ผู้ให้คำปรึกษานานาชาติชาวอเมริกัน ซึ่งพิการในการเคลื่อนไหว และมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างมากเกี่ยวกับความพิการและการลดภาวะความยากจน ได้รับเชิญให้มาจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและช่วยเหลือทางด้านวิชาการ
กับคณะทำงานจัดทำเอกสาร
(ที่มา: สภาคนพิการ))
หลักสูตรนี้ได้ช่วยให้คนพิการได้รับรู้ถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยมีการสาธิตให้เห็นถึงวิธีการต่างๆ ในการช่วยให้ผู้ที่พิการทางการมองเห็นสามารถอ่านข้อมูลข่าวสารภาษาเวียดนามจากคอมพิวเตอร์ได้ อีกทั้งยังมีการนำเสนอเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีในซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อให้คนพิการสามารถให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องมือเหล่านี้ และเปิดโอกาสให้องค์กร นักข่าว และนักวิจัย ได้สนทนากับคนพิการ เปิดโอกาสได้เห็นการทำงานของเครื่องมือเหล่านี้ และส่งเสริมการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัยเกี่ยวกับการเข้าถึงสำหรับทุกคน (Access for All) วิทยากรในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มาจาก the National Centre for Technology Progress (MOST), สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศ (Institute for Information Technology) สถาบันกายภาพบำบัด (Institute of Epidemiology) ศูนย์คอมพิวเตอร์ชาว มาย สำหรับคนตาบอด ฯลฯ
กระทรวงความยุติธรรมทางสังคมและการสร้างศักยภาพ (The Ministry of Social Justice and Empowerment) และสภาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการแห่งอินเดีย (the Rehabilitation Council of India) จัดการประชุมวิชาการนานาชาติเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเด็นของการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในกลุ่มประเทศเอเชียใต้
ประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้แก่ อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ภูฐาน มัลดีฟ มอริเชียส เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา แทนซาเนีย และอินเดีย ประเทศเหล่านี้ ต่างมีประชากรพิการจำนวนค่อนข้างสูง และประสบปัญหาในลักษณะคล้ายคลึงกัน การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ทำงานเกี่ยวกับคนพิการ และประเด็นอื่นๆ และเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคโนโลยี และกำหนดกรอบความร่วมมือในระดับทวิภาคีและพหุภาคี (bilateral and multilateral linkages) ต่อไป
(ที่มา: www.dnis.org)
ผู้ผ่านการอบรมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ศพอ. ได้จัดโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่สามารถเข้าถึงได้ และยังเข้าถึงไม่ได้ (inaccessible website) ซึ่งหัวข้อนี้ได้รับความสนใจมาก และมีแผนว่าจะจัดหลักสูตรลักษณะนี้ ต่อไปในอนาคต
องค์กรครูโรงเรียนประถมศึกษาได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการศึกษาเชิงบูรณาการ สำหรับครูโรงเรียนประถมใน 10 อำเภอของพื้นที่ทางภาคใต้และภาคเหนือของประเทศบังคลาเทศ
การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จัดขึ้นโดยโครงการ the DAISY for All project (DFA) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย (Thai Blind People's Foundation) โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 15 คน จาก องค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการจำนวน 8 องค์กร จาก 7 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เนปาล ศรีลังกา และไทย มีผู้เข้าอบรมจำนวน 6 คนเป็นคนพิการทางการมองเห็น และมีความพิการทางการเคลื่อนไหว 1 คน หลักสูตรประกอบด้วยการบรรยายและการประเมินผล รวมไปถึงการสัมมนาอีกครึ่งวันที่มุ่งเน้นถึงเรื่องความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่แนะนำให้ผู้เข้าอบรมทราบถึงแนวโน้มที่สำคัญ มาตรฐาน และคำแนะนำที่ส่งเสริม เป้าหมายสำคัญของการเข้าถึงข้อมูลสำหรับทุกคน
วัตถุประสงค์หลักก็คือ เพื่อให้คุ้นเคยกับ the AMIS DAISY Player และสามารถติดตั้งซอฟท์แวร์ (localization of the software) เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับการวิจารณ์ในกลุ่ม Digital Divide และปัจจัยสำคัญที่รับประกันว่าจะไม่มีผู้ใดตกหล่นจากโลกแห่งข้อมูลข่าวสารนี้
Sipra Das ช่างภาพข่าวของกรุงเดลี ได้จัดนิทรรศการแสดงภาพจำนวน 50 ภาพ ขึ้นที่ the national capital's Lalit Kala Academy. หัวข้อของงานคือ ดวงตาที่สาม ("Third Eye") งานนิทรรศการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นที่น่าจดจำจากความเรียบง่ายของงานเท่านั้น แต่งานนี้ยังมีวิธีการในการนำเสนอความธรรมดาและความเป็นเอกลักษณ์ในโลกของคนพิการทางสายตา DAS ได้จัดทำหนังสือที่ตีพิมพ์ด้วยอักษรเบรลส์ โดยมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับภาพต่างๆ เหล่านี้ ดวงตาที่สาม มีกำหนดจะไปจัดแสดงที่มุมไบ ไฮเดอราบัด และกอลกาตา ภายในสิ้นปีนี้
(ที่มา: www.dnis.org)
หัวข้อการอภิปรายคือมาตรฐานในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และบทบาทของความสามารถในการเข้าถึงการออกแบบเพื่อเตรียมพร้อมให้มีระบบการเตือนภัยของภัยพิบัติและความหายนะ บทบาทสำคัญของกิจกรรมในนี้ก็คือการเพิ่มอรรถประโยชน์จากการออกแบบวิธีการเข้าถึงข้อมูล วิทยากรของการจัดสัมมนาครั้งนี้คือ Mr. Markku Hakkinen ซึ่งทำงานเกี่ยวกับทรัพยากรบุคลากร และความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลมามากกว่า 20 ปี และปัจจุบัน เป็นสมาชิกของ the Digital Accessible Information System (DAISY) นอกจากนี้ เขายังได้เข้าร่วมใน Multimedia Standards Activities ของ the World Wide Web Consortium (W3C) และเป็นประธานของกลุ่ม the W3Cs Web Accessibility Initiative's Research and Development Interest Group.
ผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 400 คน ได้ทำการอภิปรายหัวข้อ " การพัฒนาโรงเรียนเพื่อการมีส่วนร่วมในสังคม (Improving Schools for Social Inclusion") โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศบังคลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา นำเสนอบทความทางวิชาการในหัวข้อต่างๆ Mr. Javed Abidi วิทยากรจาก ศพอ. ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับ "การสนับสนุนให้เกิดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : การนำนโยบายเพื่อให้คนพิการในประเทศอินเดียสามารถเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น" เพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ทำงานในประเทศอินเดีย ปัจจุบันนี้ การริเริ่มวางนโยบายโรงเรียนในสภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลง เช่น โรงเรียนแบบบูรณาการ (inclusive schools) และความท้าทายและโอกาสสำหรับการศึกษาแบบบูรณาการเป็นหนึ่งในหัวข้อที่นำมาอภิปรายในการประชุมวันแรก และในวันที่สอง ผู้เข้าร่วมอบรมได้เน้นย้ำถึงความต้องการให้มีการศึกษาแบบบูรณาการและกล่าวว่าไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาคุณภาพของการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยขจัดความไม่เท่าเทียมกันอีกด้วย โครงการฝึกอบรมนี้ จัดขึ้นโดยภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยปัญจาบ (University of Punjab's Department of Special Education) ซึ่งกำลังจับตามองสถานภาพทางด้านความพิการและการศึกษาแบบบูรณาการภายในประเทศปากีสถาน ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียกร้องให้มีความร่วมมือในระดับภูมิภาคในการประชุมต่างๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ของแต่ละประเทศ
(ที่มา: www.dnis.org)
ผู้เชี่ยวชาญและนักเคลื่อนไหวจากองค์กรพลเรือนในประเทศแอฟริกาใต้ ได้ระดมสมอง และร่วมการอภิปรายในหัวข้อ การมีส่วนร่วมในสังคมของเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษและมีความพิการ การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นโดย ภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยปัญจาบ (the University's Department of Special Education) โดยคาดว่าจะสามารถสร้างแนวความคิดใหม่ๆ พร้อมทั้งส่งอิทธิพลไปสู่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายในภูมิภาค ซึ่งมีสภาพทางสังคมและการเมืองที่คล้ายคลึงกัน)
โครงการฝึกอบรม การถ่ายภาพสำหรับคนพิการ Special View ครั้งที่ 2 จัดขึ้นโดยสภาคนพิการ สมาคมช่างภาพแห่งประเทศเวียดนาม (VAPA) และอาสาสมัครแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Volunteers - UNV) โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคคลผู้มีความพิการโดยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมให้เกิดความสมัครใจ วัตถุประสงค์ก็คือ การช่วยให้คนพิการสามารถใช้การถ่ายรูปให้เป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารและนำเสนอตนเอง เนื่องจากว่าคนพิการยังคงถูกปฏิเสธและกีดกันไม่ให้เข้าร่วมในสังคม และมักจะถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความแตกต่าง และกลายเป็นชนกลุ่มน้อยในสังคม ดังนั้น โครงการนี้จะทำให้คนพิการ สามารถเอาชนะอุปสรรคที่พวกเขามักจะต้องเผชิญอยู่บ่อยๆ และเพื่อเน้นให้เห็นถึงศักยภาพอันมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมของพวกเขา
งานวันเด็กสากล (International Children's Day) ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม จัดขึ้นโดยความร่วมมือของหนังสือพิมพ์ the Nhi Dong Newspaper เทศกาลวัฒนธรรมและกีฬา สำหรับเด็กพิการ มีกิจกรรมมากมาย เช่น การแสดงศิลปะ การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรสำหรับคนพิการทางการมองเห็น และการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กพิการ
วัตถุประสงค์ของกิจกรรมในครั้งนี้ก็คือ การยกระดับความตื่นตัวเกี่ยวกับความสำคัญของการเข้าถึงประชากรแอฟริกันทุกกลุ่ม และการต่อสู้กับโรคเอดส์ และจะมีการกำหนดวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงและสื่อสารกับสตรีหูหนวกในแอฟริกาซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย ผู้แทนจากองค์กรคนหูหนวก สถาบันอุดมศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และต่างประเทศ องค์กรจากภาครัฐและภาคเอกชน และองค์กรทางด้านสุขภาพทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน มติจากที่ประชุมในครั้งนี้ก็คือ ให้มีพันธกิจในการต่อสู้กับวิกฤติการณ์โรคเอดส์ โดยเฉพาะในประเด็นที่มีผลกระทบกับสตรีหูหนวก รวมไปถึงการริเริ่มและส่งเสริมโอกาสในการค้นคว้าวิจัย และการพัฒนาบริการสาธารณสุข
(ที่มา: : www.gs.howard.edu)
การประชุมอภิปรายในระดับภูมิภาคได้รับการจัดขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และแสวงหาข้อคิดเห็นในหลายแง่มุม เพื่อให้เกิดการดำเนินงาน ตามที่รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Minister for Human Resource Development) Mr. Arjun Singh ได้แถลงไว้ในรัฐสภา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญต่างมารวมตัวกันเพื่อนำเสนอข้อมูลและจัดทำแผนงาน และยังได้อภิปรายถึงแนวทางวิธีการที่จะดำเนินการตามแผนงานการศึกษาแบบบูรณาการสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความพิการ
กระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (The Ministry of Human Resource Development) ได้ตกลงที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคนพิการในโรงเรียนทั่วประเทศ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนกล่าวว่า นักเรียนที่พิการควรมีหนทางเข้าถึงบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาทั้งหมดในโรงเรียน รวมทั้งหอพัก ห้องปฏิบัติการ และอาคารต่างๆ นอกจากนี้ จะต้องมีการเอาใจใส่เป็นพิเศษเกี่ยวกับความพร้อมของวัสดุทางการศึกษาสำหรับนักเรียนคนพิการอย่างเหมาะสม หนังสือพูดได้ (Talking textbooks) เครื่องช่วยอ่าน (reading machines) และคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟท์แวร์คำพูด ควรถูกนำมาใช้ อาจมีการเตรียมการ เพื่อจัดหาหนังสืออักษรเบรลล์ (Braille books) มาไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนอย่างเพียงพอ มีบริการอย่างเช่น ล่ามภาษามือ บริการเกี่ยวกับใบรับรองการศึกษา และ ระบบการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ที่สามารถรับฟังได้หลายครั้ง เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้ช่วยเด็กนักเรียนที่พิการทางการได้ยิน การเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค ที่นักเรียนพิการต้องเผชิญอยู่ โรงเรียนจะได้รับการปรับปรุงให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านการเดินทางที่ เพียงพอ และ เหมาะสม เพื่อช่วยนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเหล่านี้ พร้อมทั้งยอมรับว่าคณะครูอาจารย์ยังขาดการฝึกอบรมเพื่อจะตอบสนองต่อความต้องการของเด็กที่มีความพิการ ดังนั้นจึงควรเน้นให้มีการจัดการฝึกอบรมทางด้านการศึกษาแบบบูรณาการในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอย่างสม่ำเสมอ
(ที่มา: www.dnis.org)
การแข่งขันกีฬาครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมก่อนงาน Paragames ซึ่งมีกีฬาซี่งบรรจุอยู่ใน Paragames จำนวน 10 ประเภทที่จะนำมาแข่งขัน ได้แก่ ว่ายน้ำ วิ่ง ยกน้ำหนัก ปิงปอง แบดมินตัน หมากรุก ยูโด rolling ball เทนนิส และวอลเลย์บอล
การฝึกอบรมระยะเวลา 8 วันครั้งนี้จัดขึ้นสำหรับผู้ประสานงานองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับคนพิการ โดยใช้แนวทางโดยชุมชน หลักสูตรฝึกอบรมนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีทัศนคติที่เหมาะสม มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการวางแผนทางด้านการประสานงาน และติดตามผลของโครงการเกี่ยวกับชุมชมของคนพิการ การฝึกอบรมนี้จะมุ่งไปที่แนวทางแบบอิงสิทธิพื้นฐานด้วย
(รายละเอียดเพิ่มเติม: raghavb@actionaidindia.org)
ในประเทศเนปาล ความต้องการของคนพิการมักจะถูกเพิกเฉยทั้งในระดับชุมชนและระดับชาติ ดังนั้น จึงเป็นการยากสำหรับคนพิการเหล่านี้ที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ศูนย์พิทักษ์สิทธิมนุษยชนของคนพิการแห่งเนปาล (Nepal Disabled Human Rights Center - DHRC-Nepal) จึงเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่มุ่งเน้นต่อสิทธิของคนพิการ โดยการใช้สื่อและการให้การศึกษา เป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้
DHRC กำลังจัดการท่องเที่ยวเดินป่าระยะเวลา 14 วัน ไปยัง Throung Pass (แคว้น Annapurna) สำหรับคนพิการจำนวน 12 คน วัตถุประสงค์ 3 ข้อก็คือ เพื่อสร้างความตระหนักถึงศักยภาพของคนพิการในการมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อให้สมาชิกของชุมชนที่อยู่ในเส้นทางเดินป่ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของคนพิการ และสุดท้าย คนพิการเหล่านี้จะมีความมั่นใจในตนเองเพิ่มมากขึ้น เป้าหมายของการเดินทางสำรวจในครั้งนี้ก็คือ เพื่อเพิ่มศักยภาพของคนพิการโดยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการเดินป่าและเพื่อสร้างความตื่นตัวถึงสิทธิของคนพิการภายในครอบครัวของพวกเขา ชุมชน และประเทศชาติต่อไป
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดการประชุมสมัชชาระดับโลก เกี่ยวกับการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตของคนพิการโดยชุมชน ขึ้นเป็นครั้งแรก การให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในครั้งนี้จะเป็นทางเลือกทดแทนโรงพยาบาลจิตเวช และมีเป้าหมายเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทางจิตในระดับรุนแรงภายในชุมชนของตนเอง ซึ่งรวมไปถึง การดูแลทางการแพทย์ การให้การสนับสนุนทางด้านจิต-สังคม (psychosocial support) และกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพต่างๆ นอกจากนี้ WHO ยังได้กระตุ้นให้บุคคล ครอบครัว บุคลากรทางการแพทย์และองค์กรภาคเอกชน รวมไปถึงผู้แทนจากหน่วยงานและผู้ให้บริการเกี่ยวกับสุขภาพจิต จากทั่วทุกมุมโลกได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านต่างๆ ของตนเอง
(ที่มา: World Health Organization)