ศพอ. ได้ส่งคณะทำงานเพื่อเดินทางไปสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ณ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม 5 เมษายน 2548 โดยได้เยือนกรุงโฮจิมินห์ ซิตี้, ฮานอย และดานัง วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางไปสร้างเครือข่ายความร่วมมือครั้งนี้ คือ เพื่อตรวจติดตามผลของกิจกรรมภายหลังการฝึกอบรมของผู้เข้าร่วมอบรมชาวเวียดนามในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้:
นับตั้งแต่การก่อตั้ง ศพอ. จนกระทั่งถึงเดือนเมษายน 2548 นี้ ศพอ. ได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมสำหรับชาวเวียดนามจำนวนมากกว่า 60 ราย ซึ่งเวียดนามถือว่าเป็นประเทศเป้าหมายที่สำคัญของ ศพอ. จากการสัมภาษณ์และการเข้าเยี่ยมพบปะกับอดีตผู้เข้าอบรมที่องค์กรของพวกเขา พบว่าการเดินทางไปสร้างเครือข่ายความร่วมมือในครั้งนี้ ก่อให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ ดังนี้
โครงการการฝึกอบรมของ ศพอ. เรื่อง การจัดทำเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนพิการ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร และการผลิตเว็บไซต์ เพื่อเป็นแหล่งของข้อมูลข่าวสาร ผู้เข้ารับการอบรม 1 รายจากสภาคนพิการ (Disability Forum) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเว็บไซต์ที่เอื้อต่อการเข้าถึงของผู้ใช้ที่พิการทางการมองเห็นมากขึ้น ฯลฯ และยังช่วยในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายข้อมูลของสมาชิกโดยทำหน้าที่เป็นเว็บมาสเตอร์ด้วย
ศพอ. ได้จัดโครงการฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับคนพิการทางการมองเห็น ให้แก่วิทยากรเป็นครั้งแรกในปี 2547 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมกลุ่มเป้าหมายเป็นอาจารย์ที่สอนคอมพิวเตอร์สำหรับคนตาบอด มีการให้ความรู้และทักษะที่เกี่ยวกับซอฟท์แวร์มากมาย รวมทั้งเรื่องของเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยเหลือคนพิการ (assistive devices) ด้วย ศพอ. ได้คัดเลือกผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวน 2 คนจากประเทศเวียดนาม ซึ่งมี 1 คน มาจากสมาคมคนตาบอดเวียดนาม (Viet Nam Blind Association) กรุงฮานอย ซึ่งเป็นคนปกติ และอีก 1 คน เป็นคนพิการทางการมองเห็นจากสถาบัน Bung Sang Institution เพื่อคนตาบอด (Bung Sang Institution for the Blind) จากกรุงโฮจิมินห์ ซิตี้ คณะทำงานของศพอ.ได้เข้าเยี่ยมชมองค์กรเหล่านี้ และทำการสัมภาษณ์ภายหลังจากการฝึกอบรม เพื่อติดตามผลว่าผู้ผ่านการฝึกอบรมเหล่านี้ เป็น วิทยากร ที่มีการพัฒนาความเชี่ยวชาญ และมีความรู้และทักษะทางด้าน ICT สำหรับ VIP เพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง ซึ่งพบว่า พวกเขาได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะกับคนตาบอดภายในท้องถิ่นที่องค์กรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมทั้งได้จัดโครงการฝึกอบรมให้ผู้ที่มีการมองเห็นปกติ ให้สามารถสอนนักเรียนตาบอดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน ในเมืองใหญ่ของประเทศเวียดนาม โรงเรียนและองค์กรสำหรับคนพิการกำลังเริ่มสอนทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยเหลือคนพิการทางการมองเห็นทางด้านการศึกษามากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะสามารถทำให้เกิดโอกาสในการจ้างงานในอนาคต ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนพิการทางการมองเห็นจะยังมีจำกัด โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันก็มีราคาถูกลงและสามารถซื้อหาได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นเงื่อนไขของการศึกษาในขั้นที่สูงขึ้น รวมทั้งการทำงานในสำนักงานสำหรับคนตาบอด อดีตผู้เข้ารับการอบรมของ ศพอ. ได้เป็นผู้บุกเบิกที่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ดังนั้น ศพอ. จะดำเนินการทางด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสามารถสนับสนุนการเข้ามามีส่วนร่วมของคนพิการทางการมองเห็น โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อไป
โครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ของศพอ. มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือการอยู่ร่วมกันในสังคมของคนพิการ กระบวนการของการมีส่วนร่วมทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) และสนับสนุนเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ในการดำรงชีวิตของคนพิการ ถึงแม้ว่าการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนจะได้รับการส่งเสริมอย่างมากในประเทศเวียดนาม แต่ ศพอ. ก็เชื่อว่าประเด็นการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ถ้ามีการนำแนวทางแบบ Social and Comprehensive Approach มาปรับใช้ จากการติดตามผลของอดีตผู้เข้ารับการอบรมทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน ตั้งแต่ปี 2546 และในปี 2547 ศพอ. ได้มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ ดานัง โดยได้เชิญผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์จำนวน 6 คน (เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด) ซึ่งรับผิดชอบต่อโครงการทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน จากการสัมภาษณ์หลังการฝึกอบรม คณะทำงานของ ศพอ. ได้ยืนยันว่าต้นแบบที่เน้นทางการแพทย์ (pro-medical paradigm) ก่อนที่จะมีการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นต้นแบบที่เน้นทางด้านสังคมมากขึ้น (pro-social) ภายหลังจากได้รับการฝึกอบรมจาก ศพอ. แล้ว และยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมของคนพิการ และแนวทางแบบ ล่างสู่บน ("bottom-up" approach) บางคนที่ทำงานเป็นผู้ฝึกอบรมทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนก็ได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาการฝึกอบรมทางด้านให้ครอบคลุมเกี่ยวกับความตระหนักรู้ในสังคม การสร้างรายได้ กลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการ ฯลฯ และพัฒนาปรับปรุงวิธีการฝึกอบรมให้คนพิการสามารถมีส่วนร่วมได้มากขึ้น
คณะทำงานของ ศพอ. ยังได้รับเชิญให้เข้าไปพบปะ และทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากอดีตผู้เข้าฝึกอบรมบางท่าน สิ่งนี้นับว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของการใช้พลังร่วม (collective power) และการมีส่วนร่วมของคนพิการในการสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ในขณะเดียวกัน ก็สังเกตเห็นว่า โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ ศพอ. โดยเฉพาะโครงการ ฝึกอบรมกลุ่มพึ่งตนเอง จะสามารถช่วยให้ชาวเวียดนามสามารถพัฒนากลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการในระดับรากหญ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สภาความร่วมมือคนพิการแห่งชาติเวียดนาม (National Coordinating Council on Disability - NCCD)) ซึ่งเป็นองค์กรประสานงานหลักภาครัฐของ ศพอ. ได้ร่วมมือกับ ศพอ. จัดงานสัมมนาระดับภูมิภาค ระยะเวลา 5 วัน ในหัวข้อที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรที่เคลื่อนไหวทางด้านการสร้างศักยภาพขององค์กรพึ่งตนเองของคนพิการ (CBSHOD) ณ กรุงฮานอย ในเดือนธันวาคม 2547 ซึ่งได้เชิญผู้นำคนพิการจากแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 25 คน และผู้เข้าร่วมสัมมนาในระดับท้องถิ่น จำนวน 30 คน จากประเทศเวียดนามเข้าร่วมในการสัมมนาครั้งนี้ ศพอ. ยังได้เน้นย้ำถึงกระบวนการวางแผนที่มีส่วนร่วม และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างศักยภาพให้แก่คนพิการ โดยให้ผู้นำพิการชาวเวียดนามเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ให้มากที่สุด
คณะทำงานของ ศพอ. ได้ดำเนินการติดตามผลของกิจกรรมภายหลังการฝึกอบรมของผู้เข้าอบรมในท้องถิ่น โดยจัดการประชุมระยะเวลาครึ่งวัน ณ กรุงฮานอย และมีการสัมภาษณ์ภายในองค์กรของพวกเขาด้วย จากเสียงตอบรับการจัดสัมมนาด้านการสร้างศักยภาพขององค์กรพึ่งตนเองของคนพิการ (CBSHOD) ในครั้งนี้ ซึ่งวิทยากรส่วนใหญ่เป็นคนพิการจากประเทศกำลังพัฒนา และเห็นว่างานสัมมนานี้เปิดโอกาสให้ชาวเวียดนามได้รับแง่คิดและมุมมองใหม่ๆ และได้มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ใหม่ โดยการเปลี่ยนกรอบความคิดจากแนวทางที่อิงการกุศล (charity approach) มาเป็นการให้การสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้แก่คนพิการ ตลอดการสัมมนาครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติที่ดีในการพึ่งตนเอง การพัฒนาทักษะของความเป็นผู้นำของตน และถูกโน้มน้าวให้สร้างศักยภาพแก่คนพิการคนอื่นๆ ด้วย กล่าวโดยสรุป ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับความรู้และแรงบันดาลใจ ซึ่งสามารถสร้างทัศนคติและศักยภาพพื้นฐานในการเริ่มพึ่งตนเองได้ นอกจากนี้ สัมมนาด้านการสร้างศักยภาพขององค์กรพึ่งตนเองของคนพิการ (CBSHOD) ครั้งนี้ ก็ทำให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการอีกหลายกลุ่มทั่วประเทศเวียดนาม และยังมีการเคลื่อนไหวให้จัดตั้งสมาพันธ์กลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการแห่งชาติเวียดนามขึ้นด้วย
คณะทำงานของ ศพอ. ได้เดินทางไปยังเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 5 - 8 มิถุนายน 2548 เพื่อพัฒนาความร่วมมือกับกรมสวัสดิการสังคม (Department of Social Welfare - DSW) ซึ่งเป็นองค์กรประสานงานหลักภาครัฐของ ศพอ. และติดตามผลของอดีตผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งก่อนหน้านี้ ศพอ. เคยจัดการสัมภาษณ์เพื่อติดตามผลของกิจกรรมภายหลังการฝึกอบรมของผู้เข้ารับการอบรมในปี 2547 ในหัวข้อต่อไปนี้:
เนื่องจากพม่าเป็นประเทศเป้าหมาย ศพอ. จึงได้ส่งเสริมให้พม่าสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แนวทางการสนับสนุนคนพิการโดยชุมชนและเน้นสิทธิขั้นพื้นฐาน และสนับสนุนให้จัดฝึกอบรมและที่พักแก่ผู้เข้าฝึกอบรมของ ศพอ. จำนวนกว่า 20 คนคณะทำงานของ ศพอ. ชื่นชมความก้าวหน้าของประเทศสหภาพพม่าเป็นอย่างมาก
กรมสวัสดิการสังคมDSW, ซึ่งเป็นองค์กรประสานงานหลักภาครัฐ ได้ร่วมมือกับ ศพอ. ในการรับสมัครและติดตามผลของผู้เข้าอบรม จากการประชุมระหว่างคณะทำงาน อธิบดีของกรมสวัสดิการสังคม และผู้บริหารคนอื่นๆ พบว่าผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับความสำคัญของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและองค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งองค์กรเพื่อคนพิการต่างๆ ในการสร้างศักยภาพให้แก่คนพิการทั้งหลาย
คณะทำงาน ได้จัดการสัมมนาระยะเวลาครึ่งวัน เพื่อติดตามผล โดยร่วมมือกับกรมสวัสดิการสังคม DSW และ JICA ของพม่า JICA ได้ปรับเปลี่ยนประตูทางเข้าของอาคารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าอบรมมนุษย์ล้อ และจัดสถานที่ของการสัมมนา และส่งเสริมให้มีกิจกรรมหลังการฝึกอบรม โดยการแนะนำให้รู้จักกับ ศูนย์กลางขององค์กรพัฒนาเอกชน (เช่น สถานที่จัดประชุมและ คอมพิวเตอร์) เพื่อการใช้งาน
ในการจัดสัมมนาเพื่อติดตามผลครั้งนี้ มีอดีตผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 14 คนร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความสำเร็จที่ผ่านมาหลังจากที่ได้รับการฝึกอบรมไปแล้ว การสัมมนานี้ได้จบลงด้วยการให้ข้อคิดเห็นและคำแนะนำจากวิทยากรของ ศพอ. ซึ่งเป็นคนไทยหูหนวกและมีความพิการทางการเคลื่อนไหว แต่มีประสบการณ์มากมายทางด้านการช่วยเหลือตัวเอง และเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับความพิการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย
ศพอ. ได้เชิญผู้เข้าฝึกอบรมจำนวน 6 คน และล่าม 2 คนสำหรับโครงการฝึกอบรมกลุ่มพึ่งตนเองในประเทศไทย และ มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรม 1 คน เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมทางด้านการสร้างศักยภาพขององค์กรพึ่งตนเองของคนพิการ (CBSHOD) ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ปี 2547 การฝึกอบรมกลุ่มพึ่งตนเองในครั้งนี้มี เป้าหมายเพื่อเชิญผู้ริเริ่มกลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการในระดับรากหญ้า เพื่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน และทำให้พวกเขามีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับความยากจน การพัฒนา และความพิการ ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมทางด้านการสร้างศักยภาพขององค์กรพึ่งตนเองของคนพิการ (CBSHOD) ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้นำกลุ่มคนพิการระดับประเทศและมีส่วนช่วยพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่สมาพันธ์คนพิการระดับชาติ เพื่อให้การสนับสนุนต่อนโยบายที่มีประสิทธิภาพ
คณะทำงานของ ศพอ. ยังได้ประสบความสำเร็จในการติดตามผลของผู้เข้าฝึกอบรมโครงการกลุ่มพึ่งตนเอง และองค์กรพึ่งตนเอง (SHO) จำนวน 7 ราย และพบว่ากลุ่มและองค์กรพึ่งตนเอง (SHG and SHO) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น หรือได้รับการเสริมสร้างศักยภาพโดยอดีตผู้เข้าฝึกอบรม ดังนี้
อดีตผู้เข้าอบรมคนพิการ ซึ่งได้รับการส่งเสริมศักยภาพโดยโครงการฝึกอบรมของ ศพอ. ครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มศักยภาพของคนพิการคนอื่นๆ ทั้งในระดับชาติและทั้งในระดับชุมชนรากหญ้าต่อไป
คณะทำงานจาก World Vision ชาวพม่า จำนวน 3 คน ที่ปรึกษาทางด้านสุขภาพ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนได้เข้าร่วมในโครงการฝึกอบรม ทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ของศพอ. ในปี 2547 ถึงแม้พวกเขาได้เข้าร่วมการฝึกอบรมครั้งนี้อย่างไม่เต็มที่ เนื่องจากต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่พวกเขาก็มีความกระตือรือร้นและมีบทบาทความเป็นผู้นำที่โดดเด่นมาก
จากการสัมภาษณ์ภายหลังที่ได้รับการฝึกอบรม คณะทำงานต่างก็ชื่นชมว่าพวกเขาได้นำเอาความรู้ที่ได้รับจาก การอบรมครั้งก่อนๆ มาปฏิบัติและร่วมแบ่งปันความรู้กับเพื่อนร่วมงานและประชาชนที่อาศัยในชุมชน ยกตัวอย่างเช่น ผู้เข้ารับการอบรมจากมัณฑะเลย์ ได้กลายมาเป็นผู้สนับสนุนที่มีประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และพัฒนากลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการ โดยใช้ความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมของ ศพอ.
ศพอ. ได้เข้าเยี่ยมชมหนึ่งใน โครงการพัฒนาพื้นที่ ("Area Development Programs") ในเขตเมือง ใกล้กับเมืองย่างกุ้ง ซึ่งได้มีการดำเนินการทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ และผู้รับผิดชอบโครงการก็เป็นหนึ่งในอดีตผู้เข้าฝึกอบรม ถึงแม้ว่าการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนที่นี่ จะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แต่คณะทำงานของ ศพอ. ก็มีความชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสังเกตเห็นว่ามีคนในชุมชนหลายคนที่ได้รับการโน้มน้าวใจให้เข้ามาร่วมกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) นี้ และร่วมกันทำงานเพื่อชุมชน ซึ่งต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งต่อความช่วยเหลือที่ดีเยี่ยมจากอดีตผู้เข้าฝึกอบรมของ ศพอ.ท่านนี้
นับตั้งแต่ World Vision ได้เริ่ม โครงการพัฒนาพื้นที่ ("Area Development Programs") เมื่อไม่นานมานี้ โดยจัดเป็นโครงการระยะ 15 ปี ขึ้นทั่วประเทศพม่า ซึ่งมีการพัฒนาชุมชนแบบที่ดำเนินการโดยคนในชุมชนนั้นเอง และจะยังเน้นประเด็นทางด้านความพิการโดยการใช้การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ต่อไป อดีตผู้เข้าอบรมของ ศพอ. ได้มีส่วนช่วยเหลือเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาทางด้านความพิการในชุมชนนี้
ศพอ. ได้ส่งคณะทำงานเพื่อเดินทางไปสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ณ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 22 25 มิถุนายน เพื่อที่จะติดตามผลของอดีตผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากโครงการของ ศพอ. และรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับคนพิการ ภายในประเทศกัมพูชา
เป็นที่น่าประหลาดใจมากว่า ศพอ. ได้ดำเนินการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในองค์กรของ/เพื่อคนพิการมาแล้วถึง 27 คน ด้วยหลักสูตรฝึกอบรมจำนวน 8 หลักสูตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 และเกือบจะครึ่งหนึ่งของอดีตผู้เข้าอบรมเหล่านี้เป็นคนพิการที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้ากับงานของพวกเขา ศพอ. จะเฝ้ารอที่จะได้เห็นกิจกรรมของพวกเขาต่อไป ,
คณะทำงานของ ศพอ. ได้เข้าเยี่ยมชมองค์กรประสานงานหลัก 2 องค์กร ได้แก่
คณะทำงานของ ศพอ. ยังได้ไปเยี่ยมชม องค์กรประสานงานร่วมจำนวน 6 องค์กร ซึ่งมีอดีตผู้เข้าฝึกอบรมของ จำนวนมากทำงานอยู่ที่นั่น
Ms. Ma Layna จากสมาคมคนตาบอดแห่งกัมพูชา (Association of the Blind Cambodia - ABC) เป็นหนึ่งในอดีตผู้เข้ารับการอบรมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) สำหรับคนพิการทางการมองเห็น (VIPs) ในปี 2547 Ms. Ma ทำงานเกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมทางด้านคอมพิวเตอร์สำหรับคนพิการทางการมองเห็น จำนวน 4 - 6 คน ในช่วงเช้าและเย็น และยังรับผิดชอบงานทางด้านอักษรเบรลล์ และ talking book library ความมานะพยายามและคุณลักษณะเช่นนี้ของ Ms. Ma Layna จะเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างใหญ่หลวงต่อสมาคมคนตาบอดแห่งกัมพูชา (ABC) และคนตาบอดทั้งหมดในประเทศกัมพูชา ศพอ.หวังว่าคนพิการตาบอดทั้งหลายจะได้รับการพัฒนาศักยภาพจากวิชาคอมพิวเตอร์ของ Ms. Ma
Ms. Em So Chanda จาก Krousar Thmey , Battambang ก็เป็นอดีตผู้เข้าร่วมฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้แก่คนพิการทางการมองเห็น ศูนย์ Krousar Themy มีคนหูหนวกจำนวน 120 คน และมีนักเรียนตาบอดตั้งแต่ระดับชั้น 1 - 9 Ms. Chanda รับผิดชอบสอนวิชาคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนที่พิการทางการมองเห็น และสอนทักษะพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ โดยการใช้โปรแกรมสำหรับอ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หล่อนกล่าวว่านักเรียนตาบอดจำนวนมากต่างก็กระตือรือร้นที่จะเรียนคอมพิวเตอร์ และถามคำถามต่างๆ มากมาย ซึ่งบางครั้งเธอก็ไม่สามารถจะตอบคำถามเหล่านั้นได้
The mission team also followed up activities of former participants of a self-help group of PWDs.
นอกจากนี้ คณะทำงานของ ศพอ. ได้ติดตามกิจกรรมของอดีตผู้เข้าอบรมกลุ่มพึ่งตนเองของคนพิการ และได้ร่วมในการประชุมพบปะของเครือข่ายอดีตผู้เข้าฝึกอบรมของศพอ. (APCD Alumni Group Networking Meeting) ณ ศูนย์คนพิการแห่งชาติ (the National Center of Disabled Persons - NCDP) ซึ่งจัดโดยอดีตผู้เข้าฝึกอบรมของ ศพอ. Ms. Yin Mom จาก Action on Disability and Development อดีตผู้เข้าอบรมกลุ่มพึ่งตนเอง เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดงานพบปะครั้งนี้ ศพอ. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบถึงกิจกรรมการจัดตั้งเครือข่ายทางด้านกลุ่มพึ่งตนเอง การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ (SHG, CBR, ICT) จากอดีตผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 12 ราย วัตถุประสงค์ 6 ข้อของการจัดประชุมเครือข่ายครั้งนี้ได้รวมถึงความสำคัญของความร่วมมือกับกระทรวงกิจการสังคม ทหารผ่านศึก และการพื้นฟูเยาวชน ซึ่งทั้ง 2 องค์กรนี้เป็นหน่วยงานติดต่อหลักของ ศพอ.
ผลที่ได้รับจากการเดินทางไปสร้างเครือข่ายความร่วมมือครั้งนี้คือ ศพอ. สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของ องค์กรประสานงานหลักและองค์กรประสานงานร่วมอื่นๆ
สภา Disability Action Council (DAC) กำลังมีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยเน้นไปที่การนำแผนปฏิบัติการของประเทศไปใช้ นโยบายเกี่ยวกับการจ้างงาน และ โครงการทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ฯลฯ
นอกจากนี้สำนักงานของ JICA ในประเทศกัมพูชาก็ให้ความสำคัญในเรื่องคนพิการ และได้มองว่าการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคมและการพัฒนากรอบของกฎหมาย (legal framework) สำหรับคนพิการนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การสร้างความแข็งแกร่งให้แก่องค์กรสำหรับคนพิการ และการสร้างศักยภาพของผู้ที่ทำงานด้านคนพิการ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน ศพอ. กำลังเฝ้ารอดูความร่วมมืออันสัมฤทธิ์ผลระหว่างองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และ JICA ที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้