจากความเสียงต่อความพิการ ความเจ็บป่วย การคลอดบุตร ความสูงอายุ การเสียชีวิต และเหตุการณ์อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียรายได้หรือวิกฤติทางการเงิน ด้วยเหตุนี้ ประเทศต้องพยายามหามาตรการป้องกันและให้ความปลอดภัยในสังคมแก่แรงงานและทายาท"
จากกฎหมายประกันสังคม ทางรัฐบาลยังได้นำเอา ระบบประกันสังคมมาใช้ร่วมกับระบบสวัสดิการสังคม คุ้มครองแรงงานที่ทำงานในภาคเอกชน การประกันสังคมให้เงินชดเชยแก่แรงงานในกรณีเสียชีวิตพิการ เจ็บป่วย คลอดบุตร และชราภาพ ระบบประกันสังคม (Social Security System - SSS) ดูแลระบบประกันสังคมให้แก่แรงงานที่ทำงานในภาคเอกชน ในขณะที่ระบบการประกันสังคมข้าราชการ (Government Service Insurance Sysytem - GSIS) ให้ความคุ้มครองดูแลแก่แรงงานที่ทำงานในส่วนของรัฐ จำนวนสมาชิกทั้งหมดของสำนักงานประกันสังคม ณ สิ้นปี 2544 ให้ความคุ้มครองนายจ้าง 633,306 คน ลูกจ้าง 19.4 ล้านคน และผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระอีก 4.2 ล้านคน
ระบบประกันสังคมให้บริการใน 2 โครงการ คือ
โปรแกรมกองทุนทดแทนแก่ลูกจ้างก่อตั้งขึ้นในปี 2518 และได้จัดค่าชดเชยให้เป็นจำนวนสองเท่าของแรงงานกรณีเจ็บป่วย เสียชีวิต หรือได้รับอุบัติเหตุจากการทำงาน ผลประโยชน์ของกองทุนทดแทนแก่ลูกจ้างมอบให้แก่สมาชิกที่เป็นเป็นลูกจ้างเท่านั้น
ตามกฎหมายประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2518 SSS และ GSIS ได้มีการโอนย้ายเจ้าหน้าของโครงการสวัสดิการสังคมไปยังโครงการประกันสุขภาพแห่งฟิลิปปินส์ (Philippine Health Insurance Corporation - PhilHealth) เพื่อให้สามารถดูแลการพัฒนาด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึง โครงการสวัสดิการสังคมยังครอบคลุมถึงการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล และความต้องการในการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ แก่ผู้ที่ทำงานทั้งในภาครัฐและเอกชน
ระบบการศึกษา ระบบการศึกษาในประเทศฟิลปปินส์มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับประเทศสหรัฐอเมริกา การศึกษาภาคบังคับเริ่มใช้กับเด็กอายุ 6 12 ปี การศึกษาประกอบด้วยการเรียนการสอน 3 ระดับซึ่งเริ่มจากระดับประถมศึกษา (ใช้เวลา 4 ปี) ระดับกลางใช้เวลา 2 ปี ในขณะที่โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาใช้เวลา 4 ปี และเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาแล้ว นักเรียนจะได้รับใบประกาศมัธยมศึกษาตอนปลาย และสามารถนำไปสมัครเรียนในระดับที่สูงกว่าได้
| ปฐมวัย | ประถมศึกษา | มัธยมศึกษา | รวม | |
|---|---|---|---|---|
| รัฐบาล | 6,781 | 35,848 | 4,214 | 40,062 |
| เอกชน | 3,875 | 3,671 | 2,983 | 6,654 |
| รวม | 10,656 | 39,519 | 7,197 | 46,716 |
| เขต | 141 | |||
| จังหวัด | 2,207 |
ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ
โครงสร้างทางการศึกษา การศึกษาระดับมัธยมศึกษามักจะใช้เวลา 4 ปี หลังจากที่ได้เรียนในระดับประถมศึกษาและระดับกลางมาประมาณ 6 7 ปี โดยวิชาเรียนที่บังคับเรียนรวมไปถึงวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาฟิลิปปินส์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ศิลปะ การอบรมพัฒนาเยาวชน และการศึกษาวิชาทหาร และจบลงด้วยการสอบปลายภาคของระดับประกาศนียบัตรชั้นมัธยมศึกษา การทดสอบวัดความรู้ระดับมัธยมศึกษาแห่งชาติจะจัดให้มีขึ้นในช่วงนี้ ก่อนที่เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป
การศึกษาระดับอุดมศึกษาถูกจัดการโดยสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยของภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยของรัฐได้เปลี่ยนสภาพเป็นหน่วยงานอิสระ จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ในปี 2543 2544 ประมาณ 72%ของนักเรียนทั้งหมดเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาของเอกชน คณะกรรมการอุดมศึกษา (The Commission on Higher Education - CHED) ได้ให้การสนับสนุนสถานศึกษาต่างๆ ให้ยกระดับของหลักสูตร/โครงการ ร่วมกับหน่วยงานภายใต้ สมาพันธ์รับรองหลักสูตรการศึกษาแห่งประเทศฟิลิปปินส์ (the Federation of Accrediting Agencies of the Philippines) สมาคมมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยภาครัฐแห่งประเทศฟิลิปปินส์ (The Philippine Association of State Universities and Colleges) ได้ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างสมาชิก รวมไปถึง CHED เพื่อรักษามาตรฐานสูงสุดในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา CHED ได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2537 เพื่อควบคุมดูแลโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชน สำนักงานการศึกษาเทคนิคและพัฒนาทักษะ ทำหน้าที่ควบคุมการศึกษาระดับอุดมศึกษาสายเทคนิค และสายวิชาชีพ ในขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม และการกีฬา เป็นผู้ดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งหมด (โรงเรียนระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา)
สัดส่วนการลงทะเบียน จากข้อมูลขององค์การยูนิเซฟ จำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนในระดับประถมศึกษา ระหว่างปี 2538 2542 เป็นชาย 98% และหญิง 93% จำนวนรวมของการลงทะเบียนในระดับมัธยมศึกษาภายในระยะเวลาเดียวกันเป็นชาย 73%และหญิง 79% ตารางที่ 7 แสดงให้เห็นการลงทะเบียนเรียนโดยจำแนกตามเพศ จากการสำรวจสำมะโนประชากรเมื่อปี 2543
| สถานภาพ | ชาย | % ชาย | หญิง | % หญิง | รวม 5 ปี | % รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ไม่ได้เรียน | 2,020,113 | 6.0 | 1,942,217 | 5.9 | 3,962,330 | 5.9 |
| อนุบาล | 785,154 | 2.3 | 757,730 | 2.3 | 1,542,884 | 2.3 |
| ประถมศึกษา | 14,417,828 | 43.1 | 13,506,942 | 40.7 | 27,924,770 | 41.9 |
| มัธยมศึกษา | 9,356,856 | 28.0 | 9,546,269 | 28.8 | 18,903,125 | 28.4 |
| สูงกว่ามัธยมศึกษา | 1,327,956 | 4.0 | 1,234,027 | 3.7 | 2,561,983 | 3.8 |
| อนุปริญญา | 3,264,681 | 9.8 | 3,421,268 | 10.3 | 6,685,949 | 10.0 |
| ปริญญาตรี | 1,211,446 | 3.6 | 1,665,170 | 5.0 | 2,876,616 | 4.3 |
| ปริญญาโท | 111,709 | 0.3 | 156,004 | 0.5 | 267,713 | 0.4 |
| ไม่ระบุ | 970,931 | 2.9 | 969,855 | 2.9 | 1,940,786 | 2.9 |
| รวม | 33,466,674 | 100.0 | 33,199,482 | 100.0 | 66,666,156 | 100.0 |
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ, การสำรวจสำมะโนประชากรและครัวเรือนปี 2543
ฐานข้อมูลประชากรอายุ 5 ปี ขึ้นไป
ค่าใช้จ่ายทางการศึกษา เมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ กระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณในอัตราที่ค่อนข้างสูง ในปีงบประมาณ 2547 ได้รับเงิน 108 พันล้านเปโซ (2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) หรือ 28.7% ของงบประมาณสำหรับหน่วยงานของรัฐบาล
อัตราการรู้หนังสือ จากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2543 ประเทศฟิลิปปินส์มีอัตราการรู้หนังสืออยู่ที่ 92% ซึ่งเฉลี่ยแล้วได้รับการศึกษาขั้นต้นเท่าเทียมกันทั้งหญิงและชาย
| กลุ่มอายุ | รวมชาย | ชาย | % ชาย | รวมหญิง | หญิง | % หญิง | ผลรวม | % รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 10 - 14 | 4,541,197 | 4,070,379 | 89.6 | 4,408,417 | 4,025,877 | 91.3 | 8,096,256 | 90.5 |
| 15 - 19 | 4,017,830 | 3,766,751 | 93.8 | 3,999,468 | 3,807,474 | 95.2 | 7,574,225 | 94.5 |
| 20 - 24 | 3,522,518 | 3,325,891 | 94.4 | 3,546,885 | 3,390,869 | 95.6 | 6,716,760 | 95.0 |
| 25 - 29 | 3,053,616 | 2,871,027 | 94.0 | 3,017,473 | 2,868,400 | 95.1 | 5,739,427 | 94.5 |
| 30 - 34 | 2,804,522 | 2,629,245 | 93.8 | 2,741,772 | 2,593,935 | 94.6 | 5,223,180 | 94.2 |
| 35 - 39 | 2,496,821 | 2,321,739 | 93.0 | 2,404,202 | 2,245,337 | 93.4 | 4,567,076 | 93.2 |
| 40 - 44 | 2,120,314 | 1,965,040 | 92.7 | 2,043,180 | 1,903,001 | 93.1 | 3,868,041 | 92.9 |
| 45 - 49 | 1,696,712 | 1,558,658 | 91.9 | 1,633,342 | 1,500,706 | 91.9 | 3,059,364 | 91.9 |
| 50 - 54 | 1,318,632 | 1,194,344 | 90.6 | 1,303,684 | 1,176,454 | 90.2 | 2,370,798 | 90.4 |
| 55 - 59 | 943,133 | 831,203 | 88.1 | 960,516 | 840,559 | 87.5 | 1,671,762 | 87.8 |
| 60 - 64 | 786,137 | 676,434 | 86.0 | 847,013 | 720,525 | 85.1 | 1,396,959 | 85.5 |
| 65 - 69 | 533,469 | 446,365 | 83.7 | 605,374 | 493,145 | 81.5 | 939,510 | 82.5 |
| 70 + | 775,421 | 597,245 | 77.0 | 1,018,146 | 758,553 | 74.5 | 1,355,798 | 75.6 |
| 28,610,322 | 26,254,321 | 91.8 | 28,529,472 | 26,324,835 | 92.3 | 52,579,156 | 92.0 |
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ การสำรวจสำมะโนประชากรและครัวเรือนปี 2543
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) อายุเฉลี่ยของประชากรประเทศฟิลิปปินส์ เพศชายอยู่ที่ 64.2 ปี และเพศหญิงอยู่ที่ 71.5 ปี อัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดเพศชายอยู่ที่ 46 และเพศหญิงอยู่ที่ 33 ต่อทารกแรกเกิดจำนวน 1,000 ราย ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ปี 2539 ระบุว่าฟิลิปปินส์มีแพทย์ 123 คน พยาบาล 418 คน และผดุงครรภ์ 163 คนต่อประชากร 100,000 คน
องค์การอนามัยโลก สรุปรวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพในอัตราส่วนของจีดีพี เมื่อปี 2543 เท่ากับ 3.4% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายของรัฐด้านสุขภาพเท่ากับ 6.7% ของงบประมาณแผ่นดิน ปี 2543
องค์การอนามัยโลกระบุว่าปัญหา เอชไอวี/เอดส์ มีความคุกคามค่อนข้างน้อยมากในประเทศฟิลิปปินส์ จากการประเมินอัตราการระบาดในผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 0.1% หรือระหว่าง 5,000 13,000 คน ในปี 2543 (จากการประเมินจำนวน 10,000 คน) จากการประมาณการอัตราการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี ขององค์การอนามัยโลก ในปี 2543 จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อเอชไอวี/เอดส์ในปี 2543 มีประมาณ 200 คน
จากข้อมูลของ The United States Central Intelligence Agency เมื่อปี 2543 มีผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศฟิลิปปินส์ 33 ราย ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตมากกว่า 4.5 ล้านราย โทรศัพท์พื้นฐานประมาณ 7 ล้านเลขหมาย และผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 11.35 ล้านเลขหมาย รหัสอินเตอร์เน็ตของประเทศฟิลิปปินส์คือ .ph

