ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคสำหรับคนพิการทางการมองเห็น ("Technical Aid for Persons with Visual Impairments (Asian and Oceania)") ได้จัดขึ้น ณ ศูนย์พัฒนาวิชาชีพสำหรับคนตาบอดของญี่ปุ่น (the Japan Vocational Development Center for the Blind, Inc.) ระหว่างวันที่ 13 มกราคม - 14 มีนาคม 2547 โครงการนี้มีผู้รับการอบรมกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้จัดการและผู้ฝึกอบรมของสถาบันการศึกษาและศูนย์อำนวยความสะดวกด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการทางการมองเห็น เพื่อทำให้พวกเขาเข้าใจปัญหาอุปสรรคในการค้นหาข้อมูลข่าวสารของคนพิการทางการมองเห็น ผู้เข้าอบรม จะได้รับความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการช่วยเหลือต่างๆ แนวทางการออกแบบที่เป็นสากล (universal design) ความรู้ที่จำเป็นในการวางแผน จัดตั้ง ดำเนินการ บำรุงรักษา และ บังคับควบคุม ระบบเทคโนโลยีในการช่วยเหลือเหล่านี้ รวมทั้งสามารถสร้างสรรค์แผนปฏิบัติงานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง (practical plan of action) เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในกลุ่มคนพิการทางการมองเห็นและผู้ฝึกสอนในประเทศของตนต่อไป
APCD representatives at the Presentation Ceremony of the Pacific Human Rights Award to the Disability Promotion and Advocacy Association, Vanuatu
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการมอบรางวัลสิทธิมนุษยชนแห่งแปซิฟิกที่มีองค์กรของคนพิการ ได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชนแห่งแปซิฟิกถึง 2 รางวัล ในจำนวนทั้งหมด 6 รางวัล กล่าวคือ สมาคมคนพิการแห่งประเทศฟิจิ (The Fiji Disabled People's Association - FDPA) ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในประเภทฟิจิ (under the Fiji category) และ Disability Promotions and Advocacy ของวานูอาตูได้รับรางวัลที่สอง เป็นประเทศแรกในกลุ่มภูมิภาค (Regional category) โดยเงินรางวัลที่มอบให้ในแต่ละปี มีมูลค่าทั้งสิ้น 4,172 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก the Regional Rights Resource Team โครงการพัฒนาประเทศขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Development Program - UNDP)
สมาคมคนพิการแห่งประเทศฟิจิ (FDPA) ได้รับรางวัลในด้าน ความคิดริเริ่มในการสาธิตตัวอย่างของการส่งเสริมและการพัฒนาสิทธิมนุษยชนของคนพิการในประเทศฟิจิ" และรางวัลในด้าน ผลงานดีเด่นทางด้านการเสริมสร้างศักยภาพการตัดสินใจของบุคคลคนพิการ ซึ่งองค์กรนี้ ได้พยายามผลักดันประเด็นเรื่องความพิการในสังคม และเสริมสร้างศักยภาพให้แก่บุคคลคนพิการ
DPA แห่งสาธารณรัฐวานูอาตู ได้รับรางวัลในด้าน "ความคิดริเริ่มในการสาธิตตัวอย่างของการส่งเสริมและพัฒนาสิทธิมนุษยชนของคนพิการในประเทศวานูอาตู"
ศพอ. ใคร่ขอแสดงความยินดีกับทุกองค์กรที่ได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชนแห่งแปซิฟิกครั้งที่ 4 นี้ ทั้งในกลุ่มภูมิภาค และในประเทศฟิจิ ขอให้ท่านรักษาการดำเนินกิจกรรมที่ได้ผลดีเยี่ยมเช่นนี้ต่อไป
(Source: www.dpi.org และ สภาคนพิการแปซิฟิก (the Pacific Disability Forum)
หลังจากที่ได้มีการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2546 คณะกรรมการเฉพาะกิจ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการปกป้องและส่งเสริมสิทธิและศักดิ์ศรีของบุคคลคนพิการ (International Convention on the Protection and Promotion of the Rights and Dignity of Persons with Disabilities) ได้ตัดสินใจแต่งตั้งคณะทำงาน ที่จะต้องทำหน้าที่เตรียมและนำเสนอร่างอนุสัญญา เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาต่อรองของประเทศสมาชิก และตัดสินใจว่าภายหลังจากที่ "คณะทำงานได้ประชุมกัน 1 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลา 10 วัน ที่สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ก เมื่อช่วงต้นปี 2547 จะมีการนำเสนอฉบับร่างของอนุสัญญานี้ ต่อคณะกรรมการเฉพาะกิจในการประชุมครั้งที่ 3 ต่อไป
Country's representatives and resource persons at the CBTS, Kathmandu, Nepal
โครงการฝึกอบรม / สัมมนา การสร้างศักยภาพสำหรับบุคคลคนพิการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก(Capacity-Building Training Seminar (CBTS) for PWDs in the Asia-Pacific Region) มีชื่อของงานว่า "สู่สังคมบูรณาการ ไร้สิ่งกีดขวาง และอิงสิทธิพื้นฐานของคนพิการ ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุง Kathmandu ประเทศเนปาล ระหว่างวันที่ 13 - 17 กันยายน 2547 องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency - JICA) เป็นผู้สนับสนุนการจัดสัมมนา ซึ่งจัดโดย Disabled Peoples' International Asia- Pacific Region (DPIAP) ร่วมกับ DPI ประเทศเนปาล วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ก็คือ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีโอกาสสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ศักยภาพของ ตนเองและองค์กร เพื่อส่งเสริมและบรรลุถึงความเสมอภาคและการมีส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ของบุคคลคนพิการ โดยเน้นให้คนพิการสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศ
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนา จะสามารถได้รับ ก) ความรู้และทักษะสำหรับบุคคลคนพิการในประเทศต่างๆ ที่ยังไม่มีองค์กรเกี่ยวกับคนพิการในระดับชาติ ให้สามารถจัดตั้งองค์กรของคนพิการประเภทต่างๆ ในระดับชาติ รวมทั้งการจัดตั้งองค์กรพึ่งตนเอง (self-help organizations) และทำให้พวกเขาสามารถสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มให้จัดตั้งเป็นองค์กรเกี่ยวกับคนพิการในระดับชาติต่อไป ข) ข้อมูลข่าวสารที่จะช่วยเสริมให้ DPOs มีศักยภาพเพิ่มขึ้น และรวมเอาความต้องการและความ เกี่ยวข้องห่วงใยต่อคนพิการ ให้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนาระดับประเทศด้วย (national development efforts) ค) ความรู้และทักษะสำหรับผู้นำที่พิการ และนักพัฒนาชุมชน (disabled leaders and community developers) เพื่อทำให้พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยร่วมเป็นผู้ดำเนิน โครงการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติในด้านที่เกี่ยวกับคนพิการ (UN World Program of Action Concerning Disabled Persons) และนำเอากรอบแผน Biwako Millennium Framework for Action (BMF) มาปฏิบัติ ง) เพื่อเพิ่มเติมความรู้และทักษะของช่างเทคนิค (technicians) และพนักงานที่พิการ ที่ทำงานทางด้านการพัฒนาประเทศ
ในการฝึกอบรมสัมมนาครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 27 คน จาก 27 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งประกอบด้วย ประเทศอัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ภูฐาน กัมพูชา จีน เกาะคุก ติมอร์ตะวันออก ฟิจิ อินเดีย อินโดนีเซีย กิริบาติ ลาว มาเลเซีย มัลดีฟ มองโกเลีย พม่า เนปาล ปากีสถาน ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ศรีลังกา ไทย วานูอาตู และ เวียดนาม
Representatives from Pakistan's NGOs and the Duskin Ainowa APCD News Foundation at the Seminar in Lahore, Pakistan
The Milestone Society for Special Persons, the LIFE Independent Living Center, Disabled Peoples' International Pakistan และ the Asia and Pacific Network for Independent Living ได้ร่วมมือจัดการสัมมนาระดับนานาชาติทางด้านความพิการ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12 - 15 มีนาคม 2547 ณ กรุง Lahore ประเทศปากีสถาน โดยมีเมือง Lahore และมูลนิธิ Duskin Ainowa ร่วมให้การสนับสนุนด้วย การจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของความพิการ และสร้างศักยภาพให้แก่คนพิการในประเทศปากีสถาน โดยใช้การเรียนรู้ความแตกต่างของการเคลื่อนไหวทางด้านความพิการในประเทศญี่ปุ่นและปากีสถาน (the Japanese and Pakistani Disability Movements) พิจารณา ความต้องการของคนพิการ สร้างความสัมพันธ์ที่เป็นความร่วมมือ (collaborative relationship) ระหว่างคนพิการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รับรู้และเข้าใจประเด็นของความพิการในชุมชน และแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านความพิการและการเคลื่อนไหวทางด้านการดำรงชีวิตอิสระในประเทศปากีสถาน และญี่ปุ่น
นับตั้งแต่การประชุมของกลุ่มประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2528 ขอบเขตและขนาด (scope and size) ของการจัดงานครั้งนี้ ได้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมายในการเชิญประเทศต่างๆ จำนวน 20 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ประเทศต่างๆ ในหมู่เกาะแปซิฟิก ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ เข้าร่วมประชุม การประชุมทางด้านความพิการ เพื่อฉลองครบรอบปีที่ 20 ของการประชุมกลุ่มประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิก (PacRim 2004) ครั้งนี้ ได้เชิญผู้ร่วมงานจำนวนทั้งสิ้น 20 คน ซึ่งเป็นคนพิการ สมาชิกในครอบครัว นักวิจัย ผู้ประกอบอาชีพต่างๆ และนักศึกษาจากสาขาวิชาต่างๆ เช่น สาธารณสุข (health) ศึกษาศาสตร์ (education) การบริการสังคม (social services) ฯลฯ มีผู้นำเสนอกฎระเบียบ (disciplines) ต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพ การรักษาทางการแพทย์ สังคมศาสตร์ และความพิการประเภทต่างๆ (disability field) หัวข้อของงานในปีนี้คือ คำสัญญามีไว้ให้รักษา อนาคตก็มีไว้ให้ค้นหา ("Promises to Keep, Futures to Seek) ซึ่งเกี่ยวข้องกับโอกาสต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้สำหรับคนพิการ
การประชุมทางด้านความพิการ เพื่อฉลองครบรอบปีที่ 20 ของการประชุมกลุ่มประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิก (The Pacific Rim 2004 Conference) ครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นถึงความสำคัญและแนวโน้มปัจจุบันในพื้นที่แถบมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Rim area) ตั้งแต่ในระดับของการสร้างชุมชน (building communities) เพื่อให้คุณค่าต่อความหลากหลาย และสนับสนุนคนทุกคน เนื้อหาของการประชุม ประกอบด้วย การศึกษาตลอดชีวิตและชุมชน (the Lifelong Inclusion in Education and Community) เทคโนโลยีข้ามผ่านยุคสมัย (Technology Across the Ages) ผู้ดูแลส่วนตัว (Parent Partnerships) และผู้สนับสนุนครอบครัว (Family Supporters) การจ้างงานและบริการสำหรับผู้ใหญ่ (Employment and Adult Services) และ ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ (Body, Mind, and Spirit)
การจัดสัมมนาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 48 พรรษา พระองค์ทรงรับทราบถึงความสำเร็จของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคม นอกจากนี้ ในระหว่างการจัดสัมมนาและแสดงนิทรรศการ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการ คณะกรรมการโครงการ และผู้แทนจากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และมีการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานนำเสนอ ส่งเสริม และแสดงความก้าวหน้าของการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (assistive device technologies)
โครงการสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมติดตามผลการดำเนินงานอดีตผู้เข้าฝึกอบรม Duskin ผู้ที่ได้มีส่วนช่วยเหลือทางด้านความพิการในประเทศของพวกเขา การสัมมนาในครั้งนี้ จะทำให้ผู้เข้าร่วมงานมีโอกาสเรียนรู้แนวทางในการจัดทำโครงการที่นำไปปฏิบัติได้จริง (practical project-making) โดยมีพื้นฐานจากความต้องการของชุมชน (community needs) นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอกิจกรรมและวิเคราะห์ปัญหาที่ได้พบเจอภายในชุมชนของพวกเขา เป้าหมายของการสัมมนาครั้งนี้ก็คือ ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถสร้างสรรค์โครงการที่มีประสิทธิภาพ และใช้งานได้จริงมากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น การสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นโดย Secretariat of Duskin Leadership Training ในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ the Japanese Society for Rehabilitation of Persons with Disabilities (JSRPD)
มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาที่เป็นคนพิการ จำนวน 10 คน ที่เคยเข้าร่วมอบรมในโครงการ Duskin จาก 10 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไทย และไต้หวัน
นางอ้อมพร นิตยสุทธิ ผู้จัดการโครงการของ ศพอ. (APCD Project Manager) มีให้เกียรติให้เป็นผู้กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ และหวังว่า จะมีความร่วมมือระหว่าง ศพอ. และ อดีตผู้เข้าร่วมอบรมโครงการ Duskin อีกในอนาคต เพราะว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาเหล่านี้ จะกลายเป็นวิทยากรที่มีศักยภาพในอนาคต ซึ่งจะช่วยทำงานในด้านของการเสริมสร้างศักยภาพบุคคลคนพิการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การประชุมเชิงปฏิบัติการทางด้านสถิติทางด้านความพิการและการวัดผล ("Workshop on Disability Statistics and Measurement") จัดขึ้นโดย UNESCAP สถาบันสถิติแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (the Statistical Institute for Asia and the Pacific - SIAP) และ องค์การอนามัยโลก (the World Health Organization - WHO) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างศักยภาพของการวัดสภาพความพิการในภูมิภาค The International Classification of Functioning, Disability, and Health (ICF) จะถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการฝึกอบรม ซึ่งมุ่งเน้นด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้เข้าร่วมอบรม จะดำเนินการทดสอบ คำถามที่เกี่ยวกับความพิการ และเตรียมวัสดุที่จะใช้ในการฝึกอบรมในประเทศของตนต่อไป
การประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ 60 ของ UNESCAP ถูกกำหนดจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเซี่ยงไฮ้ (the Shanghai International Convention Center) กรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 22 - 28 เมษายน 2547
การประชุมวิชาการในครั้งนี้ อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของคณะกรรมการวิจัยด้านการขนส่ง (the Transportation Research Board) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมความก้าวหน้าในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลที่มีความพิการทางร่างกาย ตั้งแต่การประชุมครั้งล่าสุด ที่กรุงวอร์ซอว์ ประเทศโปแลนด์ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 200 คน จาก 29 ประเทศ และ 5ทวีป มีการสร้างความก้าวหน้า เพื่อพัฒนาปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนคนพิการทางการมองเห็น คนพิการทางการรับรู้ และ คนพิการทางการได้ยิน และเป็นครั้งแรกที่การประชุมวิชาการครั้งนี้จะจัดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยมุ่งเน้นจะให้เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแนะนำกลยุทธ์ใหม่ๆ การดำเนินการขนส่งอย่างยั่งยืน ประหยัด และสามารถเข้าถึงได้ รวมทั้งให้มีการกระตุ้นและส่งเสริมให้ดำเนินการวิจัยต่อไปในพื้นที่นี้
คณะกรรมการเฉพาะกิจ (The Ad Hoc Committee) ได้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อเตรียมการและนำเสนอร่างอนุสัญญาจากการประชุมครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 16 - 25 มิถุนายน 2546 คณะทำงานนี้ได้ประชุมร่วมกัน ณ กรุงนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 5-16 มกราคม 2547 ซึ่งสภาสามัญ ได้ตัดสินใจในมติที่ 58/246 และคณะทำงานนี้ จะนำเสนอร่างอนุสัญญาในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจครั้งที่ 3 นี้ต่อไป
การประชุมครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการตัดสินใจด้วยตัวเอง (self-determination) และการพึ่งตนเอง (self- reliance) สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนในระดับท้องถิ่น หัวข้อของการประชุมที่ชื่อว่า การเป็นประชากรที่สมบูรณ์แบบ (Towards Full Citizenship") ผู้จัดประชุมหวังว่าคณะทำงานของแต่ละประเทศจะเป็นตัวแทนของ ก) เด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีความพิการ และ/หรือ สมาชิกในครอบครัว ข) ผู้ให้บริการต่างๆ (เช่น บริการทางด้านสุขภาพ การศึกษา การบริการทางสังคม) ค) ผู้วางนโยบาย ง) ผู้สนับสนุนทางด้านสิทธิมนุษยชนหรือความพิการ (disability or human rights advocates) จ) ผู้แทนระดับชุมชน (community-level representatives) เพื่อส่งเสริมการรวมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
พม่าได้มีส่วนร่วมเฉลิมฉลองวันคนพิการสากล (IDD Ceremony) ณ ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ กรุงย่างกุ้ง ในวันที่ 3 ธันวาคม 2546 นายพล Thein Sein Secretary-2 of the State Peace and Development Council เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และได้มอบของที่ระลึกและใบประกาศเกียรติคุณ (certificates of honor) ให้แก่คนพิการที่มีผลงานโดดเด่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคม บรรเทาทุกข์ และการตั้งถิ่นฐาน (The Minister for Social Welfare, Relief, and Resettlement) Maj.Gen. Sein Htwa และคณะเจ้าหน้าที่ ได้มอบรางวัลให้แก่คนพิการจำนวน 84 คน ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 26 ประเภท ตั้งแต่วันที่ 17 - 21 พฤศจิกายน 2546 ซึ่งประกอบด้วย การแข่งขันกีฬา การประกวดวาดภาพ ประกวดงานจักสาน การประกวดร้องเพลง เต้นรำ เย็บปักถักร้อย และทำผม ที่โรงเรียนต่างๆ ของคนพิการ