skip navigation

การจัดสัมมนาเรื่อง การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ (Independent Living)

รายงานเกี่ยวกับการจัดสัมมนาระดับชาติ ครั้งที่ 3 เรื่อง การดำรงชีวิตอิสระ: ผลกระทบทางสังคมและการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น
26 - 30 มกราคม 2547 กรุงเทพฯ และ พัทยา จ.ชลบุรี

Participants and resource persons of the seminar during the opening ceremony

Participants and resource persons of the seminar during the opening ceremony

ศพอ. ได้จัดการสัมมนา เรื่อง การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ (Independent Living - IL) ระยะเวลา 1 วัน ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2547 โดยความร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Ministry of Social Development and Human Security) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (the Japan International Cooperation Agency - JICA) โรงเยนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา (RVSD) การสัมมนาครั้งนี้ เป็นการแนะนำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทราบถึงแนวคิดของการดำรงชีวิตอิสระ (IL concept) สำหรับผู้เกี่ยวข้อง ที่ต้องการได้รับความรู้เกี่ยวกับโครงการนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นายอภัย จันทนะจุลกะ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน โดยได้แสดงความสนใจอย่างมากต่อโครงการการดำรงชีวิตอิสระของประเทศไทย ในการสัมมนาครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษา และสื่อมวลชน หลังจากการสัมมนาในวันนี้ ก็จะเป็นการฝึกอบรม ระยะเวลา 4 วัน ที่ RVSD พัทยา จ.ชลบุรี

การประชุมในภาคเช้าเป็นการแนะนำให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบถึงการดำรงชีวิตอิสระ (IL) และการดำเนินงานของ 3 จังหวัดโครงการนำร่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ สมาคมคนพิการ จ.ชลบุรี (Chonburi Association of PWDs) สมาคมคนพิการ จ.นนทบุรี (Nonthaburi Society of PWDs) และสมาคมคนพิการ จ.นครปฐม (Nakorn pratom Club for the Disabled) และในภาคบ่าย เป็นการเปิดเวทีอภิปรายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมอภิปรายกลุ่มใน 3 หัวข้อ ดังนี้

  1. แนวคิดเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ (IL concept of PWDs) มีผลกระทบต่อการให้บริการสำหรับคนพิการ ขององค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนอย่างไร?
  2. องค์กรในระดับรากหญ้า จะมีบทบาทสนับสนุนการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการอย่างไร?
  3. ทัศนคติของสังคม (attitude of society) ส่งผลกระทบต่อคนพิการอย่างไร?

ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วน

“คงจะไม่ง่ายนักที่จะบอกถึงที่มาของการเคลื่อนไหวทางด้านการดำรงชีวิตอิสระ (IL movement) กล่าวคือ มีต้นกำเนิดมาจาก 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ ประการแรก มาจากความพยายามของคนพิการที่ต้องการจะมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นในโลกของคนปรกติ และสามารถเข้าถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการที่มีความพิการในระดับรุนแรง การดำรงชีวิตอิสระ (IL) มุ่งเน้นไปที่ประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • คนพิการไม่ใช่บุคคลที่อาศัยอยู่ในสถาบัน (institutions) แต่เป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในชุมชนของพวกเขา
  • คนพิการไม่ใช่ผู้ป่วย หรือเด็กที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ และการปกป้องจากพ่อแม่ผู้ปกครอง
  • คนพิการสามารถควบคุมชีวิตของพวกเขาเองได้ และยังสามารถแสดงถึงความต้องการและบริหารความต้องการเหล่านั้นได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง
  • คนพิการไม่ได้ทนทุกข์ทรมานจากสภาพความพิการ แต่พวกเขารู้สึกเจ็บปวดจากอคติของสังคม (social prejudices) มากกว่า
  • คนพิการไม่ควรจะอายใจ หรือ ลำบากใจที่จะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ต้องการ หรือในยามจำเป็น
  • ปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับคนพิการในการดำรงชีวิตอย่างอิสระ ก็คือ พวกเขาต้องสามารถตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับความต้องการของพวกเขาได้เอง”

บทสัมภาษณ์

ศพอ. ได้สัมภาษณ์วิทยากร จำนวน 2 ท่าน คือ Mr. Shoji Nakanishi และ Ms. Kyoko Kawamoto โดยมีรายละเอียดของคำสัมภาษณ์ดังนี้

Q1คำถามที่ 1 คุณคิดอย่างไรกับหัวข้อของการสัมมนาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระในปีนี้?

A

Mr. Nakanishi “ปีนี้นับเป็นปีสุดท้ายของโครงการฝึกอบรม ระยะ 3 ปี ผมรู้สึกยินดีมากที่เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้เมื่อ 2 ปีก่อน และขณะนี้ ก็กำลังเริ่มเข้าสู่การฝึกอบรมเพื่อจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (independent living center) ซึ่งเป็นผลจากโครงการฝึกอบรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้เน้นย้ำเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาฉันเพื่อน (peer counseling) ก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดว่าคงจะเร็วเกินไปที่จะจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการบริหารงานศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL center management training) แต่จากผลที่ผมได้เห็น คิดว่าคงไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ที่เราจะบรรลุให้ถึงเป้าหมายนั้น และสิ่งนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่า เหตุใดผมจึงตัดสินใจใช้หัวข้อนี้ในการฝึกอบรมในปีนี้ ซึ่งในช่วงเริ่มต้น ดูเหมือนจะยากเกินไปสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม แต่ภายหลังจากที่ผู้เข้าอบรม ได้ให้ตัวอย่างที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากขึ้น (practical examples) พวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้ดีขึ้น”

Ms. Kawamoto “เนื้อหาของโครงการฝึกอบรม ครั้งที่ 3 ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ดังนี้

  1. แนวคิดของศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL center) ที่กล่าวว่า ศูนย์ฯ คือ ผู้สนับสนุน (an advocator) และ เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการ (implementer)
  2. บทบาทและความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (human resource development officer) ในศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL center)
  3. การฝึกอบรมเจ้าหน้าซึ่งเป็นคนพิการ และบุคคลปรกติ (disabled and non-disabled workers)
  4. ระบบการให้บริการประจำวัน (day-care services) ในองค์กร

ดิฉันคิดว่าได้มีการพัฒนาเนื้อหาเหล่านี้อย่างรอบคอบ และครอบคลุมทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการบริหารงานของศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ”

Q2คำถามที่ 2 คุณคาดหวังว่า โครงการฝึกอบรมครั้งนี้จะให้ผลอะไรบ้าง?

A

Mr. Nakanishi: “โครงการดำรงชีวิตอิสระ (IL projects) ได้มีการดำเนินงานมาเป็นเวลา 2 ปีใน 3 จังหวัด และในช่วงท้ายของการฝึกอบรม ผู้เข้าร่วมอบรมได้ส่งโครงการที่มีแผนจะจัดในปีหน้า ซึ่งเนื้อหาก็เกือบเหมือนเดิมทุกอย่าง ภาครัฐของแต่ละจังหวัดตัดสินใจให้การสนับสนุนโครงการเหล่านี้ โดยจัดสรรงบประมาณถึง 50% ของจำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างมากในการที่โครงการดำรงชีวิตอิสระ (IL program) ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ และในอนาคต ก็จำเป็นจะต้องมีการจัดตั้งระบบผู้ช่วยเหลือส่วนตัว (personal assistants) ซึ่งปัจจุบันนี้ มีหลายประเทศในทวีปเอเชีย กำลังแข่งขันกันจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL center) และด้วยเหตุนี้ ผมจึงหวังว่า ในโครงการฝึกอบรมตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะมีวิทยากรที่มาจากทวีปเอเชียเพิ่มขึ้น”

Ms. Kawamoto: “ดิฉันคิดว่าผู้เข้าอบรมจะสามารถจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนพิการ (IL center for PWDs) ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL centers) เพิ่มขึ้นจาก 3 โครงการนำร่องนี้ และจะมีคนพิการจำนวนมากขึ้น ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการดำรงชีวิตอิสระ (IL) และหลังจากนั้น พวกเขาก็จะสามารถสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์นี้ในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน”




Logo of Japan Internatinal Cooperation Agency (JICA)
Logo of Ministry of Social Development and Human Security


Valid XHTML 1.0 Strict! Valid CSS!
  © , APCD Project. All rights reserved.
last updated: