ThailandIndian Policy Maker (left) and former Filipino Participant (right)
ก่อนที่จะมีการจัดตั้ง ศพอ. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Ministry of Social Development and Human Security) ได้จัดโครงการฝึกอบรมสำหรับผู้อบรม (Training Courses for Trainers) ในระดับภูมิภาค เรื่อง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ (Promotion of a Non- handicapping Environment - NHE) สำหรับคนพิการ ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือนมีนาคม 2543 และ กุมภาพันธ์ 2545 โครงการฝึกอบรมดังกล่าวประสบผลสำเร็จด้วยดี ดังนั้น ศพอ. จึงตัดสินใจที่จะจัดโครงการฝึกอบรมในหัวข้อนี้ขึ้นอีกครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ซึ่งในการฝึกอบรมครั้งก่อนๆ มีผู้แทนเข้าร่วมประชุมมากกว่า 90 คน จาก 13 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมนี้
ในปีนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ สำหรับผู้อบรมในระดับประเทศและผู้วางโยบาย (National Trainers and Policy Makers) เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามผลอดีตผู้เข้าร่วมฝึกอบรม และเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของความพยายามและความสำเร็จของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ (NHE) ภายในประเทศของพวกเขา นอกจากนี้ ผู้วางนโยบายที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ได้รับเชิญให้มาร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย คาดว่าการประชุมนี้ จะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้รับความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องต่างๆ มากมาย มีผู้เข้าร่วมอบรมที่เป็นผู้ฝึกอบรมระดับชาติ (national trainers) จำนวน 20 คน และมีผู้วางนโยบาย จำนวน 15 คน จาก 9 ประเทศ (ฟิจิ อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม และไทย) และมีวิทยากรจากประเทศฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร
หลักสูตรฝึกอบรมนี้ ประกอบด้วย แบบฝึกประสบการณ์ (experiential exercises) การศึกษาดูงาน (field visits) และ การพัฒนาแผนปฏิบัติการในแต่ละประเทศ
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ (NHE) มีลักษณะที่เน้นการพึ่งตนเอง เนื่องจากเป็นแนวทางที่ลดการพึ่งพิงและมีการทำงานเชิงรุก และสามารถใช้ควบคุม ในส่วนที่เกี่ยวกับอดีตผู้เข้ารับการอบรม (FTP) ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยสนับสนุนความร่วมมือระหว่างอดีตผู้เข้ารับการอบรม (FTP) และวิทยากรต่อไป"
การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น และได้มีการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้าร่วมประชุม ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ ในการประชุมครั้งต่อไป ควรให้มีการพูดถึงเรื่องของการจัดตั้งความร่วมมือระหว่างรัฐบาลด้วย
การประชุมเชิงปฏิบัติการในปีนี้ เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้วางนโยบายที่จะได้มาพูดคุยแบ่งปัน ประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ
วิทยากร ควรนำเสนอกรณีศึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมที่พวกเขาได้ดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอนของระเบียบหรือมาตรฐานภายในประเทศของตนเอง รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่ได้พบเจอมา
คณะวิทยากรได้อำนวยความสะดวกให้การฝึกอบรมครั้งนี้จนสำเร็จลุล่วงลงไปด้วยดี และวิทยากรบางท่าน ได้แสดงความคิดเห็น ดังต่อไปนี้
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการรายงานผลของการประชุมครั้งที่แล้วว่า ผู้เข้าร่วมประชุมจากแต่ละประเทศประสบความสำเร็จอย่างไร หลังจากที่ได้เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการเมื่อปีก่อนๆ ซึ่งหลักสูตรนี้ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดียิ่งสำหรับอดีตผู้เข้ารับการอบรม (Former Training Participants - FTP) ให้สามารถเรียนรู้ถึงเรื่องราวความสำเร็จของอดีตผู้เข้ารับการอบรมคนอื่นๆ ในประเทศของพวกเขา ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นและเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และรับเอาโครงการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาปรับใช้ ในช่วงท้ายของวัน มีการฝึกอบรมภาคพิเศษ (The Special Interest and Optional Sessions) ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับอดีตผู้เข้ารับการอบรมและผู้วางนโยบาย ที่จะได้เรียนรู้และพูดคุยกันถึงประสบการณ์ อุปสรรค และความขาดแคลนของพวกเขา ในขณะเดียวกัน วิทยากรก็แนะนำให้อดีตผู้เข้ารับการอบรม และผู้วางนโยบายทราบถึงวิธี จัดการและเอาชนะปัญหาต่างๆ เหล่านั้น และสุดท้าย อดีตผู้เข้ารับการอบรมและ ผู้วางนโยบาย ก็ได้ร่วมกันพัฒนากลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกปฏิบัติที่ดีมาก เพราะจะช่วยฝึกให้ผู้เข้าอบรม ได้มีโอกาสจัดตั้งเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสองกลุ่ม โดยพวกเขาจะได้มีโอกาสเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และให้ความเห็นชอบในแผนปฏิบัติการที่จะนำไปดำเนินการต่อไป ในลักษณะของการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเช่นนี้ภายในประเทศของตน โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ที่ได้มีโอกาสแบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับผู้เข้าฝึกอบรมแต่ละคนในภูมิภาค และยังถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่ได้มีโอกาสได้ร่วมมือทำงานอย่าง มืออาชีพ ร่วมกับวิทยากรท่านอื่นๆ ซึ่งทุกท่าน ต่างได้ทุ่มเทให้กับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ (NHE) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก"
ผมเชื่อว่าเราได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการสร้างหนทางเข้าถึง ของบุคลากรทางด้านเทคนิค คนพิการและบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเข้าถึง (access issues) ในภูมิภาคนี้ การแลกเปลี่ยน/การเผยแพร่วิธีปฏิบัติที่ดีจากประสบการณ์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ และข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการดำเนินงานในภูมิภาคนี้ สามารถสร้างความมั่นใจต่อผู้ที่กำลังจะดำเนินการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการได้ต่อไป
ผมเชื่อว่า ศพอ. และสมาชิกของ AI network (ตัวอย่างเช่น อดีตผู้เข้ารับการอบรม และวิทยากร) จะมีบทบาทสำคัญในการใช้ประสบการณ์ที่ตัวเองได้รับจากการประชุมเชิงปฏิบัติการเหล่านี้"
การที่ผู้จัดงาน สามารถเชิญผู้วางนโยบายและอดีตผู้เข้ารับการอบรม ได้มาประชุมร่วมกันในครั้งนี้ และแสดงให้พวกเราเห็นถึงความสำเร็จต่างๆ ในวันนี้ ถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ของโครงการฝึกอบรมหลักสูตรนี้ ดังนั้น ผู้เข้าฝึกอบรมในครั้งนี้ จะสามารถนำเอาตัวอย่างประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับสมาชิกในภูมิภาค ไปใช้ประโยชน์ และร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความรู้เหล่านั้นกับผู้เข้าฝึกอบรมท่านอื่นๆ ปัญหาหนึ่งที่คงยังมีอยู่ ก็คือ จะรักษาแรงกระตุ้นที่ได้รับจากการฝึกอบรมครั้งนี้อย่างไร และจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เมื่อผู้เข้าอบรมทุกคนเดินทางกลับไปถึงประเทศของตน พวกเขาจะสามารถสร้าง ผลลัพธ์ในเชิงที่ก่อให้เกิดประโยชน์ได้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับ ศพอ. ที่จะต้องดำเนินโครงการประเมินผล และวางแผนจัดอบรมในครั้งต่อไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ"
Mr. Kawauchi (left) and the Workshop Participants
ในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมผมจึงได้เข้าร่วมการประชุมนี้ในฐานะวิทยากร จริงอยู่ที่ญี่ปุ่น ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความพิการอย่างมากมายจากประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป แต่เราก็นำเอาความรู้เหล่านั้นมาปรับใช้เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของเรา ผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคนก็สามารถกระทำเช่นเดียวกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า พวกเขาได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง และสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้วางนโยบายมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากว่า การขาดความตื่นตัวและความเข้าใจในความพิการ เป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการวางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการทั้งหลาย
เนื่องจากการประชุมในปีนี้ เป็นการประชุมครั้งแรกที่มีอดีตผู้เข้ารับการอบรมและผู้วางนโยบายได้มาประชุมร่วมกัน จึงทำให้มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันหลายประเด็น ซึ่งในอดีต เป็นการยากพอสมควรที่เราจะโอกาสได้รับความคิดเห็นเหล่านี้ เพราะแต่ละคนก็ต่างอยู่ในประเทศของตนเอง ผู้วางนโยบายมักจะตัดสินใจจากประสบการณ์และความรู้ของพวกเขาเอง ซึ่งเป็นแนวทางแบบจากบนสู่ล่าง การรับฟังความคิดเห็นและความคิดของผู้อื่น การได้รู้จักสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และแต่ละบุคคล จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้วางนโยบายที่ได้มาร่วมในการประชุมครั้งนี้ พวกเขาจะสามารถแสดงบทบาทของการเป็นผู้วางนโยบายที่มีความคิดเห็นเปิดกว้างมากขึ้น เช่น พวกเขาอาจใช้แนวทางแบบ จากล่างสู่บน ร่วมกับแนวทางปฏิบัติงานแบบเดิม
นอกจากนี้ เขายังกล่าวกับผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหลายว่า ขณะนี้ พวกเราทุกคนได้รับความรู้จากการฝึกอบรมครั้งนี้ และในไม่ช้า พวกคุณก็จะมีเครื่องมือที่จะนำไปจัดโครงการฝึกอบรมในลักษณะนี้ต่อไปในประเทศของพวกคุณ (พร้อมทั้งชุดวีดิทัศน์) เป็นโอกาสของพวกคุณแล้วที่จะไปฝึกอบรมเพื่อนร่วมงานของคุณ และเพิ่มจำนวนของผู้ที่เข้าใจและเต็มใจมาร่วมพลังกับเรา จงอย่าท้อถอย และสู้ต่อไป!"
ศพอ.หวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านจะประสบความสำเร็จในความมานะพยายามที่จะแสวงหาวิธีการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนพิการในประเทศของตนต่อไป
The Workshop Certificate Presentation